bitkub-banner

ARK Invest เทขายหุ้น Circle มูลค่า 206 ล้านบาท ก่อนราคาดิ่ง 16% หลังมีร่างกฎหมายคุมสเตเบิลคอยน์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • การเคลื่อนไหวของ ARK Invest: กองทุน ARK Invest ภายใต้การนำของ Cathie Wood ได้ทำการขายหุ้น Circle ($CRCL) มูลค่า 5.9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 206 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพียง 4 วันก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
  • สาเหตุการปรับฐานราคา: ราคาหุ้น $CRCL ร่วงลงกว่า 16.8% มาอยู่ที่ระดับ 105.36 ดอลลาร์ หลังจากมีข้อมูลรั่วไหลจากร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ระบุถึงมาตรการสั่งแบนแพลตฟอร์มจากการจ่ายผลตอบแทน (Yield) ให้แก่ผู้ถือครองสเตเบิลคอยน์
  • ความเสี่ยงต่อโมเดลธุรกิจ: มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของ Circle เนื่องจากรายได้กว่า 96% มาจากการบริหารจัดการเงินสำรองของ USDC ซึ่งหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้ความต้องการถือครองสเตเบิลคอยน์ในระบบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

สถานการณ์นี้ส่งผลเชิงลบต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจาก สเตเบิลคอยน์ เปรียบเสมือนสภาพคล่องหลักของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล การจำกัดสิทธิ์ในการจ่ายผลตอบแทนจะลดแรงจูงใจของนักลงทุนในการถือครองสเตเบิลคอยน์ และอาจนำไปสู่การไหลออกของเงินทุน (Capital Outflow) จากตลาดคริปโตกลับสู่ระบบธนาคารดั้งเดิม เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินตามความต้องการของหน่วยงานกำกับดูแล

รายงานการซื้อขายประจำวันของ ARK Invest เปิดเผยว่า กองทุนภายใต้การบริหารของ Cathie Wood ได้ทำการขายหุ้น Circle ($CRCL) มูลค่ารวมประมาณ 5.9 ล้านดอลลาร์ (หรือราว 206 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

ร่างกฎหมายใหม่เตรียมแบนการจ่ายผลตอบแทนบนสเตเบิลคอยน์

สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น Circle มาจากการรั่วไหลของร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับปรับปรุง ซึ่งมีข้อกำหนดสำคัญคือการห้ามแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลจ่ายผลตอบแทน (Yield) ให้แก่ผู้ถือครองสเตเบิลคอยน์

ข้อกำหนดดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโมเดลธุรกิจของ Circle เนื่องจากรายได้กว่า 96% ของบริษัทมาจากการบริหารจัดการเงินสำรอง (Reserves) ของเหรียญ USDC การห้ามจ่ายผลตอบแทนอาจลดความต้องการถือครองสเตเบิลคอยน์ในระบบนิเวศคริปโต และส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินสดของบริษัท

ราคาหุ้น $CRCL ปรับตัวลดลง 16.8%

หลังจากการแพร่กระจายของเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว ราคาหุ้น Circle ($CRCL) ได้ปรับตัวลดลงถึง 16.8% มาอยู่ที่ระดับ 105.36 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยนักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจากหน่วยงานกำกับดูแลในการป้องกันการไหลออกของเงินฝากจากระบบธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม เข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ากว่า 6.4 ล้านล้านดอลลาร์

แม้การเทขายของ ARK Invest จะเกิดขึ้นเพียง 4 วันก่อนการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ แต่ทางกองทุนระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตการลงทุนตามกลยุทธ์ปกติ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับกฎระเบียบด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลการขายหุ้นของ Cathie Wood ผู้บริหาร ARK Invest ที่สามารถหลบเลี่ยงแรงเทขายครั้งใหญ่ในหุ้นของ Circle ($CRCL) ได้อย่างพอดิบพอดีเพียงไม่กี่วันก่อนที่ราคาจะดิ่งลงกว่า 16% ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการควบคุมสเตเบิลคอยน์ครั้งใหญ่จากฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ

ไทม์ไลน์การขายที่ “แม่นยำ” จนถูกจับตามอง

ข้อมูลจากรายงานการซื้อขายรายวันของ ARK Invest ระบุว่า Cathie Wood ได้ตัดสินใจเทขายหุ้น $CRCL มูลค่ารวมกว่า 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 206 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 4 วันก่อนที่ราคาหุ้นจะทรุดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 16.8% มาอยู่ที่ระดับ 105.36 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 24 มีนาคม

คนจับตา timeline อย่างน่าสงสัย realistic cinematic

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชนคริปโตบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ถึงความได้เปรียบด้านข้อมูล (Information Asymmetry) ของนักลงทุนสถาบันเหนือรายย่อย แม้ทาง ARK จะระบุว่าเป็นการปรับพอร์ตโฟลิโอตามปกติก็ตาม

ร่างกฎหมายหลุด: ต้นเหตุการล่มสลายของรายได้สเตเบิลคอยน์

สาเหตุหลักที่ทำให้หุ้น $CRCL ร่วงหนัก มาจากเอกสารร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่หลุดออกมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญในการสั่งแบนแพลตฟอร์มคริปโตจากการจ่ายผลตอบแทน (Yield) ให้แก่ผู้ถือครองสเตเบิลคอยน์

เอกสารร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่หลุดออกมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญในการสั่งแบนแพลตฟอร์มคริปโตจากการจ่ายผลตอบแทน (Yield) ให้แก่ผู้ถื

ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับ Circle เนื่องจากรายได้กว่า 96% ของบริษัทมาจากการบริหารจัดการเงินสำรองของ USDC หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้จริง จะเป็นการตัดวงจรรายได้หลักและลดแรงจูงใจในการถือครองสเตเบิลคอยน์ลงอย่างมหาศาล เพื่อเป็นการปกป้องระบบธนาคารดั้งเดิมจากการไหลออกของเงินฝากกว่า 6.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่หันไปหาตลาดคริปโต

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและการยอมรับในวงกว้าง

การขยับตัวของหน่วยงานกำกับดูแลในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการสกัดกั้นการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Adoption) โดยใช้มาตรการทางกฎหมายบีบให้สเตเบิลคอยน์ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นคู่แข่งกับบัญชีเงินฝากธนาคารได้ ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบนิเวศของ DeFi ลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ในระยะสั้น

แหล่งอ้างอิง: @cryptorover


ผู้เขียนมองว่าการขยับตัวของสถาบันอย่าง ARK Invest ก่อนหน้าข่าวร้ายเพียงไม่กี่วัน ตอกย้ำถึงความสำคัญของการติดตามวอลุ่มการซื้อขายของวาฬและสถาบันอย่างใกล้ชิด ในโลกที่กฎระเบียบมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลเชิงลึกด้านนโยบายการเงิน (Regulatory Alpha) คือปัจจัยตัดสินผลกำไรขาดทุนที่นักลงทุนรายย่อยต้องให้ความสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ทางเทคนิค