สรุปข่าว
- คริปโตนำตลาด: ETH พุ่ง 16.9% และ BTC บวก 13.9% ทำผลงานชนะดัชนี S&P 500 นับตั้งแต่วิกฤตอิหร่านปะทุขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์
- ทองคำร่วงหนัก: ราคาทองคำ Spot ดิ่งลง 9.8% ทำสถิติรายสัปดาห์ที่แย่ที่สุดในรอบกว่า 40 ปี (ตั้งแต่ปี 1983)
- กลยุทธ์ Fundstrat: Tom Lee แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาเทรดฝั่ง Long ในคริปโต และ Short ในทองคำ สำหรับแผนการลงทุนในอีก 1 ปีข้างหน้า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข้อมูลนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของคริปโตเคอร์เรนซี (โดยเฉพาะ Bitcoin) ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” (Digital Gold) ที่สามารถใช้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจได้จริง หากเม็ดเงินลงทุนยังคงไหลออกจากตลาดทองคำและตราสารหนี้ โอกาสที่เม็ดเงินเหล่านั้นจะถูกโยกเข้ามาสะสมในตลาดคริปโตก็มีสูงขึ้น
Thomas (Tom) Lee ผู้บริหารและนักวิเคราะห์จาก Fundstrat ได้โพสต์ข้อความพร้อมกราฟสถิติผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของทิศทางการลงทุนนับตั้งแต่ความขัดแย้งในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชี้ให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นและสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน
คริปโตเคอร์เรนซีทำผลงานโดดเด่นเหนือตลาด
ข้อมูลจากกราฟของ Fundstrat แสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์คริปโตเป็นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนนำหน้าตลาด (Outperformance) เมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 อย่างมีนัยสำคัญ โดย Ethereum (ETH) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 16.9% และ Bitcoin (BTC) ปรับตัวขึ้น 13.9% ท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 1983
ในทิศทางตรงกันข้าม ราคาทองคำ (Gold Spot) ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงสงคราม กลับเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักจนราคาร่วงลงไปถึง 9.8% ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ราคาทองคำทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 ปรากฏการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนที่เคยพึ่งพาทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัย (Safe Haven)
กลยุทธ์ “Long คริปโต – Short ทองคำ”
Tom Lee ได้ระบุในงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ว่า กลยุทธ์การลงทุนที่คาดว่าจะสร้างผลกำไรได้ดีในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ คือการเปิดสถานะขายชอร์ต (Shorting) ทองคำ และเปิดสถานะซื้อ (Long) คริปโตเคอร์เรนซี โดยเขามองว่ากระแสความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เริ่มจางหายไป (Fading rate-cut expectations) จะเป็นปัจจัยที่กดดันทังทองคำและสนับสนุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโต
มุมมองนักลงทุนต่อ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่เปลี่ยนไป
บทวิเคราะห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักลงทุน (Shifting investor preferences) ที่เริ่มหันมาใช้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงาน และคริปโตเคอร์เรนซี เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedge) จากการยกระดับความรุนแรงในตะวันออกกลาง แทนที่จะพึ่งพาทองคำเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ความแข็งแกร่งของคริปโตในช่วงเดือนแรกของวิกฤต เป็นข้อพิสูจน์ถึงบทบาทใหม่ในโลกการเงิน
แหล่งอ้างอิง: @fundstrat
ผู้เขียนมองว่าปรากฏการณ์ที่ทองคำร่วงเกือบ 10% ในขณะที่เกิดวิกฤตสงคราม ถือเป็นเรื่องผิดปกติ (Anomaly) ในโลกการเงินดั้งเดิมอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน การที่คริปโตเคอร์เรนซียังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกไว้ได้ แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานความตื่นตระหนกในตลาดโลกได้แล้ว นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่หน้าประวัติศาสตร์การเงินต้องบันทึกไว้
