bitkub-banner

นักวิเคราะห์เตือน วิกฤตสภาพคล่องเงียบในญี่ปุ่น อาจเป็นชนวนเหตุทุบตลาดคริปโตรอบใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วิกฤตเงียบในญี่ปุ่น: บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นอายุ 30 ปี พุ่งแตะ 3.79% สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการเงินที่พึ่งพาดอกเบี้ยต่ำมานาน
  • ความเสี่ยงเงินทุนไหลออก: ต้นทุนกู้เงินเยนที่แพงขึ้น อาจทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ซ้ำรอยเดือน ส.ค. 2567 ที่ทำ BTC ร่วง 30%
  • ทางรอดอยู่ที่ BOJ: หากธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงด้วยการซื้อพันธบัตร การอัดฉีดสภาพคล่องนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ในระยะสั้น การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นถือเป็นการดึงสภาพคล่องออกจากระบบการเงินโลก (Global Liquidity Drain) สินทรัพย์ที่เปราะบางต่อสภาพคล่องอย่างคริปโตเคอร์เรนซี (โดยเฉพาะ Altcoins) จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่นี่อาจเป็นเพียง “การเขย่าตลาด” (Shakeout) ก่อนที่หน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นจะถูกบีบให้ออกมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นผลบวกในระยะยาว

บัญชีนักวิเคราะห์ข้อมูลบนเครือข่าย Ted (@TedPillows) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยระบุว่าการพังทลายของตลาด (Crash) ในรอบถัดไปอาจไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากปัจจัยภายในวงการคริปโตเอง แต่อาจถูกจุดชนวนจาก “วิกฤตสภาพคล่องเงียบ” (Silent Liquidity Crisis) ที่กำลังก่อตัวขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

ยีลด์พันธบัตร 30 ปีพุ่งทะลุ 3.79% กดดันระบบเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Bond Yield) อายุ 30 ปี ได้ปรับตัวพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 3.79% (เพิ่มขึ้น 0.09 จุดจากการซื้อขายรอบก่อนหน้า) การที่อัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ กำลังสร้างความตึงเครียดอย่างหนักให้กับระบบการเงินของญี่ปุ่นที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนฐานของอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงศูนย์ (Near-zero rates) ส่งผลให้มูลค่าของพันธบัตรในมือสถาบันการเงินลดลง และบีบให้การปล่อยสินเชื่อตึงตัวขึ้น

ฝันร้าย Yen Carry Trade และผลกระทบต่อคริปโต

สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกังวลคือ การพุ่งขึ้นของยีลด์จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินเยนสูงขึ้น ซึ่งจะไปทำลายกลไก “Yen Carry Trade” (การกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก) เหตุการณ์นี้เคยสร้างฝันร้ายมาแล้วในเดือนสิงหาคม 2567 (August 2024) ที่การคลายสถานะ (Unwind) ดังกล่าว ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงหนักถึง 30% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ การดึงสภาพคล่องกลับประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะส่งผลให้ตลาดคริปโตขาดเม็ดเงินหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญ Altcoin ที่มีความเก็งกำไรสูง จะเผชิญกับแรงเทขายและปรับตัวลงรุนแรงกว่า Bitcoin

จับตาไม้ตาย BOJ: พลิกวิกฤตเป็นโอกาสแรลลี่

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้อาจพลิกผันได้หากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจเข้ามาแทรกแซงตลาด (Interventions) ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า หาก BOJ ประกาศเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกดอัตราผลตอบแทนไม่ให้สูงเกินไป (Yield Curve Control) มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องนี้มักจะเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ที่ช่วยผลักดันให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกลับมาฟื้นตัวและเกิดรอบขาขึ้น (Upswing) ได้อีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง: @TedPillows


ผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Ted ถือเป็นสิ่งที่นักเทรดไม่ควรมองข้ามเพราะตลาดคริปโตในปัจจุบันไม่ได้แยกตัวโดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลกอีกต่อไป เม็ดเงินมหาศาลที่ขับเคลื่อนตลาดอยู่ ล้วนเชื่อมโยงกับอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องระดับมหภาค การขยับตัวของ “ยักษ์หลับ” อย่างญี่ปุ่นเพียงนิดเดียว ก็สามารถสร้างสึนามิทางการเงินได้ การจับตาท่าทีของ BOJ ในช่วงนี้ จึงสำคัญไม่แพ้การดูจังหวะกราฟเทคนิค