สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงทะลุ $65,000 ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วกลับมาที่ $66,600
- ตลาดคริปโตส่วนใหญ่ทำผลงานแบบคละกันมีทั้งขึ้นและลง ไม่ได้มีทิศทางที่ชัดเจนทั่วทั้งตลาด
- ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความผันผวนคาดว่าเป็นผลมาจาก การปิดโพสิชันในตลาดฟิวเจอร์ส
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ตลาดคริปโตต้อนรับต้นสัปดาห์ด้วยความผันผวนอย่างหนัก หลังราคา Bitcoin ทิ้งตัวร่วงทะลุระดับ $65,000 ก่อนจะมีแรงซื้อปริมาณมหาศาลช้อนซื้อกลับและดันราคาสวนขึ้นมายืนเหนือ $66,600 ได้ ซึ่งความปั่นป่วน ครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการผสมผสานของ 2 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยทางเทคนิคที่มีการล้างพอร์ต ผนวกกับปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด ส่วนภาพรวมของตลาด Altcoin ค่อนข้างซบเซาแต่ก็ไม่ได้ร่วงตามกันไปทั้งหมดอย่างรุนแรง
เช้าวันนี้ กราฟราคา Bitcoin ได้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงต้อนรับต้นสัปดาห์จนทำให้นักลงทุนหลายคนต้องถึงกับถอนหายใจ หลังราคาได้ร่วงทะลุ $65,000 ก่อนที่จะฟื้นกลับขึ้นมาสู่จุดเดิมอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD พบว่าราคาของ Bitcoin ได้มีการย่อตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจากราคา $67,000 ร่วงลงมาทำจุดต่ำสุดปลายไส้เทียนที่ $64,970

แต่แทนที่ราคา Bitcoin จะร่วงลงต่อกลับเกิดแรงซื้อจำนวนมหาศาลไหลทะลักส่งผลทำให้ราคาฟื้นตัวอย่างรุนแรงภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง จนส่งผลทำให้ในขณะที่รายงาน Bitcoin สามารถกลับมายืนเหนือ $66,600 เป็นผลสำเร็จ
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ Bitcoin เกิดความผันผวนรุนแรงคาดว่าเป็นผลมาจากปัจจัยหลักๆ 2 ประการได้แก่
- ปัจจัยทางเทคนิค : การล้างพอร์ตในตลาดฟิวเจอร์สจากนักลงทุนรายใหญ่และการเทขายต่อเนื่องมาตั้งแต่วันสิ้นอายุออปชันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
- ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ : ความขัดแย้งในอิหร่านที่เริ่มส่อแววทวีความรุนแรงหลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ ได้เริ่มมีการเตรียมส่งทหารราบบุกเข้าไปยังภาคพื้นดินของอิหร่าน และการประท้วงทรัมป์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายรัฐ
ภาพรวมของตลาดในวันนี้ถือว่าคละกันมีทั้งลงทั้งขึ้น แต่จะเป็นการขึ้นแบบไม่รุนแรงหรือเสมอตัวมากกว่าพุ่งขึ้นรุนแรง ในขณะที่ฝั่งลงจะเจ็บหนักกว่ายกตัวอย่างเช่น Bitcoin Cash ที่ร่วงไปแล้วกว่า 5%

มุมมองผู้เขียน : สัญญาณในเช้าวันนี้อาจเป็นเพียงแค่คำเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะตามมาถึงก็เป็นได้ เนื่องจากในอีกไม่ถึง 2 วัน Bitcoin กำลังจะสิ้นสุดกราฟเดือนมีนาคมและเริ่มต้นเดือนใหม่ ซึ่งถ้าหากปิดกราฟติดลบอีกเดือนก็มีสิทธิ์ที่จะร่วงลงไปได้มากกว่านี้
