สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์ชื่อดังหลายรายมองตรงกันว่าราคา Bitcoin ที่ปรับตัวขึ้นในเดือนมีนาคมอาจเป็นเพียงการปรับขึ้นชั่วคราว
- พวกเขามองว่า Bitcoin อาจร่วงลงอย่างหนักในเดือนเมษายน โดยบางรายคาดว่าจะร่วงหนักลงไปถึง $55,000
- นอกจากเรื่องแพทเทิร์นกราฟแล้ว เมษายนคือ เส้นตายการจ่ายภาษีของสหรัฐฯ อีกด้วย
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
แม้ราคา Bitcoin จะเคยพุ่งขึ้นมายืนเหนือระดับราคา $70,000 ได้ในเดือนนี้ แต่นักวิเคราะห์ต่างออกมาเตือนให้นักลงทุนระมัดระวัง เดือนเมษายน โดยอ้างอิงจากสถิติแพทเทิร์นในอดีตและวัฏจักรฤดูกาลที่บ่งชี้ว่า การพุ่งขึ้นในเดือนมีนาคมอาจเป็นเพียงขาขึ้นหลอก และตลาดยังขาดการทิ้งดิ่งเพื่อกวาดล้างสภาพคล่อง ที่เป้าหมายการร่วงลงอาจดิ่งลงถึง $55,000
ปัจจุบัน Bitcoin ยังมีความเคลื่อนไหวในช่วงราคา $69,000- $70,000 แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะส่งสัญญาณชัดเจนว่ ายังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนหลายคนอาจมองว่า การที่ราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญนี้เป็น “สัญญาณบวก” ที่เตรียมฟื้นตัวสู่จุดสูงสุดใหม่
อย่างไรก็ตาม หากกางสถิติและข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์ ภาพที่เห็นกลับเป็นขั้วตรงข้ามที่กำลังเตือนให้นักเทรดคริปโตต้องระวังตัวเพิ่มมากขึ้น
Benjamin Cowen นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฏจักรราคา โดยระบุว่าในช่วงกลางสมัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Mid-term) กราฟ Bitcoin มักจะมีแพทเทิร์นการเคลื่อนไหวที่ซ้ำรอยเดิม คือ ย่อตัวในเดือน ก.พ. ก่อนที่จะฟื้นตัวในเดือน มี.ค. และร่วงลงอีกครั้งในเดือน เม.ย.
เมื่อพิจารณาดูแล้วจะเห็นได้ชัดว่า Bitcoin ได้มีการเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่ Cowen ได้วิเคราะห์แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่เดือนเมษายนที่เราต้องจับตารอดูกันต่อไป
มุมมองนี้สอดคล้องกับ Linton Worm อีกหนึ่งนักวิเคราะห์ที่ออกมาเตือนว่า การปรับตัวขึ้นในเดือนมีนาคมอาจเป็นเพียงการพุ่งขึ้นหลอก ๆ โดยอ้างอิงจากรูปแบบกราฟขาลงในปี 2022 พร้อมฟันธงว่าในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เราอาจได้เห็น Bitcoin ทิ้งตัวดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ระดับ $55,000
การล่าสภาพคล่องยังไม่จบ
ทฤษฎีการลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก เมื่อนักวิเคราะห์นามว่า Ted ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของกราฟเทคนิคที่ยังไม่สมบูรณ์ หลายคนพยายามนำสถานการณ์ตอนนี้ไปเทียบกับช่วงวิกฤต FTX ล่มสลาย แต่ Ted มองว่าบริบทนั้นต่างกัน
เขาอธิบายว่า ธรรมชาติของกราฟ Bitcoin ก่อนที่จะเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ มักจะต้องเกิดการ “ล่าสภาพคล่อง” เสมอ โดยกราฟจะทิ้งไส้เทียนทะลุจุดต่ำสุดเดิมลงไปเล็กน้อย เพื่อกวาดล้างออเดอร์ Stop Loss ของรายย่อยก่อนจะดีดตัวกลับอย่างรุนแรง
ปัญหาคือ การย่อตัวครั้งล่าสุด ราคายังลงมาไม่ลึกพอที่จะเคลียร์สภาพคล่องอย่างหมดจด ทำให้ Ted คาดการณ์ว่า หลุมที่เราเห็น ยังไม่ใช่หลุมที่ลึกที่สุดและจะต้องมีการปรับฐานลงไปอีกระลอก ซึ่งจังหวะเวลาก็ดันไปสอดคล้องกับทฤษฎีเดือนเมษายนของนักวิเคราะห์ 2 ท่านแรกพอดี
“ฤดูจ่ายภาษี” ตัวเร่งอาถรรพ์เดือนเมษายน
นอกจากแพทเทิร์นกราฟแล้ว เดือนเมษายนยังมี “ปัจจัยมหภาค” ที่คอยกดดันราคาอยู่ทุกปี นั่นคือ ฤดูจ่ายภาษีของสหรัฐฯ กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) กำหนดให้วันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เป็นเส้นตายในการชำระภาษี
สภาพคล่องในตลาดการเงินมักจะหดตัวลงในช่วงนี้ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยจำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์บางส่วนรวมถึงคริปโตเพื่อนำเงินสดไปจ่ายภาษีประจำปี แรงเทขายนี้มักเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาดเกิดการย่อตัวแรง
อย่างไรก็ตาม แม้สถิติและปัจจัยทั้งหมดจะชี้ไปที่การย่อตัวของราคา แต่หากเจาะลึกไปที่ข้อมูล Monthly Returns ในอดีต จะพบว่า เมษายนไม่ใช่เดือนที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดของปีเสมอไป สิ่งที่สถิติกำลังบอกเราคือ เดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่มี “ความผันผวนสูงมาก” โดยราคาอาจโดนทุบอย่างหนักในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนรับช่วงจ่ายภาษี แต่ก็มักจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาดันราคาให้ฟื้นตัวเหนือราคาเปิดได้ในช่วงปลายเดือน

มุมมองผู้เขียน : มุมมองของนักวิเคราะห์ทั้ง 3 ที่ได้ยกตัวอย่างนั้นเป็นเพียงแค่การวิเคราะห์จากรูปแบบของกราฟเท่านั้น ทำให้ข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อนได้เนื่องจากคราวนี้ Bitcoin ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไปแล้ว
