bitkub-banner

อิสราเอลสังหารผู้นำอิหร่าน 2 ราย ขีปนาวุธถล่มเทลอาวีฟ สงครามบานปลายหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

📡 ข่าวนี้ถูกสรุปและเรียบเรียงจากการรายงานข่าวสด (LIVE News) ของ Siam Blockchain

สรุปข่าว
  • อิสราเอลประกาศสังหารอาลี ลาริจานี ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลัง Basij จากการโจมตีร่วมกับสหรัฐฯ ขณะที่สงครามขยายวงรุนแรงทั้งในอิหร่าน อิสราเอล และเลบานอน
  • อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลต่อเนื่อง ชิ้นส่วนจรวดตกในเทลอาวีฟ ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์โจมตีฐานทัพอากาศอิสราเอล ผู้นำสูงสุดอิหร่านปฏิเสธหยุดยิง ประกาศสู้ยาว ด้าน NATO และพันธมิตรส่วนใหญ่ปฏิเสธร่วมรบกับสหรัฐฯ
  • ผลกระทบลามทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซแทบปิดสนิท ราคาน้ำมันพุ่ง ศรีลังกาประกาศวันหยุดประหยัดเชื้อเพลิง WFP เตือนคน 45 ล้านคนอาจเผชิญภาวะอดอยาก รัสเซียส่งเทคโนโลยีโดรนและข้อมูลดาวเทียมหนุนอิหร่าน สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

สงครามตะวันออกกลางที่ขยายวงรุนแรงขึ้นสร้างความไม่แน่นอนอย่างมากต่อตลาดการเงินทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซที่แทบปิดสนิทส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง กดดันเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยง แม้ Bitcoin อาจได้ประโยชน์บางส่วนในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่บรรยากาศโดยรวมยังเป็นลบต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น

สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดวันที่ 17-18 มี.ค. 2569 หลังรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยิสราเอล คัทซ์ ประกาศว่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอล (อัปเดตล่าสุด วันที่ 18 มี.ค. 2569) ขณะที่ข้อมูลที่ทราบจนถึงขณะนี้ชี้ว่าการสู้รบยังไม่มีทีท่าจะยุติลง ทั้งสองฝ่ายยังคงยิงถล่มกันอย่างหนัก ผู้นำสูงสุดอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงทุกช่องทาง และผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มลามไปทั่วโลก

อิสราเอลสังหารผู้นำอิหร่าน 2 ราย การโจมตีทวีความรุนแรง

นอกจากการสังหารอาลี ลาริจานี แล้ว อิสราเอลยังประกาศในช่วงค่ำว่า ได้สังหาร โกลัม เรซา โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Basij ของอิหร่าน อีกด้วย ถือเป็นการกำจัดผู้นำระดับสูงของอิหร่านถึง 2 คนภายในวันเดียว โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปล่อยคลิปการโจมตีอิหร่านชุดใหม่ แสดงให้เห็นขอบเขตการปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงมี การโจมตีทางอากาศถล่มรถตำรวจในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิหร่านโดยตรง

ฝั่งอิหร่านก็ตอบโต้อย่างหนักไม่แพ้กัน ชิ้นส่วนจรวดอิหร่านตกลงในเทลอาวีฟ และมี รายงานระเบิดลูกปรายตกในเทลอาวีฟ สร้าง ความเสียหายเห็นได้ชัด ขณะที่อิหร่าน ยิงขีปนาวุธชุดใหม่มุ่งเป้าตรงใจกลางอิสราเอล อย่างต่อเนื่อง สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วตอนกลางของอิสราเอลหลายระลอก ด้าน เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 ของสหรัฐฯ ถูกพบขณะสนับสนุนภารกิจสกัดกั้นเหนือน่านฟ้าอิสราเอล

แนวรบขยายวง ฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากจากเลบานอน อิสราเอลถล่มตอบ

สงครามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเท่านั้น ฮิซบอลเลาะห์ ปล่อยคลิปยืนยันโจมตีฐานทัพอากาศ Palmachim ของอิสราเอล ทางใต้ของเทลอาวีฟ และ ถล่มทางเหนือของอิสราเอลจนควันพวยพุ่งไฟลุก นอกจากนี้ยังมี จรวด 20 ลูกจากเลบานอนยิงเข้าใส่แคว้นกาลิลี โดยไม่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นก่อนเลย

อิสราเอลตอบโต้ด้วยการ ถล่มหมู่บ้าน Beit Yahoun, Qantara และ Khiam ทางใต้ของเลบานอน รวมถึง ชานเมืองบาอัลเบกในหุบเขาเบกาอา และ ทหารเลบานอน 2 นายเสียชีวิตหลังรถมอเตอร์ไซค์ถูกยิงโจมตีในเขต Nabatieh กองทัพอิสราเอล (IDF) ยัง ออกประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากเมืองไทร์และชานเมืองทั้งหมดในเลบานอน ขณะที่มี ระเบิดดังขึ้นบริเวณสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด อิรัก ด้วย

ไม่มีแสงสว่างปลายอุโมงค์ อิหร่านปฏิเสธหยุดยิง สหรัฐฯ โดดเดี่ยวมากขึ้น

สถานการณ์ล่าสุดชี้ว่าโอกาสสงบศึกยังริบหรี่ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจาก 2 ประเทศคนกลาง ประกาศชัดว่า “นี่ไม่ใช่เวลาแห่งสันติภาพ อิสราเอลและสหรัฐฯ ต้องพ่ายแพ้และจ่ายค่าชดเชย” ด้านอิหร่าน ประกาศพร้อมสู้ยาว และจะยิงถล่มหนักกว่าเดิม ขณะที่ประธานรัฐสภาอิหร่าน ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับไปเหมือนก่อนสงครามอีกแล้ว ส่วนอิสราเอลเอง ประกาศจะตามล่าและกำจัดผู้นำสูงสุดอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ให้ได้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก

ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการโดดเดี่ยวทางการทูต ทรัมป์เปิดเผยว่า NATO และพันธมิตรส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ร่วมภารกิจคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ทิ้งสหรัฐฯ สู้ศึกเกือบลำพัง ญี่ปุ่น ปฏิเสธไม่ส่งเรือรบลาดตระเวนในตะวันออกกลาง นายกฯ โปแลนด์ โดนัลด์ ทัสก์ ประกาศชัดไม่ส่งทหารไปอิหร่าน และตุรกี ออกโรงประณามการสังหารผู้นำอิหร่านว่าผิดกฎหมาย

ภายในสหรัฐฯ เองก็เริ่มมีรอยร้าว เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกในทีมทรัมป์ลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับสงครามอิหร่าน ตามด้วย โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ ลาออกพร้อมระบุชัดว่า “อิหร่านไม่เคยคุกคามสหรัฐฯ จริง และชัดเจนว่าเราเริ่มสงครามนี้เพราะแรงกดดันจากอิสราเอลและล็อบบี้อิสราเอลในสหรัฐฯ” ทรัมป์ยัง เลื่อนการเยือนจีนออกไป 5-6 สัปดาห์ เนื่องจากยังติดศึกอิหร่าน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจลามทั่วโลก รัสเซียหนุนอิหร่านเพิ่ม

สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกแทบปิดสนิท ทำให้ เอธิโอเปียเริ่มรับผลพวง ราคาน้ำมันพุ่งหนัก ส่วน ศรีลังกาประกาศให้ทุกวันพุธเป็นวันหยุดราชการเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง จากความกลัวขาดแคลนน้ำมัน

ด้านองค์กรระหว่างประเทศ โครงการอาหารโลก (WFP) เตือนว่าหากสงครามยืดยาวถึงเดือนมิถุนายน ราคาอาหารที่พุ่งสูงอาจทำให้คนอีก 45 ล้านคนทั่วโลกเผชิญภาวะอดอยากขั้นวิกฤต สหประชาชาติก็ ออกคำเตือนในทำนองเดียวกัน ว่าจำนวนคนที่เผชิญภาวะอดอยากรุนแรงอาจพุ่งขึ้นอีกหลายสิบล้านคน

ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียเข้ามามีบทบาทสนับสนุนอิหร่านอย่างชัดเจน The Wall Street Journal รายงานว่ารัสเซียส่งข้อมูลดาวเทียมและเทคโนโลยีโดรนอัปเกรดให้อิหร่าน เพื่อช่วยในการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่ง The Kobeissi Letter ยืนยันว่ารัสเซียยังขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับอิหร่านอีกด้วย ขณะที่จีน เตรียมส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินให้อิหร่าน จอร์แดน เลบานอน และอิรัก และ เรียกร้องให้อัฟกานิสถานและปากีสถานนั่งโต๊ะเจรจาหยุดยิง ด้านเรือรบสหรัฐฯ บรรทุกนาวิกโยธินหลายพันนายผ่านแถบสิงคโปร์แล้ว มุ่งหน้าตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ อิหร่าน ประกาศยึด Starlink หลายร้อยเครื่องที่สหรัฐฯ และอิสราเอลลักลอบนำเข้าประเทศ ขณะที่ Tesla เปิดสถานี Supercharger ทุกแห่งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับให้ใช้ฟรี หลังอิหร่านโจมตีภูมิภาค ส่วนจีน ออกโรงโจมตีสหภาพยุโรปหลัง EU คว่ำบาตรบริษัทจีน เรียกว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย สะท้อนว่าความตึงเครียดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตะวันออกกลาง แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก


ความเห็นผู้เขียน

สถานการณ์ตอนนี้น่ากังวลมากครับ สิ่งที่เห็นจนถึงขณะนี้คือทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมถอย อิหร่านประกาศสู้ยาวและจะยิงหนักขึ้น ขณะที่อิสราเอลประกาศจะตามล่าผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งไปอีกขั้น

สิ่งที่ผมมองว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่สุดคือ 3 อย่าง หนึ่งคือช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกขู่ว่าจะไม่กลับไปเหมือนเดิม ซึ่งหมายถึงราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานทั่วโลกจะพุ่งต่อไป สองคือการที่รัสเซียเข้ามาหนุนอิหร่านด้วยเทคโนโลยีและข่าวกรอง ทำให้นี่ไม่ใช่แค่สงครามระดับภูมิภาคอีกต่อไป และสามคือการที่ NATO กับพันธมิตรปฏิเสธร่วมรบ ทิ้งสหรัฐฯ ค่อนข้างโดดเดี่ยว ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่คาดคิดจากทุกฝ่าย

สำหรับนักลงทุนคริปโต ผมแนะนำให้จับตาราคาน้ำมันและดัชนีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด สงครามที่ยืดเยื้อมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ก็อาจหนุนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวอย่าง Bitcoin ในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังสูงมาก ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและอย่าใช้เงินเกินกว่าที่รับความเสี่ยงได้ครับ

หมายเหตุ: สถานการณ์นี้ยังไม่สิ้นสุด ทีมงาน Siam Blockchain จะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมในบทความถัดไป