สรุปข่าว
- ยึดทรัพย์ล็อตใหญ่: ตำรวจไอร์แลนด์และ Europol เข้ายึด 500 BTC มูลค่ากว่า 1.05 พันล้านบาท จากอดีตพ่อค้ายาเสพติด และโอนเข้าสู่การดูแลของ Coinbase
- ต้นทุนมหาศาล: อดีตพ่อค้ายาลงทุนซื้อ BTC ที่ราคา 175 บาทในปี 2011 ปัจจุบันพอร์ตทั้งหมดมีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท
- โอกาสขยายผล: เจ้าหน้าที่อาจใช้เทคโนโลยีติดตามบล็อกเชนเพื่อค้นหาเหรียญอีกกว่า 1.37 หมื่นล้านบาทที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้ไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่องโดยรวมของตลาดในทันที แต่การย้ายเหรียญจำนวน 500 BTC เข้าสู่ศูนย์ซื้อขายอย่าง Coinbase มักถูกมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเทขาย (Liquidation) โดยหน่วยงานรัฐ ซึ่งนักเทรดมักจะจับตามองเป็นพิเศษในฐานะแรงเทขายแฝง (Overhang Supply) ในอนาคต
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน Arkham Intelligence เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไอร์แลนด์ ภายใต้หน่วยงาน Criminal Assets Bureau (CAB) และเครือข่ายตำรวจยุโรป (Europol) ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาอย่างยาวนาน และได้ทำการยึด Bitcoin จำนวน 500 BTC มูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.05 พันล้านบาท) จาก Clifton Collins อดีตผู้ค้ายาเสพติด โดยปัจจุบันสินทรัพย์ดังกล่าวถูกโอนไปเก็บรักษาไว้ในความดูแลของแพลตฟอร์ม Coinbase
จากต้นทุน 1 ล้านบาท สู่พอร์ตหมื่นล้าน

ภาพข้อมูล On-Chain จาก @arkham
ตามรายงานระบุว่า Collins ได้นำเงินรายได้จากการขายกัญชาจำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.05 ล้านบาท) ไปกว้านซื้อ Bitcoin จำนวน 6,000 BTC ในช่วงปี 2011-2012 ซึ่งในเวลานั้นมีราคาเพียงเหรียญละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 175 บาท) จากการเติบโตของตลาดคริปโต ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนนี้มีมูลค่าประเมินสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 หมื่นล้านบาท)
ปริศนากุญแจในคันเบ็ดตกปลา
ก่อนหน้านี้ในปี 2020 Collins เชื่อว่าเขาสูญเสียเหรียญทั้งหมดไปแล้ว เนื่องจากในช่วงที่เขาถูกจำคุก เจ้าของบ้านเช่าได้ทำความสะอาดห้องและนำกล่องอุปกรณ์ตกปลา ซึ่งเขาใช้ซ่อนรหัสผ่าน (Private Keys) ไปทิ้งทำลาย อย่างไรก็ตาม การเข้ายึดทรัพย์ 500 BTC ล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่สามารถกู้คืนสินทรัพย์บางส่วนมาได้สำเร็จ
ความก้าวหน้าของนิติวิทยาศาสตร์บล็อกเชน

ภาพประกาศยึดคริปโตสำเร็จของตำรวจไอร์แลนด์จาก @arkham
การกู้คืนสินทรัพย์ที่ถูกมองว่า “สูญหาย” ไปแล้วกว่าทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าขั้นสูงของการสืบสวนทางบล็อกเชน (Blockchain Forensics) ข้อมูลจาก Arkham ประเมินว่าอาจมีสินทรัพย์อีกมูลค่ากว่า 392 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,700 ล้านบาท) ที่ยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัลอีก 14 ที่อยู่ (Addresses) ที่เกี่ยวข้องกับ Collins ซึ่งทางการอาจเตรียมขยายผลเพื่อยึดทรัพย์เพิ่มเติม
ผู้เขียนมองว่าการกู้คืนกระเป๋าที่หลับใหลกว่า 10 ปีจนยึดทรัพย์ได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่าความโปร่งใสของบล็อกเชนทำให้ไม่มีเส้นทางการเงินใดที่ซ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้เหตุการณ์นี้จะเป็นผลดีต่อการบังคับใช้กฎหมาย แต่นักลงทุนก็ต้องเผื่อใจรับความผันผวน หากรัฐบาลเริ่มทยอยระบายเหรียญมูลค่า 1.05 พันล้านบาทชุดนี้ลงสู่ตลาดในระยะถัดไปครับ
