bitkub-banner

ก.ล.ต. สหรัฐฯ ชอร์ต XRP ก่อนฟ้อง Ripple เอง? ทฤษฎีสมคบคิดที่คนไทยต้องรู้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • ทฤษฎีสมคบคิดบน X กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ชอร์ต XRP ก่อนยื่นฟ้อง Ripple ในปี 2020 แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
  • ข้อเท็จจริงชี้ว่า William Hinman อดีตผู้บริหาร ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ Ethereum และ XRP ถูกปฏิบัติแตกต่างจาก ETH อย่างมีนัยสำคัญ
  • คดีจบแล้ว XRP เป็นโภคภัณฑ์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ มี ETF 7 กองทุนในสหรัฐฯ แต่ราคายังอยู่ที่ระดับ $1.45

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

แม้คดี Ripple จะจบลงและ XRP ได้รับการจัดประเภทเป็นโภคภัณฑ์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ข้อมูลวงในยังไม่มีหลักฐาน และราคา XRP ที่ $1.45 แสดงให้เห็นว่าตลาดยังไม่ตอบสนองต่อปัจจัยบวกอย่างเต็มที่ สถานการณ์ยังเป็นกลางจนกว่าจะมีตัวเร่งใหม่

ถ้าหน่วยงานที่อ้างว่า “ปกป้องนักลงทุน” กลับเป็นผู้ทำลายพอร์ตนักลงทุนเสียเอง จะเกิดอะไรขึ้น? นี่คือคำถามที่ชุมชน XRP ทั่วโลกรวมถึงในไทยกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด หลังมีทฤษฎีสมคบคิดระบุว่าเจ้าหน้าที่ภายใน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) อาจเปิดสถานะ Short ขาย XRP ไว้ล่วงหน้า ก่อนจะยื่นฟ้อง Ripple Labs เมื่อปลายปี 2020 เพื่อทุบราคาแล้วกอบโกยกำไร

ทฤษฎีนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มันทำให้ต้องหยุดคิดว่า อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้นเบื้องหลังศึกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต?

ย้อนรอยศึก ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับ Ripple สงครามที่ทำลายมูลค่าหลายแสนล้าน

ย้อนรอยศึก ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับ Ripple สงครามที่ทำลายมูลค่าหลายแสนล้าน
ภาพจาก AI

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2020 ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยื่นฟ้อง Ripple Labs พร้อมผู้ร่วมก่อตั้ง Christian Larsen และ CEO Bradley Garlinghouse ในข้อหาขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนมูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ผ่าน XRP นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่า Larsen และ Garlinghouse ขาย XRP ส่วนตัวรวมกันอีกราว 600 ล้านดอลลาร์

ผลกระทบเกิดขึ้นทันที ราคา XRP ดิ่งจากระดับ $0.44-$0.60 ลงไปต่ำกว่า $0.20 ภายในไม่กี่วัน มูลค่าตลาดหายไปหลายพันล้านดอลลาร์ เว็บกระดานเทรดรายใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Coinbase ระงับการซื้อขาย XRP สำหรับลูกค้าอเมริกันทันที นักลงทุนรายย่อยทั่วโลก รวมถึงชาวไทยจำนวนมาก ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

คำถามคือ ใครที่รู้ล่วงหน้าว่าการฟ้องร้องกำลังจะเกิดขึ้น? และถ้ารู้ล่วงหน้า พวกเขาเปิดสถานะ Short เพื่อทำกำไรจากการร่วงของราคาหรือไม่?

ทฤษฎี “ก.ล.ต. สหรัฐฯ ชอร์ต XRP” มีหลักฐานอะไรบ้าง?

ทฤษฎี
ภาพจาก AI

ต้องบอกตรงๆ ว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่พิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดสถานะ Short ขาย XRP ก่อนยื่นฟ้อง Ripple ทฤษฎีนี้เกิดจากการเชื่อมโยงจุดต่อจุดของชุมชน XRP บนแพลตฟอร์ม X ซึ่งมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมี “กลิ่น” ของการใช้ข้อมูลวงในอย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่มีหลักฐานจริงคือ ผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน ก.ล.ต. สหรัฐฯ โดยเฉพาะกรณี William Hinman อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงินขององค์กร (Division of Corporation Finance) ผู้ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2018 ว่า Ethereum ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ทั้งที่ตัวเขาเองมีความสัมพันธ์ทางการเงินกับสำนักกฎหมาย Simpson Thacher & Bartlett LLP ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ Enterprise Ethereum Alliance

อีเมลที่ถูกเปิดเผยระหว่างการพิจารณาคดี Ripple ยืนยันว่า Hinman มีปฏิสัมพันธ์กับ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ก่อนกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าว แม้สำนักงานผู้ตรวจการภายใน (OIG) ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ จะออกรายงานระบุว่า Hinman “ไม่ได้ละเมิดจริยธรรม” แต่องค์กรตรวจสอบอย่าง Empower Oversight วิจารณ์ว่ารายงานดังกล่าวมีขอบเขตแคบเกินไป โดยตรวจสอบเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางอาญา แต่ไม่ได้มองภาพรวมของการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ

ETHGate ทำไม Ethereum ได้ “ใบเบิกทาง” แต่ XRP ถูกฆ่าตัดตอน?

ETHGate ทำไม Ethereum ได้
ภาพจาก AI

นี่คือแก่นแท้ของทฤษฎีที่ชุมชน XRP เรียกว่า “ETHGate” หากมองตามข้อเท็จจริง Ethereum ก็ระดมทุนผ่านการขายโทเคน (ICO) ในปี 2014 เช่นเดียวกับที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ กล่าวหาว่า Ripple ทำกับ XRP แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันสุดขั้ว

Ethereum ได้รับ “ใบเบิกทาง” จากสุนทรพจน์ของ Hinman ในปี 2018 ที่ระบุว่า ETH ไม่ใช่หลักทรัพย์ และในเดือนมิถุนายน 2024 ก.ล.ต. สหรัฐฯ ก็ปิดการสอบสวน Ethereum อย่างเป็นทางการโดยไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ ในขณะที่ XRP ถูกฟ้องร้องยาวนานเกือบ 5 ปี ส่งผลให้ราคาถูกกดทับตลอดวัฏจักรขาขึ้นทั้งรอบ

คำถามที่ชุมชน XRP ตั้งขึ้นนั้นมีเหตุผล ทำไมโทเคนสองตัวที่มีลักษณะการระดมทุนคล้ายคลึงกันถึงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง? ใครได้ประโยชน์จากการที่ XRP ถูกกดราคาในขณะที่ ETH วิ่งขึ้นอย่างอิสระ?

ต้องย้ำอีกครั้งว่า OIG ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไม่พบหลักฐานว่า Hinman กล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ “ไม่พบหลักฐาน” กับ “ไม่มีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น” เป็นคนละเรื่องกัน

คดีจบแล้ว แต่ทำไม XRP ยังไม่พุ่ง?

คดีจบแล้ว แต่ทำไม XRP ยังไม่พุ่ง?
ภาพจาก AI

เรื่องที่ทำให้ทฤษฎีสมคบคิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ สถานการณ์ราคา XRP ที่ “ผิดปกติ” แม้ว่าข่าวดีจะมาครบทุกอย่างแล้วก็ตาม

ลองมาดูตัวเร่งขาขึ้นของ XRP ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งคำตัดสินของผู้พิพากษา Analisa Torres เมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ที่ระบุว่าการขาย XRP บนเว็บกระดานเทรดให้นักลงทุนรายย่อยไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ (ราคาพุ่งจาก $0.47 เป็น $0.93 ภายใน 48 ชั่วโมง แต่แล้วก็ร่วงกลับ) การที่ Ripple และ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ถอนอุทธรณ์ทั้งสองฝ่ายในเดือนสิงหาคม 2025 ปิดฉากคดีอย่างเป็นทางการ การอนุมัติ XRP ETF ชุดแรกในสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยมีผู้ออกรายใหญ่อย่าง Bitwise, Grayscale, 21Shares, Canary Capital และ Franklin Templeton ซึ่งปัจจุบันมี 7 กองทุนที่ซื้อขายอยู่ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญที่สุดคือการที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ร่วมกับ CFTC ออกกฎร่วมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 จัดประเภท XRP เป็นโภคภัณฑ์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ เทียบเท่ากับ Bitcoin และ Ethereum

แต่ผลลัพธ์คืออะไร? XRP พุ่งแตะ $1.60 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 หลังการจัดประเภทเป็นโภคภัณฑ์ แต่แล้วก็เกิดการ “ขายทำกำไรตามข่าว” ทำให้ราคาร่วงกลับมาอยู่ที่ $1.45 ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026 เมื่อเทียบกับ Bitcoin ที่เคยทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือ Ethereum ที่ได้รับ ETF เช่นกัน การเคลื่อนไหวของ XRP ดูเหมือน “ถูกตรึง” อยู่กับที่

ชุมชน XRP มองว่านี่คือหลักฐานว่ามี “แรงกดดันเชิงระบบ” บางอย่างที่คอยกดราคาไว้ไม่ให้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ส่วนอีกฝ่ายก็มองว่าเป็นเรื่องปกติของตลาดที่ “ซื้อข่าวลือ ขายข่าวจริง” และ XRP มีอุปทานหมุนเวียนมหาศาลจนยากจะขับเคลื่อนราคา

แยกข้อเท็จจริงออกจากจินตนาการ สิ่งที่รู้แน่กับสิ่งที่ยังเป็นแค่ทฤษฎี

แยกข้อเท็จจริงออกจากจินตนาการ สิ่งที่รู้แน่กับสิ่งที่ยังเป็นแค่ทฤษฎี
ภาพจาก AI

ในฐานะสื่อ เราต้องแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่พิสูจน์แล้วกับสิ่งที่ยังเป็นข้อสันนิษฐาน

สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ได้แก่ William Hinman มีความสัมพันธ์ทางการเงินกับสำนักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Ethereum ขณะดำรงตำแหน่งใน ก.ล.ต. สหรัฐฯ, ก.ล.ต. สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อ Ethereum และ XRP แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ทั้งสองมีลักษณะการระดมทุนคล้ายคลึงกัน, คดี Ripple กินเวลาเกือบ 5 ปีและทำลายมูลค่า XRP ไปมหาศาล, Gary Gensler ในฐานะประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีท่าทีแข็งกร้าวต่อคริปโตอย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านั้นเคยพูดถึงศักยภาพของ XRP ในฐานะสกุลเงินสะพานสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนขณะสอนอยู่ที่ MIT, และ Ripple ใช้กลยุทธ์ “fair notice defense” โดยอ้างว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไม่เคยให้แนวทางที่ชัดเจนว่า XRP เป็นหลักทรัพย์ ทั้งที่มีการซื้อขายอย่างเปิดเผยมาหลายปี

สิ่งที่ยังเป็นทฤษฎีที่ไม่มีหลักฐาน ได้แก่ การที่เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดสถานะ Short ขาย XRP ก่อนยื่นฟ้อง, การที่คดี Ripple เป็น “แผนปั่นราคาแบบมีระบบ” โดยหน่วยงานกำกับดูแลเอง, และการอ้างว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ ใช้ “กลยุทธ์ทางจิตวิทยาสังคม” หรือ “อัลกอริทึมกดราคา” เพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้นักลงทุน XRP ขายทิ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือรองรับ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่ทำกำไรจากการ Short แต่ระบบที่อนุญาตให้หน่วยงานกำกับดูแลมีอำนาจสร้างหรือทำลายมูลค่าของสินทรัพย์ได้ด้วยการฟ้องร้องเพียงครั้งเดียว โดยไม่มีกลไกตรวจสอบที่เข้มงวดพอ เป็นระบบที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้อยู่ดี ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริงในกรณีนี้หรือไม่ก็ตาม

บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย เมื่อ “ผู้คุ้มครอง” อาจเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด

สำหรับนักลงทุนคริปโตชาวไทยที่ถือ XRP และผ่านพ้นช่วงเวลาอันยาวนานมาได้ กรณีนี้สอนเราหลายเรื่อง

ประการแรก ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (regulatory risk) เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้จากกราฟราคาหรือปัจจัยพื้นฐานของโทเคน คุณอาจวิเคราะห์ถูกทุกอย่าง ว่า XRP มีเทคโนโลยีดี มีการใช้งานจริง มีพันธมิตรธนาคารทั่วโลก แต่ถ้าหน่วยงานกำกับดูแลตัดสินใจฟ้อง ทุกอย่างเป็นศูนย์ได้ในชั่วข้ามคืน

ประการที่สอง ระยะเวลาของกระบวนการกฎหมายสามารถ “ฆ่า” โอกาสในการลงทุนได้อย่างเงียบๆ แม้คุณจะไม่ได้ขายขาดทุน แต่การที่เงินลงทุนถูก “แช่แข็ง” อยู่กับสินทรัพย์ที่ถูกกดทับด้วยความไม่แน่นอนทางกฎหมายนานเกือบ 5 ปี ในขณะที่ Bitcoin และ Ethereum วิ่งขึ้นหลายเท่า ค่าเสียโอกาสนั้นมหาศาล

ประการที่สาม ปัจจุบัน XRP ได้รับการจัดประเภทเป็นโภคภัณฑ์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการแล้ว มี ETF ซื้อขายในสหรัฐฯ 7 กองทุน คดีความจบสิ้นแล้ว ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เคยกดทับราคามานานเกือบ 5 ปีได้หมดไปแล้ว สิ่งที่เหลือคือปัจจัยพื้นฐานของ XRP เอง และแรงซื้อขายของตลาดที่จะเป็นตัวกำหนดราคาจากนี้ไป

ความเห็นผู้เขียน

ผมจะพูดตรงๆ ว่า ผมไม่เชื่อทฤษฎี “ก.ล.ต. สหรัฐฯ ชอร์ต XRP” แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันไม่มีหลักฐาน การกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐเปิด Short ขายสินทรัพย์ก่อนฟ้องร้องเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงมากที่ต้องการมากกว่าการ “เชื่อมจุด” จากทวิตเตอร์

แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือ ระบบที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ใช้กำกับดูแลคริปโตตลอด 5 ปีที่ผ่านมานั้นมีปัญหาอย่างร้ายแรง การที่ Hinman มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ Ethereum เป็นข้อเท็จจริง การที่ XRP ถูกปฏิบัติแตกต่างจาก ETH ทั้งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นข้อเท็จจริง และการที่นักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการตัดสินใจฟ้องร้องเพียงครั้งเดียว โดยที่ผลสุดท้ายศาลตัดสินว่าการขาย XRP บนเว็บกระดานเทรดไม่ใช่หลักทรัพย์ ก็เป็นข้อเท็จจริงเช่นกัน

ผมมองว่าเราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่ Short XRP จริงหรือเปล่า เพราะแค่ข้อเท็จจริงที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้วที่จะตั้งคำถามว่า ระบบกำกับดูแลแบบนี้มันยุติธรรมจริงหรือ? ในเมื่อหน่วยงานเดียวสามารถทำลายมูลค่าสินทรัพย์ที่คนหลายล้านคนถืออยู่ได้ด้วยการยื่นเอกสารเพียงฉบับเดียว

สำหรับคนที่ถือ XRP มาตั้งแต่ปี 2020 คุณเป็นผู้รอดชีวิตจากสงครามกฎระเบียบที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต ตอนนี้สนามรบนั้นจบลงแล้ว XRP เป็นโภคภัณฑ์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ มี ETF รองรับ แต่อย่าลืมว่า ราคาสินทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความยุติธรรม” มันขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของ XRP เมื่อไม่มีข้ออ้าง “ถูกกดราคาโดย ก.ล.ต.” ให้พึ่งพาอีกต่อไป

เครดิตภาพจาก @EdsonXRPWINS