bitkub-banner

โคตรแนบเนียน! แค่ทักผิดเบอร์ก็โดนหลอกคริปโตหมดหน้าตัก FBI ยึดทรัพย์กว่า $3.4 ล้านแล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลโกงประเภท “ชำแหละหมู” (pig butchering) เริ่มต้นจากข้อความ “เบอร์ผิด” ธรรมดา พัฒนาเป็นกลโกงคริปโตมูลค่ากว่า 3.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 120 ล้านบาท)
  • อัยการกลางในบอสตันเริ่มดำเนินการยึดทรัพย์ Tether (USDt) จำนวน 3.44 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2568 โดยมีเหยื่ออย่างน้อย 4 รายจาก 3 รัฐ
  • กลลวงนี้ใช้วิศวกรรมสังคมสร้างความไว้ใจทีละน้อย ชักชวนลงทุนใน Ethereum จากนั้นฟอกเงินด้วยการแปลงเป็น USDt และย้ายผ่านหลายกระเป๋าเงิน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นกรณีศึกษาด้านความปลอดภัย ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต อย่างไรก็ตาม กลโกงในวงการยิ่งเกิดมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหม่ในระยะยาว

ตามรายงานจาก Cointelegraph กลโกงคริปโตรูปแบบ “ชำแหละหมู” (pig butchering) ครั้งล่าสุดเริ่มต้นจากเพียงข้อความสั้นๆ ว่า “โทรผิดเบอร์” ก่อนที่มิจฉาชีพจะค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับเหยื่อ จนในที่สุดสามารถหลอกให้โอนคริปโตมูลค่ารวม 3.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 120 ล้านบาท) อัยการกลางในบอสตันและสำนักงานภาคสนามของ FBI บอสตัน ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ทางแพ่ง โดยทำการยึด Tether (USDt) ดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2568 มีเหยื่อที่แจ้งความแล้วอย่างน้อย 4 ราย มาจากรัฐแมสซาชูเซตส์ 2 ราย รัฐยูทาห์ 1 ราย และรัฐเซาท์แคโรไลนา 1 ราย แม้เงินที่ยึดคืนได้อาจไม่ใช่ยอดรวมทั้งหมดที่ถูกขโมยไปก็ตาม

วิธีหลอกล่อ สร้างความไว้ใจทีละน้อยก่อนล้วงกระเป๋า

กลโกงนี้แยบยลตรงที่ไม่ได้รีบร้อนหลอกเหยื่อตั้งแต่ต้น มิจฉาชีพจะเริ่มจากการส่งข้อความ “เบอร์ผิด” เพื่อเปิดบทสนทนาธรรมดา จากนั้นค่อยๆ สร้างความสนิทสนมและความไว้วางใจทางอารมณ์เป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ผ่านแอปส่งข้อความที่มีการเข้ารหัส เช่น WhatsApp และ Telegram ก่อนจะชักชวนให้ “ลองลงทุนดู”

เรื่องราวที่ใช้หลอกคือการนำเสนอการลงทุนใน Ethereum (ETH) ร่วมกับทองคำ สร้างภาพว่ามีทั้งศักยภาพการเติบโตสูงและความมั่นคง เหยื่อจะได้รับคำแนะนำให้ซื้อ Ethereum ด้วยตัวเองบนแพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมาย แล้วโอนมายังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มิจฉาชีพเป็นผู้ควบคุม วิธีนี้ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตัวเองยังคุมเกมอยู่และนี่คือการลงทุนจริง ไม่ใช่การส่งเงินให้คนแปลกหน้า

เงินหายไปไหน กระบวนการฟอกเงินซับซ้อน 3 ขั้น

เมื่อ Ethereum ของเหยื่อเข้ากระเป๋าที่มิจฉาชีพควบคุม เงินจะถูกย้ายออกทันทีผ่านกระเป๋าเงินกลาง แปลงเป็น USDt แล้วกระจายไปยังกระเป๋าหลายใบ กระบวนการ “แยกชั้น” นี้มีจุดประสงค์เดียวคือทำให้เส้นทางเงินสับสน ติดตามยาก โดยทั่วไปการฟอกเงินคริปโตมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ การนำเงินเข้าสู่ระบบ, การแยกชั้นเพื่ออำพรางเส้นทาง และการรวมเงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

สิ่งที่ทำให้คดีนี้น่าสนใจคือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถติดตามและยึดเงินคืนได้บางส่วน แม้ผู้บงการยังไม่ถูกระบุตัวตนและมักดำเนินการจากนอกสหรัฐฯ ก็ตาม บทเรียนสำคัญคือ แม้คริปโตจะเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ง่าย แต่บล็อกเชนก็ทิ้งร่องรอยไว้เสมอ

สัญญาณเตือนที่ต้องจำ ก่อนจะโดนชำแหละ

กลโกงประเภทนี้กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ข้อมูลระบุว่าความเสียหายจากการหลอกลวงคริปโตอยู่ที่ราว 9.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะแตะ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 สัญญาณที่ต้องระวังได้แก่ คนแปลกหน้าที่ติดต่อมาจาก “เบอร์ผิด” แล้วเริ่มสนิทอย่างรวดเร็ว, การชักชวนลงทุนผ่านแอปส่งข้อความส่วนตัว, การขอให้โอนคริปโตไปยังกระเป๋าส่วนตัวที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ และสัญญาผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่แล้วถึงพูดถึงเรื่องเงิน ยิ่งต้องระวัง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ากลโกงแบบ pig butchering นี้น่ากลัวกว่ากลโกงทั่วไปมาก เพราะมันไม่ได้เล่นกับความโลภอย่างเดียว แต่เล่นกับความเหงาและความต้องการความสัมพันธ์ของมนุษย์ด้วย หลายคนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่คนขี้โลภ แต่เป็นคนที่คิดว่าตัวเองได้เจอเพื่อนใหม่หรือความสัมพันธ์ใหม่ จุดที่ควรจำคือ ถ้ามีใครแนะนำให้ลงทุนคริปโตผ่านแอปส่งข้อความส่วนตัว ไม่ว่าจะรู้จักกันมานานแค่ไหน ให้หยุดและตรวจสอบก่อนทุกครั้ง เพราะเงินที่โอนออกไปแล้ว แม้แต่ FBI ยังเอาคืนมาได้ไม่หมดเลย

ภาพจาก AI