สรุปข่าว
- เดนมาร์กเตรียมแผนฉุกเฉินระเบิดทำลายรันเวย์สนามบินในกรีนแลนด์ช่วงต้นปี 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินสหรัฐฯ ลงจอดได้ หากเกิดการรุกรานจริง
- ทหารเดนมาร์กที่ถูกส่งไปกรีนแลนด์พกวัตถุระเบิดเพื่อทำลายรันเวย์ที่นูอุกและคังเกอร์ลุสซวก พร้อมมีการขนถุงเลือดสำรองไปเตรียมรับผู้บาดเจ็บ
- เหตุการณ์นี้สะท้อนความแตกร้าวครั้งใหญ่ในพันธมิตร NATO หลัง Trump ย้ำจะไม่ตัดทางเลือกใช้กำลังทหารในการผนวกกรีนแลนด์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ในระดับนี้ส่งสัญญาณความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกดดันให้นักลงทุนลดความเสี่ยง ซึ่งมักส่งผลเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีการปะทะกันจริง ผลกระทบต่อตลาดจึงอยู่ในระดับอ่อน
รายงานที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเปิดเผยว่า เดนมาร์กได้วางแผนฉุกเฉินเพื่อทำลายสนามบินในกรีนแลนด์ช่วงต้นปี 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก New York Times และสำนักข่าวสาธารณะของเดนมาร์ก DR โดยระบุว่าทหารเดนมาร์กที่ถูกส่งไปประจำการที่กรีนแลนด์ได้พกพาวัตถุระเบิดเพื่อใช้ทำลายรันเวย์ที่เมืองหลวงนูอุก รวมถึงฐานทัพเครื่องบินรบเก่าที่คังเกอร์ลุสซวก เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินของสหรัฐฯ ลงจอดได้หากเกิดการรุกรานขึ้นจริง นอกจากนี้ยังมีการขนถุงเลือดสำรองจากธนาคารเลือดของเดนมาร์กไปยังกรีนแลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผู้บาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น
แผนฉุกเฉินที่เกิดขึ้นหลัง Trump ขู่บุกกรีนแลนด์
แผนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาในวันที่ 3 มกราคม 2569 ซึ่งจุดชนวนความกังวลว่า Trump อาจใช้กำลังทหารเพื่อผนวกกรีนแลนด์ด้วยเช่นกัน เดนมาร์กตัดสินใจส่งกองกำลังผสมขนาดเล็กซึ่งประกอบด้วยทหารจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส และเยอรมนี ไปประจำการที่กรีนแลนด์ โดยยืนหยัดที่จะต่อต้านความพยายามใด ๆ ของสหรัฐฯ ในการผนวกดินแดนอาร์กติกแห่งนี้
Trump แสดงความสนใจที่จะได้กรีนแลนด์มาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 2562 และในสมัยที่สองตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ถ้อยคำดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้น โดย Trump ปฏิเสธที่จะตัดทิ้งการใช้กำลังทหารเพื่อควบคุมกรีนแลนด์ออกไปจากตัวเลือก ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก Mette Frederiksen ย้ำมาโดยตลอดว่ากรีนแลนด์ “ไม่ใช่สินค้าที่จะขาย” และยังระบุในเดือนมกราคม 2568 ว่าหากสหรัฐฯ โจมตีพันธมิตร NATO นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของทั้งพันธมิตรทางทหารและความมั่นคงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และผลกระทบต่อ NATO
กรีนแลนด์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงมาก ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ระหว่างทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมถึงทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์และการใกล้ชิดกับมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งมีความสำคัญต่อการติดตามกิจกรรมทางทหารของจีนและรัสเซียที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีฐานทัพอยู่ที่กรีนแลนด์แล้วในชื่อฐานทัพอากาศ Thule และมีข้อตกลงที่เอื้อให้ขยายการปรากฏตัวทางทหารได้เพิ่มเติม
กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก โดยเดนมาร์กดูแลด้านการป้องกันประเทศและนโยบายต่างประเทศ ขณะที่กรีนแลนด์บริหารกิจการภายในด้วยตนเอง การโอนกรรมสิทธิ์ดินแดนใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมทั้งจากรัฐบาลเดนมาร์กและรัฐสภาของกรีนแลนด์ ซึ่งผู้นำกรีนแลนด์ยืนยันสิทธิการกำหนดชะตากรรมตนเองมาโดยตลอดและปฏิเสธการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพันธมิตร NATO นับตั้งแต่ก่อตั้งมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าตกใจมากในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์โลก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การขู่กันระหว่างประเทศคู่แข่ง แต่เป็นสองประเทศที่อยู่ใน NATO เดียวกัน การที่เดนมาร์กถึงขั้นเตรียมวัตถุระเบิดและถุงเลือดแสดงว่าพวกเขาจริงจังมากกว่าที่หลายคนคิด สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่า Trump จะยังคงกดดันเรื่องกรีนแลนด์ต่อหรือไม่ และปฏิกิริยาของพันธมิตรยุโรปรายอื่นในฐานะสมาชิก NATO จะออกมาในทิศทางใด เพราะถ้าความตึงเครียดนี้บานปลาย มันอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกได้มากกว่าที่เห็นในตอนนี้
ภาพจาก AI
