สรุปข่าว
- Friedrich Hayek นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 1974 เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 1984 ถึงแนวคิดการสร้างเงินที่ดี ซึ่งคอนเซ็ปต์นี้ตรงกับลักษณะของ Bitcoin ในปัจจุบัน
- สิ่งที่ Hayek อธิบายสอดคล้องกับพฤติกรรมของ Satoshi Nakamoto ที่ใช้นามแฝง, ปล่อยโค้ดแบบ Open-source ทำให้เครือข่ายแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลาย
- แนวคิดของ Hayek จากหนังสือ Denationalisation of Money ได้กลายมาเป็นรากฐานทางเศรษฐศาสตร์ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบัน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Friedrich Hayek นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เคยทำนายกลไกของคริปโตเคอร์เรนซีไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปี 1984 หรือ 24 ปีก่อนที่ Bitcoin จะเกิด โดยเขาระบุชัดเจนว่าทางเดียวที่จะมีเงินที่ดี ได้ คือการดึงอำนาจผูกขาดการผลิตเงินออกจากมือรัฐบาลผ่านวิธีที่แยบยลและอ้อมค้อม เพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่รัฐบาลไม่สามารถหยุดยั้งได้ ซึ่งต่อมาคำกล่าวนี้สอดคล้องกับกลไกของ Bitcoin อย่างสมบูรณ์แบบ และปรัชญาการแยกเงินออกจากรัฐของเขาถือเป็นรากฐานทางจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์ที่ให้กำเนิดโลกคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบัน
Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นที่สุดและปลอดภัยที่สุด คือผลงานชิ้นโบว์แดงของ “ซาโตชิ นากาโมโตะ” โปรแกรมเมอร์ปริศนาที่ได้นำไอเดียของ Hashcash ที่เสนอโดย Adam Back มาต่อยอดจนกลายมาเป็นคริปโตเคอร์เรนซีเบอร์ 1 ของโลกในทุกวันนี้
อย่างไรก็ดี ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าคอนเซ็ปต์ของ Bitcoin อาจถูกคิดค้นขึ้นมาก่อนหน้านั้นนานหลายปี และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นเลยก็คือผู้ที่เสนอไอเดียดังกล่าวเป็นถึงนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง Friedrich Hayek ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาพบกับนักเศรษฐศาสตร์ท่านนั้นว่าเขาเป็นใครและเคยมอบวิสัยทัศน์อะไรให้กับโลก
Friedrich Hayek คือใคร
Friedrich August von Hayek เป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักปรัชญาการเมืองชาวออสเตรีย-อังกฤษ และถือเป็นหนึ่งในนักคิดคนสำคัญที่สุดของ สำนักเศรษฐศาสตร์ออสเตรีย
เขาเกิดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จบการศึกษาด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวียนนา และได้มีบทบาททางวิชาการผ่านการเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เช่น London School of Economics (LSE) และ University of Chicago ก่อนที่จะเสียชีวิตลงในปี 1992
Hayek ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1974 รับร่วมกับ Gunnar Myrdal จากผลงานทฤษฎีเงินตราและความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยมีผลงานสำคัญในเรื่องของการไม่เชื่อในเรื่องการวางแผนเศรษฐกิจจากส่วนกลาง หรือระบบสังคมนิยม เพราะเขามองว่ารัฐบาลไม่มีทางรู้ข้อมูลความต้องการทั้งหมดของผู้คนได้ดีเท่ากับกลไกราคาในตลาดเสรี เขาระบุว่าเศรษฐกิจที่ซับซ้อน สามารถจัดระเบียบตัวเองได้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ของปัจเจกบุคคล โดยไม่ต้องมีใครมาบงการหรือสั่งการจากเบื้องบน
ไอเดียตั้งต้นของ Bitcoin
แม้จะไม่ได้มีการพูดถึงคำว่า Bitcoin ออกมาตรงๆ แต่ Hayek เคยได้ให้สัมภาษณ์ในปี 1984 (24 ปีก่อนที่ Bitcoin จะถือกำเนิดขึ้น) ว่า
ผมไม่เชื่อว่าเราจะมีเงินที่ดีใช้อีกครั้ง จนกว่าเราจะเอาอำนาจการผลิตเงินออกจากมือของรัฐบาล ซึ่งเราไม่สามารถใช้กำลังแย่งชิงมันมาได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ การใช้วิธีที่แยบยลและอ้อมค้อม ในการสร้างบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งได้
ทำไมถึงถูกยกย่องว่านี่คือการอธิบาย Bitcoin ก่อนที่มันจะเกิด
Hayek มองขาดว่า ถ้ารัฐบาลรู้ตัวว่ามีคนพยายามสร้างเงินแข่ง รัฐบาลจะใช้อำนาจทางกฎหมายกวาดล้างทันที ดังนั้นสิ่งนั้นต้อง “หยุดไม่ได้” ซึ่งตรงกับกลไกกระจายศูนย์กลางอำนาจของ Bitcoin ที่ไม่มีเซิร์ฟเวอร์หลัก ไม่มีบริษัทให้สั่งปิด และไม่มี CEO ให้จับกุม ทำให้มันไม่สามารถถูกโค่นล้มได้โดยง่าย
ถัดมาในประโยคของ “วิธีที่แยบยล” สิ่งนี้ได้บ่งชี้ไปถึงการที่ Satoshi Nakamoto เลือกที่จะใช้กลยุทธ์นามแฝง และปล่อยโค้ดแบบ Open-source รันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้คนทั่วโลกมาช่วยกันขุด
กลายเป็นว่าเครือข่าย Bitcoin ได้เติบโตขึ้นแบบกองทัพมดที่รัฐบาลตามไม่ทันและไม่ได้สนใจ พอรู้ตัวอีกทีว่าต้องเร่งสกัดกั้น Bitcoin ก็มีเครือข่ายและโหนดที่แกร่งพอจะปกป้องตัวเองไปแล้ว ทำให้พวกเขาต้องจำใจเลือกที่จะเข้าร่วมแทนการต่อต้านเหมือนดังในปัจจุบัน
ประเด็นสุดท้ายคือ ปรัชญาการแยกเงินออกจากรัฐ โดย Hayek เคยเขียนหนังสือในปี 1976 โดยเสนอแนวคิดว่ารัฐบาลไม่ควรผูกขาดการผลิตเงิน แต่ควรปล่อยให้เอกชนหรือกลไกตลาดสร้างเงินขึ้นมาแข่งขันกัน แล้วคนจะเลือกใช้เงินที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดเอง
ดังนั้น ถ้าจะให้พูดกันตามตรงแนวคิดดังกล่าวก็เรียกได้ว่าเป็นรากฐานทางจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบัน
สรุปคือ Hayek ไม่ได้เป็นคนเขียนโค้ดสร้าง Bitcoin แต่เขาเป็น ผู้พยากรณ์ ที่มองเห็นปัญหาของระบบเงินกระดาษ และคาดเดาทางออกไว้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น ซึ่งแนวคิดของเขาก็อาจถูกส่งต่อมายังนักพัฒนารุ่นหลังรวมถึงตัวของ Satoshi Nakamoto เองก็เป็นได้
มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ Hayek ได้กล่าวสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเรื้อรังของเงินเฟียตอาจเกิดขึ้นมานานกว่าที่ใครจะคาดคิดเพียงแต่ว่าเนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีในขณะนั้น จึงทำให้การสร้างเงินที่ดียังไม่สามารถทำได้ แต่ในปัจจุบัน Bitcoin ก็ได้พิสูจน์ตนเองแล้วในฐานะสกุลเงินที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ เป็นการสานต่ออุดมการณ์ของ Hayek ได้สำเร็จในท้ายที่สุด
