bitkub-banner

ETH ร่วง 5% หลุด $2,036 ปริมาณซื้อขายพุ่งแตะ $2 หมื่นล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum ร่วง 5.06% หลุดระดับ $2,036.52 ในวันที่ 2 เม.ย. 2569 พร้อมปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงพุ่งสูงผิดปกติแตะ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ราคาแกว่งในกรอบ $2,031.84 $2,161.50 ตลอดวัน สะท้อนแรงขายที่เข้ามาสม่ำเสมอท่ามกลางความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
  • ราคายังอยู่ภายในกรอบรวม $1,940 $2,350 ที่ถือมาแปดสัปดาห์ แต่ปริมาณซื้อขายที่ผิดปกตินี้อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ต้องจับตา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงลงพร้อมปริมาณซื้อขายสูงผิดปกติมักเป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์เทคนิคมองว่าเป็นขาลงที่มีน้ำหนัก ประกอบกับ ETH ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวนับตั้งแต่ปลายปี 2568 ทำให้แรงกดดันด้านลบยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ราคา Ethereum (ETH) ดิ่งลง 5.06% หลุดระดับ $2,036.52 ในวันที่ 2 เม.ย. 2569 โดยระหว่างวันราคาแตะจุดต่ำสุดที่ $2,031.84 หลังจากเปิดมาสูงถึง $2,161.50 แรงขายที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาหลุดระดับจิตวิทยา $2,050 ซึ่งตลาดจับตาอยู่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมของ ETH ลดลงมาอยู่ที่ 2.46 แสนล้านดอลลาร์

ETH 4H price chart

สิ่งที่น่าสังเกตกว่าการร่วงของราคาคือปริมาณซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงที่พุ่งแตะ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ ช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณปริมาณผิดปกตินี้คือหัวใจของเรื่องที่ต้องวิเคราะห์

สัญญาณปริมาณซื้อขาย ผิดปกติแค่ไหนและนัยคืออะไร

ในช่วงแปดสัปดาห์ที่ ETH แกว่งตัวอยู่ในกรอบ $1,940 $2,350 ปริมาณซื้อขายส่วนใหญ่เป็นแบบ “เงียบ” สะท้อนตลาดที่ยังไม่ตัดสินใจทิศทาง แต่วันนี้ปริมาณ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นพร้อมการร่วงของราคานั้นต่างออกไป ในทฤษฎีวิเคราะห์ปริมาณซื้อขาย เมื่อราคาร่วงพร้อมกับปริมาณที่พุ่งสูง นักวิเคราะห์มักตีความว่าเป็น “การขายที่มีแรงหนุน” ไม่ใช่แค่การปรับฐานธรรมดา

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าติดตามมากขึ้นคือบริบทของตลาดในวันเดียวกัน ความกังวลเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังส่งสัญญาณปนกันอยู่ดูเหมือนจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง ทำให้ยากจะสรุปว่าปริมาณซื้อขายที่พุ่งขึ้นมาจากปัจจัยเฉพาะของ ETH หรือเป็นการปรับพอร์ตหนีความเสี่ยงในระดับมหภาคมากกว่า

เทียบกับอดีต เมื่อ ETH เจอปริมาณพุ่งพร้อมราคาร่วง เกิดอะไรขึ้นต่อ

ย้อนดูโครงสร้างราคาของ ETH ในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่าหลังจาก ETH พุ่งแตะจุดสูงสุดใกล้ $4,829 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ราคาก็เริ่มแนวโน้มขาลงมาโดยตลอด สูญเสียมูลค่าไปกว่า 57% จากจุดสูงสุดมายังระดับต่ำสุดที่ $1,821 ในช่วงต้นปี 2569 ในช่วงขาลงนั้น ทุกครั้งที่เกิดปริมาณซื้อขายพุ่งสูงพร้อมราคาร่วง มักตามด้วยการทดสอบระดับต่ำสุดใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันมีความต่างตรงที่ ETH กำลังอยู่ในช่วง “ฐานที่อาจสะสมแรง” หลังจากราคาดีดกลับมาจาก $1,821 และแกว่งในกรอบกว้างมาแปดสัปดาห์แล้ว กรอบนี้ถือว่ากว้างถึง 21.1% และในประวัติศาสตร์ กรอบแบบนี้มักลงเอยด้วยการทะลุออกใดออกหนึ่ง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ปริมาณซื้อขายในวันนี้จึงเป็น “ข้อมูลชิ้นสำคัญ” ในการอ่านทิศทาง แต่ยังไม่ถึงขั้นบอกได้ชัดเจนว่ากรอบจะหลุดหรือไม่

อ่านพฤติกรรมเจ้ามือ สะสมหรือกระจายของออก

คำถามที่นักวิเคราะห์ตั้งเมื่อเห็นปริมาณพุ่งพร้อมราคาร่วงคือ “ใครอยู่ฝั่งขาย?” ถ้าเป็นเจ้ามือที่ถือของมาจากจุดสูงกว่าและกำลังทยอยปล่อยของออก รูปแบบนี้เรียกว่า “การกระจายของ” ซึ่งมักตามด้วยการร่วงต่อในระยะถัดไป แต่ถ้าปริมาณที่สูงขึ้นมาจากผู้ซื้อรายใหม่ที่เชื่อว่าราคานี้น่าสนใจ มันอาจเป็น “การสะสม” ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แรงขาย

ข้อมูลบนเชน (on-chain) จะตอบคำถามนี้ได้ชัดกว่าเพียงแค่ดูราคากับปริมาณ แต่จากโครงสร้างที่เห็น ETH ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และราคาปัจจุบันยังไม่ได้ทดสอบจุดต่ำสุดที่ $1,821 อีกครั้ง ทำให้ฝั่งที่โต้แย้งว่า “นี่คือการสะสม” ยังพอมีน้ำหนักอยู่บ้าง ในขณะที่ฝั่งที่บอกว่า “ปริมาณพุ่งพร้อมราคาร่วง = สัญญาณเตือน” ก็ไม่ได้ผิดเช่นกัน ตลาดยังอยู่ในโหมดที่อ่านยาก

ปัจจัยภายนอกที่เพิ่มความซับซ้อนเข้ามาในวันนี้คือความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางนโยบายการเงินในช่วงกลางปี 2569 รวมถึงกระแสเงินไหลเข้าออกของกองทุน ETF คริปโตในสหรัฐฯ ที่ยังไม่นิ่ง ตัวแปรเหล่านี้ทำให้การอ่านปริมาณซื้อขายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางได้อย่างมั่นใจ


ความเห็นผู้เขียน

ผมมองว่าปริมาณซื้อขายที่พุ่งขึ้นในวันนี้คือ “เบาะแส” ที่ดีที่สุดที่ตลาดให้มาในรอบหลายสัปดาห์ ตลอดช่วงที่ ETH แกว่งในกรอบแคบ ๆ ปริมาณซื้อขายก็เงียบเหงาตาม แต่วันที่ราคาขยับแรงพร้อมปริมาณที่ผิดปกติ มันบอกว่ามีผู้เล่นรายใหญ่เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ว่าจะสะสมหรือกระจายของออก ยังต้องรอดูต่อ

สิ่งที่ผมจะติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้คือพฤติกรรมของปริมาณซื้อขายในวันถัดไป ถ้าปริมาณยังสูงต่อเนื่องแต่ราคาเริ่มนิ่งหรือดีดกลับ มันอาจชี้ว่ามีแรงซื้อเข้ามารองรับ แต่ถ้าราคายังร่วงต่อพร้อมปริมาณสูง สถานการณ์ก็น่ากังวลกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้ว ปริมาณพุ่งเพียงวันเดียวยังไม่ใช่คำตอบ แต่มันคือคำถามที่ตลาดกำลังถามอยู่ และการอ่านคำตอบผิดอาจมีราคาแพง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

เครดิตภาพจาก

” target=”_blank” rel=”noopener”>@0x410m