สรุปข่าว
- BlackRock ประกาศรับสมัครตำแหน่ง Managing Director ฝ่าย Digital Assets ที่นิวยอร์ก โดยเสนอเงินเดือนพื้นฐานสูงถึง $350,000 ต่อปี
- ตำแหน่งนี้จะรับผิดชอบดูแลกลยุทธ์ด้านคริปโต Stablecoin และการโทเค็นไนซ์สินทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ BlackRock ขยายอย่างต่อเนื่อง โดยมี AUM ด้านคริปโตรวมใกล้ถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์แล้ว
- สัญญาณการจ้างงานระดับสูงนี้บ่งชี้ว่า BlackRock ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการสินทรัพย์อย่าง BlackRock ยังคงขยายทีม Digital Assets ในระดับผู้บริหารระดับสูงนั้น เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของตลาดคริปโตในระยะยาว แม้การจ้างงานเพียงตำแหน่งเดียวจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin โดยตรงในทันที แต่สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังมั่นใจในอนาคตของอุตสาหกรรมนี้
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่ง Managing Director ฝ่าย Digital Assets ที่นิวยอร์ก โดยตำแหน่งดังกล่าวมีเงินเดือนพื้นฐานอยู่ในช่วง $270,000 ถึง $350,000 ต่อปี พร้อมโบนัสประจำปีตามดุลพินิจ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีหน้าที่นำกลยุทธ์ด้านคริปโต Stablecoin และการโทเค็นไนซ์สินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจที่ BlackRock ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
หน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งนี้
ตามประกาศรับสมัครงาน ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จะต้องบริหารและดูแลการดำเนินงานประจำวันของทีม Digital Assets รวมถึงประสานงานข้ามฝ่ายในโครงการขนาดใหญ่ และมีบทบาทในการติดต่อกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก BlackRock ประกาศตำแหน่งนี้เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 โดยสังกัดหน่วยธุรกิจ Digital Assets ขององค์กรซึ่งดูแลทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล Stablecoin และโครงสร้างพื้นฐานด้านการโทเค็นไนซ์
ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคม 2568 Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่าย Digital Assets ระดับโลกของ BlackRock เคยประกาศผ่าน LinkedIn ว่าบริษัทอยู่ระหว่างการสรรหาบุคลากรระดับผู้นำหลายตำแหน่งทั่วโลกพร้อมกัน รวมถึงตำแหน่ง Managing Director ในนิวยอร์กด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการขยายทีมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่วางไว้แล้ว
BlackRock กับการเดินหน้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล
ปัจจุบัน BlackRock มี AUM ด้านคริปโตรวมใกล้ถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ โดย iShares Bitcoin Trust (IBIT) บริหารสินทรัพย์ Bitcoin มูลค่าราว 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนโทเค็นไนซ์พันธบัตรสหรัฐฯ อย่าง BUIDL ก็เป็นกองทุนโทเค็นไนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยสินทรัพย์มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า BlackRock กำลังพัฒนา Ethereum ETF แบบ Staking และโครงสร้างพื้นฐานกองทุนโทเค็นไนซ์เพิ่มเติมด้วย
Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock ระบุไว้ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ว่าธุรกิจคริปโตของบริษัทอาจสร้างรายได้ได้สูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีภายในห้าปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของบริษัทต่ออุตสาหกรรมนี้ การสรรหาผู้บริหารระดับสูงเพื่อนำทีม Digital Assets จึงเป็นก้าวที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า BlackRock IBIT มีเงินไหลออก 6.6 พันล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 เดือน Bitcoin ETF พลิกเป็นไหลออกครั้งแรกในมีนาคม แม้จะมีเงินไหลออกช่วงสั้น แต่การที่บริษัทยังคงขยายทีมบริหารระดับสูงด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในเวลาเดียวกัน แสดงว่า BlackRock มองข้ามความผันผวนระยะสั้นและมุ่งเน้นโครงสร้างระยะยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นในแง่ตัวเลขหรือผลกระทบต่อราคาทันที แต่มันมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่น่าสนใจ ตอนนี้ Bitcoin อยู่ที่ $67,150 และตลาดกำลังอยู่ในช่วงผันผวน แต่ BlackRock ไม่ได้หยุดสร้างโครงสร้างพื้นฐานเลย การจ้างผู้บริหารระดับ MD ด้วยเงินเดือนขนาดนี้ในช่วงที่ตลาดยังไม่นิ่ง มันบอกว่าสถาบันใหญ่มองว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ไปไหน สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือว่า BlackRock จะนำ Ethereum Staking ETF ออกมาได้จริงหรือไม่ และกองทุนโทเค็นไนซ์จะขยายตัวไปในทิศทางไหนภายในปีนี้
เครดิตภาพจาก @fintechfrank
