สรุปข่าว
- ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ประจำวันที่ 26 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 210,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 211,000 ราย และเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 205,000 ราย
- ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
- ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวผันผวน โดย BTC อยู่ที่ $69,379 (-2.66%) และ ETH อยู่ที่ $2,070.32 (-4.62%) ในรอบ 24 ชั่วโมง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานที่ต่ำกว่าคาดสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังไม่ได้อ่อนแอลง ทำให้ Fed ไม่มีเหตุผลเร่งลดดอกเบี้ย สภาวะนี้กดดัน BTC และ ETH ในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนลังเลที่จะเพิ่มความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 เวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย (8:30 AM EST) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Initial Jobless Claims) ออกมาที่ 210,000 ราย ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 211,000 ราย และสูงกว่าตัวเลขสัปดาห์ก่อนที่ 205,000 ราย แม้ความแตกต่างระหว่างตัวเลขจริงกับคาดการณ์จะดูน้อย แต่ทิศทาง “ต่ำกว่าคาด” นี้มีนัยสำคัญต่อการอ่านสถานการณ์ตลาดแรงงานและทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์คือจำนวนคนที่ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นั้น เพราะเพิ่งตกงานหรือถูกเลิกจ้าง ถ้าตัวเลขนี้ต่ำ แปลว่าคนไม่ค่อยตกงาน ตลาดแรงงานยังแน่น ถ้าตัวเลขสูง แปลว่ามีคนตกงานมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอ
ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง กดดัน Fed คงดอกเบี้ยนาน
ตัวเลข 210,000 รายที่ออกมาต่ำกว่าคาดส่งสัญญาณว่าบริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ยังไม่ได้ปลดพนักงานในวงกว้าง นั่นหมายความว่าการจ้างงานยังอยู่ในระดับดี คนมีรายได้ มีกำลังซื้อ และนั่นคือปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อยังสูงยาก สำหรับ Fed แล้ว ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเท่ากับไม่มีแรงกดดันให้รีบลดดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจยังไม่ได้ส่งสัญญาณเจ็บปวดชัดเจน
สิ่งที่น่าจับตาคือตัวเลขสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นจาก 205,000 ราย มาเป็น 210,000 ราย แม้จะเพิ่มขึ้นเพียง 5,000 ราย แต่ถ้าแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไปในสัปดาห์ถัดๆ ไป อาจเริ่มบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานกำลังค่อยๆ ผ่อนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Fed ต้องการเห็นก่อนจะเริ่มพิจารณาลดดอกเบี้ย แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น
ผลกระทบต่อ BTC และ ETH ในกรอบสั้น
ในขณะที่ตัวเลขนี้ออกมา BTC ซื้อขายอยู่ที่ $69,379 ติดลบ 2.66% และ ETH ที่ $2,070.32 ติดลบ 4.62% ในรอบ 24 ชั่วโมง ตลาดคริปโตที่อ่อนตัวอยู่แล้วก่อนตัวเลขนี้ออกมา สะท้อนว่านักลงทุนกำลังระมัดระวังในช่วงที่ยังรอความชัดเจนเรื่องดอกเบี้ย
ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานที่ต่ำกว่าคาดทำให้เส้นทางการลดดอกเบี้ยของ Fed ยิ่งดูห่างออกไป ซึ่งกดดัน BTC และ ETH ในฐานะสินทรัพย์เสี่ยง เพราะเมื่อดอลลาร์ยังแข็งและดอกเบี้ยยังสูง ต้นทุนการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างคริปโตก็สูงตามไปด้วย แรงซื้อจึงไม่กล้าเข้าเต็มที่ในสภาวะแบบนี้
จับตาตัวเลขแรงงานสัปดาห์ต่อไปและสัญญาณจาก Fed
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าหาก Initial Jobless Claims ยังวนเวียนอยู่ใต้แนว 220,000-230,000 ราย ถือว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งเกินไปที่ Fed จะเปลี่ยนท่าทีเรื่องดอกเบี้ยในระยะใกล้ ทิศทางที่น่าจับตาคือการประชุม Fed ในรอบถัดไป และตัวเลขนอนฟาร์มประจำเดือนที่จะออกมาในต้นเดือนหน้า ซึ่งจะให้ภาพตลาดแรงงานที่ครอบคลุมกว่า รวมถึงข้อมูลการสร้างงานในแต่ละภาคส่วนและแนวโน้มค่าแรง
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขนี้ออกมา “ไม่ได้ดีสำหรับคริปโต” ในแง่ที่ว่ามันยืนยันว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่ได้พังลง ซึ่งทำให้ Fed ไม่รีบทำอะไร บางคนอาจคิดว่าเศรษฐกิจดีน่าจะดีกับตลาดโดยรวม แต่สำหรับคริปโตแล้วมันซับซ้อนกว่านั้น เพราะตลาดต้องการ “เหตุผล” ที่จะลดดอกเบี้ยถึงจะดีดขึ้นได้อย่างมีพลัง
ที่น่าสังเกตคือตัวเลขสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นนิดนึงจาก 205,000 เป็น 210,000 ราย ผมจะคอยดูว่ามันจะขยับขึ้นต่อเนื่องอีกสัปดาห์สองสัปดาห์หรือเปล่า ถ้าขึ้นไปเรื่อยๆ แบบนั้นล่ะถึงจะเริ่มพูดเรื่อง Fed ลดดอกเบี้ยได้อย่างมีน้ำหนัก แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไป สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ผมแนะนำให้จับตา BTC ในโซน $68,000-$69,000 ว่าจะรักษาระดับได้หรือไม่ ถ้าหลุดก็อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นได้อีก
ภาพจาก AI
📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่
