bitkub-banner

หมดยุคกาว! ผู้ก่อตั้ง Aave และ Ethena ชี้ ตลาด DeFi กำลังจะมีผลตอบแทนที่มั่นคงมากขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Aave และ Ethena ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังวิวัฒนาการไปสู่รูปแบบเดียวกับ Traditional finance ที่เน้นผลตอบแทนที่มั่นคงและสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
  • การนำเสนอเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่อย่างการทำ Fixed-to-floating rate swap ช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในตลาดคริปโตที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แม้ในปัจจุบัน Yield ส่วนใหญ่ของโลกคริปโตจะยังคงพึ่งพาการเทรดและการใช้ Leverage แต่ในอนาคตเม็ดเงินขนาดใหญ่จะไหลมาจากสินทรัพย์ในโลกจริงผ่านกระบวนการ Tokenization

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การที่โครงสร้างพื้นฐานของ DeFi เริ่มมีความเป็นมืออาชีพและนำเสนอผลตอบแทนที่มั่นคงคาดเดาได้ ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อภาพรวมตลาด เพราะสิ่งนี้คือกุญแจสำคัญที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและโลกการเงินดั้งเดิมให้ไหลเข้ามาสู่โลกคริปโตในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ตลาดการเงินคริปโตเพิ่งจะเริ่มปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่เทียบเคียงได้กับ Traditional finance โดยนำเสนอช่องทางในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและคาดเดาได้มากขึ้น ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับพันธบัตรหรือผลิตภัณฑ์เงินฝาก ตามมุมมองของ Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave Labs และ Guy Young ซีอีโอของ Ethena

Guy Young ได้กล่าวระหว่างการเสวนาในงาน Digital Asset Summit ในนิวยอร์กว่า ตราสารหนี้ส่วนใหญ่เปรียบเสมือนการกระจายความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งพื้นฐานแล้วก็คือการแบ่งส่วนและกระจายความเสี่ยงออกไป โดยชิ้นส่วนนี้ของโลก DeFi ถือเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึงเลยเมื่อสองปีที่แล้ว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้งานคริปโตส่วนใหญ่มักจะเน้นไปที่การเทรด Token หรือนำไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืม โดยมักจะวิ่งตามหา Yield ที่สูงและคาดเดาไม่ได้ แต่ปัจจุบันเครื่องมือใหม่ๆ ทำให้ผู้คนสามารถล็อกผลตอบแทนไว้ได้ แม้จะอยู่ในตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนอย่างรุนแรงก็ตาม

Young ยกตัวอย่างว่าสิ่งที่ผู้คนกำลังทำกับแพลตฟอร์ม Pendle คือการทำ Fixed-to-floating rate swap ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ระหว่างผลตอบแทนที่มั่นคงหรือผลตอบแทนที่ผันแปรได้ คล้ายกับการเลือกระหว่างอัตราดอกเบี้ยคงที่หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัว เขายอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายในวงการคริปโต เพราะมันยากมากที่จะรู้ว่าหน้าตาของตลาดในอีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ทางด้าน Kulechov ระบุว่า Aave ได้ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ที่โปรเจกต์อื่นๆ สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ โดยเขาเปรียบว่า Aave ทำหน้าที่เสมือนเป็นแหล่งพัก Liquidity ซึ่งช่วยเป็นฐานรากให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลก DeFi

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน เม็ดเงินส่วนใหญ่ที่ทำกำไรได้ยังคงพึ่งพาการเทรดมากกว่าการปล่อยกู้แบบดั้งเดิม โดย Kulechov ชี้ว่า Yield ในโลก DeFi ส่วนใหญ่ยังคงอิงอยู่กับ Leverage เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อสินทรัพย์ในโลกจริงถูกย้ายเข้ามาอยู่บนโลก On-chain มากขึ้นผ่านกระบวนการ Tokenization ซึ่งในอนาคต Yield และระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่อาจจะหลั่งไหลมาจาก Traditional finance นั่นเอง

ที่มา: coindesk


มุมมองจากระดับผู้นำของโปรเจกต์ DeFi ชั้นนำตอกย้ำภาพชัดเจนว่ายุคทองของการแจก Yield แบบไร้เหตุผลเพื่อดึงดูดคนใช้งานน่าจะใกล้จบลงไปแล้ว ตลาดกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงเพื่อตอบโจทย์สถาบันการเงิน การนำ Tokenization มาแปลงสินทรัพย์โลกจริงให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นเทรนด์ใหญ่ที่น่าจับตามองมากๆ ใครที่ถือ Token ของแพลตฟอร์มที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Aave หรือ Ethena เอาไว้อาจจะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จากเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่จะไหลเข้ามาในระบบนิเวศนี้ในอนาคต