bitkub-banner

Wallet in Telegram เปิดเทรดฟิวเจอร์ leverage สูงสุด 50 เท่าผ่าน Lighter DEX

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Wallet in Telegram เปิดตัวบริการเทรดฟิวเจอร์แบบ perpetual ผ่าน Lighter DEX เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 รองรับเลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า
  • ผู้ใช้สามารถเทรดได้มากกว่า 50 ตลาด ครอบคลุมคริปโต หุ้น โภคภัณฑ์ และ ETF โดยตรงในแอป Telegram โดยยังไม่เปิดให้บริการในสหรัฐฯ และอังกฤษ
  • Wallet in Telegram มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 150 ล้านราย ถือเป็นโอกาสขยายฐานผู้ใช้ DeFi ครั้งใหญ่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การเปิดให้เทรดฟิวเจอร์ผ่าน Telegram ที่มีผู้ใช้กว่า 150 ล้านคนช่วยเพิ่มการเข้าถึง DeFi ให้กับคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจดึงผู้ใช้รายใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศคริปโตและเพิ่มปริมาณการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ ส่งผลเป็นบวกต่อตลาดในระยะกลาง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Wallet in Telegram ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดการสินทรัพย์คริปโตที่ฝังอยู่ในแอปส่งข้อความ Telegram ได้เปิดตัวบริการเทรดฟิวเจอร์แบบ perpetual ผ่านความร่วมมือกับ Lighter กระดานเทรดแบบกระจายอำนาจ (DEX) โดยพัฒนาโดย The Open Platform (TOP) ซึ่งมี Andrew Rogozov เป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ส่วน Lighter นำโดย Vlad Novakovski ในฐานะ CEO บริการนี้เปิดให้ผู้ใช้เปิดสถานะ Long หรือ Short แบบมีเลเวอเรจบนสินทรัพย์หลากหลายประเภทได้โดยตรงจากแอป Telegram โดยไม่ต้องออกไปใช้แพลตฟอร์มภายนอก

เทรดได้มากกว่า 50 ตลาด เลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า

บริการใหม่นี้รองรับการเทรดในมากกว่า 50 ตลาด ครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นคริปโตอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Toncoin ไปจนถึงโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันและทองคำ รวมถึงหุ้นและ ETF โดยใช้เลเวอเรจได้สูงสุดถึง 50 เท่า Lighter ทำงานบน Ethereum Layer 2 แบบ zk-rollup ซึ่งช่วยให้การเทรดมีต้นทุนต่ำมาก โดยผู้ใช้รายย่อยส่วนใหญ่ไม่เสียค่าธรรมเนียมการเทรด

อย่างไรก็ตาม บริการดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการในบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และอังกฤษ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาอนุพันธ์ในประเทศเหล่านั้น

Lighter ตัวเลือกที่มาพร้อมเงินทุนหนุนหลัง

Lighter ไม่ใช่ DEX หน้าใหม่ในวงการ โดยเปิดใช้งาน Mainnet สาธารณะมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 และระดมทุนได้ราว 68 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปีเดียวกัน ทำให้มูลค่าองค์กรอยู่ที่ราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมี Robinhood ร่วมเป็นหนึ่งในนักลงทุน การจับมือกับ Wallet in Telegram ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Lighter เข้าถึงฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ได้ทันที เนื่องจาก Wallet in Telegram มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 150 ล้านราย

สำหรับ The Open Platform (TOP) เองนั้นก็มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง หลังได้รับเงินทุน Series A จาก Ribbit Capital และ Pantera Capital เมื่อเดือน ก.ค. 2568 ผลักดันให้มูลค่าองค์กรแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแผนงานในอนาคตของ Wallet in Telegram รวมถึงระบบแนะนำเพื่อน การแชร์ผลกำไร-ขาดทุนในแชท Telegram ฟีเจอร์ copy trading และในระยะยาวจะมี AI trading agents ที่เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินผ่านบอท Telegram

ตลาดอนุพันธ์ DeFi กำลังโต

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการเทรดฟิวเจอร์แบบ perpetual ของ DEX ทั่วโลกทะลุ 8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีมีปริมาณการเทรดต่อเดือนสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง การที่ Telegram ซึ่งมีฐานผู้ใช้มหาศาลหันมาให้บริการประเภทนี้ อาจเร่งการเติบโตของตลาด DeFi ให้เร็วขึ้นอีก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ Blum ซึ่งเป็นแอปคริปโตอีกตัวใน Telegram ก็เคยเปิดให้เทรดฟิวเจอร์ในแพลตฟอร์มไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 แต่การเปิดตัวของ Wallet in Telegram ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระเป๋าเงินหลักของ Telegram เองเปิดให้บริการประเภทนี้โดยตรง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้แค่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Telegram แต่มันกำลังลดแรงเสียดทานในการเข้าถึง DeFi ลงอย่างจริงจัง คนที่เคยรู้สึกว่าการเทรด DeFi มันยุ่งยากเกินไป พอมันอยู่ใน Telegram ที่ใช้อยู่ทุกวันแล้ว โอกาสที่จะลองใช้ก็สูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูคือเรื่องของความปลอดภัยและวินัยการใช้เลเวอเรจของผู้ใช้ทั่วไป เพราะการเปิด leverage สูงสุด 50 เท่านั้นมีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะกับผู้ใช้ที่เพิ่งเริ่มต้น ควรศึกษาให้ดีก่อนจะลงมือเทรด

ภาพจาก AI