สรุปข่าว
- สภาทองคำโลก (WGC) เตรียมสร้างโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางที่เชื่อมโยงการเก็บรักษาทองคำจริงเข้ากับระบบสินทรัพย์ดิจิทัลในชื่อของ Gold as a Service
- โครงการนี้ชูประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะนำร่องเทคโนโลยีดังกล่าวเนื่องจากมีความพร้อมในหลายด้าน
- การมาของ GaaS ทำให้ร้านทองทั่วไปสามารถออกโทเคนทองคำของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อส่วนแบ่งการตลาดของเหรียญทองคำคริปโต เช่น Tether
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
สภาทองคำโลก (WGC) ประกาศแผนยกระดับอุตสาหกรรมทองคำสู่ยุคดิจิทัลด้วยการเปิดตัว Gold as a Service (GaaS) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่ผสานการจัดเก็บทองคำจริงเข้ากับระบบการออกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินหรือร้านทองสามารถให้บริการโทเคนทองคำที่มีมาตรฐานและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อเหรียญทองคำในโลกคริปโตอย่าง Tether Gold (XAUT) และ PAX Gold (PAXG) ที่อาจเผชิญกับการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากแบรนด์ที่ผู้คนทั่วไปคุ้นเคยมากกว่า
หลังจากเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ทองคำดิจิทัล อย่าง Tether Gold (XAUT) ได้รับความนิยมในระดับสูง ล่าสุดสภาทองคำโลก (WGC) จึงได้ประกาศแผนรุก ด้วยการเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในชื่อ “Gold As a Service” (GaaS) หวังยกระดับอุตสาหกรรมทองคำดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
WGC ได้ประกาศเลือก “ประเทศไทย”เป็นยุทธศาสตร์หลักในการเปิดตัว GaaS เนื่องจากไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและมีปริมาณหมุนเวียนทองคำแท่งสูง โดยตั้งเป้าเปลี่ยนโฉมจากตลาดซื้อขายทองคำแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นศูนย์กลางทองคำดิจิทัลของภูมิภาคที่ทันสมัยที่สุด
Gold as a Service คืออะไร
แนวคิดของ GaaS คือ การเปิดตัวแพลตฟอร์มที่รวมโลกแห่งความจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยมีคอนเซ็ปต์คล้ายกับ Gold Stablecoin ที่เราคุ้นเคย แต่เหนือกว่าตรงที่เป็นการสร้างมาตรฐานกลางขึ้นมา
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังจะส่งผลให้ต้นทุนในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทองคำลดลง เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงทองคำที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น
สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ GaaS จะเป็นเหมือนระบบหลังบ้านสำหรับการเทรดทองขนาดใหญ่ ที่ต่อให้ลูกค้าจะเปลี่ยนร้านก็ยังต้องใช้ระบบเดียวกัน หมายความว่าตามทฤษฎีแล้ว ลูกค้าจะสามารถซื้อทองคำดิจิทัลจากร้านหนึ่ง แต่สามารถเลือกไปรับทองคำแท่งจริงจากอีกร้านหนึ่งได้ทันทีตามความสะดวก

David Tait ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาทองคำโลก เปิดเผยว่า บริการทางการเงินกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วไปสู่ยุคดิจิทัล ซึ่ง Gold as a Service จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค รวมถึงสร้างความโปร่งใส และเพิ่มประสิทธิภาพในตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าทองคำจะยังคงมีบทบาทสำคัญในอนาคต รวมถึงสามารถกลายเป็นหลักประกันได้แทนที่จะถือทองคำไว้เฉยๆ
ทองคำคริปโตจะเป็นอย่างไร?
สำหรับชาวคริปโตเมื่อพูดถึงโทเคนทองคำเราก็มักจะนึกถึง XAUT หรือ PAXG ซึ่งเป็นเจ้าตลาดในวงการทองคำโทเคนในขณะนี้ ดังนั้นการมาถึงของ Gold as a Service จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง
แม้ PAXG และ XAUT จะมีจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือที่สร้างมานาน และระบบจัดเก็บที่พิสูจน์มาแล้ว แต่หาก GaaS เปิดตัว จะทำให้ธนาคารหรือห้างทองนับร้อยแห่งสามารถออกเหรียญทองของตัวเองได้โดยไม่ต้องสร้างระบบเอง ซึ่งจุดนี้อาจทำให้ PAXG/XAUT สูญเสียส่วนแบ่งการตลาด ให้กับ “ทองดิจิทัลของแบรนด์ดัง” ที่ผู้คนทั่วไปอาจจะเชื่อถือมากกว่าในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ทางเลือกของทองคำของบริษัทคริปโตจึงเหลืออยู่เพียงไม่มากนัก เพราะหากเทียบกันแล้วเครือข่ายที่พวกเขามีนั้นสู้ไม่ได้เลยกับทางสภาทองคำโลก บริษัทอย่าง Tether จึงอาจต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ให้โทเคนของพวกเขาสามารถใช้งานร่วมกับระบบ GaaS ได้ ก่อนที่จะสูญเสียส่วนแบ่งไปมากกว่านี้
ที่มา : gold.org , moneyandbanking
มุมมองผู้เขียน : ข่าวนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นข่าวร้ายเสมอไป เพราะมันหมายความว่าตลาดทองคำดิจิทัลกำลังจะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลไปควบคู่กับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งาน ซึ่งตัวของ XAUT เองก็ยังมีแต้มต่ออยู่ในตลาดนี้ เนื่องจากสามารถใช้เป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมใน DeFi ได้ และยังสามารถเทรดด้วยการใช้เลเวอเรจที่สูงทำให้การมาถึงของ Gold as a Service อาจยังไม่สร้างผลกระทบที่รุนแรงตั้งแต่เปิดตัว
