bitkub-banner

ภาษีโอนเงินของทรัมป์ดันเงินสกปรกแก๊งค้ายาเม็กซิโกไหลเข้าคริปโต นักเทรดไทยเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • ภาษีโอนเงิน 1% ของทรัมป์ที่มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 ผลักดันให้เงินจากเครือข่ายค้ายาเม็กซิโกหันมาใช้คริปโตโดยเฉพาะ USDT บน TRON มากขึ้น ขณะที่ DEA ยึดคริปโตแซงหน้าเงินสดเป็นครั้งแรก (2.5 พันล้าน vs 2.2 พันล้านดอลลาร์ ช่วงปี 2020-2024)
  • เครือข่ายฟอกเงินผ่านคริปโตเชื่อมโยงทั่วโลก ตั้งแต่แก๊งค้ายา Sinaloa ที่ใช้ USDT ไปจนถึง Huione Group กัมพูชาที่ฟอกเงินกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินเหล่านี้ไหลผ่าน Binance และ OKX ที่นักเทรดไทยใช้
  • เว็บกระดานเทรดไทยอายัดกว่า 10,000 บัญชีม้าในมีนาคม 2026 และกำลังบังคับใช้กฎ Travel Rule ตาม FATF แต่เงินสกปรกส่วนใหญ่เคลื่อนผ่านกระเป๋าเงินนอกระบบที่ยากต่อการตรวจสอบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

ปรากฏการณ์เงินสกปรกไหลเข้าระบบคริปโตเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบอย่างมาก ทั้งการอายัดบัญชี การเข้มงวด KYC/AML และโอกาสที่ทางการจะกดดันเว็บกระดานเทรดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของนักเทรดรายย่อย

คุณรู้หรือไม่ว่า USDT ที่คุณซื้อขายอยู่ทุกวันบนเว็บกระดานเทรดอาจเคยผ่านมือขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาก่อน และตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา ปัญหานี้อาจรุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะภาษีโอนเงินข้ามประเทศที่รัฐบาลทรัมป์บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 กำลังผลักดันให้เงินจากเครือข่ายค้ายาของเม็กซิโกหนีเข้าสู่ระบบคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “cockroach effect” หรือ “เปิดไฟไล่แมลงสาบ” ที่พวกมันกระจายหนีไปทุกทิศทุกทาง

ภาษีโอนเงิน 1% ที่จุดชนวนปัญหาใหญ่กว่าที่คิด

ภาษีโอนเงิน 1% ที่จุดชนวนปัญหาใหญ่กว่าที่คิด
ภาพจาก AI

เรื่องนี้เริ่มต้นจาก “One Big Beautiful Bill” ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2025 ซึ่งรวมภาษีใหม่สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศไว้ด้วย กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 โดยเรียกเก็บภาษี 1% จากการโอนเงินผ่านช่องทางทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เช็ค หรือธนาณัติ โดยเก็บผ่านสถาบันการเงินหรือบริษัทโอนเงินโดยตรง แต่ไม่ครอบคลุมการโอนผ่านช่องทางดิจิทัลหรือธนาคาร

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ เม็กซิโกคือประเทศที่รับเงินโอนจากสหรัฐฯ มากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าประมาณกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 คิดเป็นกว่า 3.5% ของ GDP ทั้งประเทศ ก่อนภาษีตัวนี้จะมีผล เงินโอนไปเม็กซิโกในช่วงมกราคม-ตุลาคม 2025 ลดลงแล้วกว่า 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากการเข้มงวดเรื่องนโยบายผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์

ทูตเม็กซิโกประจำสหรัฐฯ Esteban Moctezuma Barragán ส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการภาษีของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 เตือนอย่างชัดเจนว่า การเก็บภาษีแบบนี้จะผลักดันให้ผู้อพยพ “หันไปใช้ช่องทางที่ไม่เป็นทางการหรือไม่มีการกำกับดูแล” ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงิน การหนีภาษี และการฟอกเงิน ประธานาธิบดีเม็กซิโก Claudia Sheinbaum เองก็ประณามว่าภาษีนี้ “ไม่ยุติธรรมอย่างที่สุด” และเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการร่วมสองประเทศเพื่อแก้ปัญหา

แต่คำเตือนเหล่านี้ไม่ได้ถูกรับฟัง กฎหมายผ่าน ภาษีมีผลบังคับใช้ และสิ่งที่ตามมาคือปรากฏการณ์ที่ทุกฝ่ายคาดการณ์ไว้แล้ว

“เปิดไฟไล่แมลงสาบ” เงินสกปรกกระจายเข้าคริปโต

ภาพจาก AI

ปรากฏการณ์ “cockroach effect” หรือ “เอฟเฟกต์แมลงสาบ” ในบริบทนี้หมายถึง เมื่อคุณเปิดไฟในห้องมืด แมลงสาบไม่ได้หายไป พวกมันแค่กระจายหนีไปทุกทิศทาง เช่นเดียวกับเงินสกปรก เมื่อช่องทางหนึ่งถูกปิดกั้นหรือเพิ่มต้นทุน เงินเหล่านี้ไม่ได้หยุดไหล มันแค่หาทางใหม่

และทางใหม่ที่ง่ายที่สุดในปี 2026 ก็คือคริปโต โดยเฉพาะ stablecoin อย่าง USDT บนเครือข่าย TRON

ข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ชี้ภาพที่ชัดเจน ตั้งแต่ช่วง COVID-19 ที่การเดินทางถูกจำกัด ทำให้การลักลอบขนเงินสดข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิมทำได้ยากขึ้น แก๊งค้ายาเม็กซิโกก็เริ่มหันมาใช้คริปโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ stablecoin อย่าง Tether (USDT) บน TRON หรือ Ethereum เพื่อเคลื่อนย้ายเงินอย่างรวดเร็วและยากต่อการสอบสวน

ตัวเลขจาก DEA (สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ) บอกทุกอย่าง ระหว่างปี 2020-2024 DEA ยึดคริปโตได้ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกินกว่าเงินสดที่ยึดได้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การยึดสินทรัพย์ดิจิทัลแซงหน้าเงินสดในคดียาเสพติด

นักวิเคราะห์ระหว่างประเทศประเมินว่าการฟอกเงินในเม็กซิโกสร้างรายได้ 1.8 หมื่นล้านถึง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี เงินก้อนมหาศาลขนาดนี้กำลังหาทางไหลเข้าสู่ระบบคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ

แก๊งค้ายาใช้คริปโตอย่างไร หลักฐานจากคดีจริง

แก๊งค้ายาใช้คริปโตอย่างไร หลักฐานจากคดีจริง
ภาพจาก AI

ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด แต่คือหลักฐานจากศาลและการสอบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง

Ovidio Guzmán ลูกชายของ “El Chapo” ราชายาเสพติดที่โด่งดังที่สุดในโลก รับสารภาพเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 และอธิบายต่อศาลว่า เครือข่ายฟอกเงินของเขาใช้ทั้งการโอนเงินและคริปโตเพื่อส่งรายได้จากการค้าเฟนทานิล ในสัปดาห์เดียวกัน เจ้าหน้าที่ยึดคริปโตมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับ Sinaloa Cartel ในรัฐฟลอริดา

ในเดือนสิงหาคม 2025 DEA ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบบล็อกเชนยึด USDT มูลค่ากว่า 5.5 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ คดีนี้เปิดเผยกลไกที่ซับซ้อน ตั้งแต่การรับเงินสดจำนวนมาก การสลับเชน (cross-chain swap) การใช้กระเป๋าเงินที่ไม่ผูกกับเว็บกระดานเทรด (unhosted wallet) ไปจนถึงการส่งเงินผ่านเว็บกระดานเทรดที่มีความเสี่ยงสูง

แก๊งค้ายา Jalisco New Generation (CJNG) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มค้ายาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเม็กซิโก ถูกระบุว่าเคยใช้ Binance ประมวลผลเงินค้ายามูลค่าสูงถึง 40 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2022 และในปี 2025 นายหน้าฟอกเงินชาวเม็กซิกันถูกตัดสินจำคุก 8 ปี จากการฟอกเงินคริปโตมูลค่า 5.4 ล้านดอลลาร์ให้กับแก๊งค้ายานี้

สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้มากที่สุดคือ Bitcoin (60%) ตามด้วย USDT บน TRON (30%) และ Ethereum (6%) โดยคริปโตยังถูกใช้จ่ายค่าสารเคมีตั้งต้นของเฟนทานิลจากจีนอีกด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากำลังดำเนินคดีกับนายหน้าฟอกเงินที่ฟอกรายได้จากค้ายาของแก๊งค้ายาเม็กซิโกผ่านคริปโต ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ จากการปราบปรามเส้นทางขนยา มาสู่การโจมตีระบบการเงินของแก๊งค้ายาโดยตรง

จาก Huione ถึงแก๊งค้ายา เงินสกปรกในระบบเดียวกัน

จาก Huione ถึงแก๊งค้ายา เงินสกปรกในระบบเดียวกัน
ภาพจาก AI

นักเทรดคริปโตชาวไทยหลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อ Huione Group กลุ่มบริษัทจากกัมพูชาที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “สถาบันการเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินระดับร้ายแรง” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 และถูกตัดออกจากระบบดอลลาร์อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2025

จากการสอบสวนของ FinCEN (หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐฯ) Huione Group ฟอกเงินไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินจากการโจรกรรมไซเบอร์ของเกาหลีเหนืออย่างน้อย 37 ล้านดอลลาร์ เงินจากแก๊ง call center หลอกลวง 36 ล้านดอลลาร์ และเงินจากอาชญากรรมไซเบอร์อื่น ๆ อีก 300 ล้านดอลลาร์ เครือข่ายนี้เชื่อมโยงกับแก๊งค้ายา Sinaloa ผู้ค้าเฟนทานิลจากจีน และกลุ่มหลอกลวงขนาดใหญ่

สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้หลังจาก FinCEN ประกาศรายชื่อในเดือนพฤษภาคม 2025 กระเป๋าเงินคริปโตของ Huione ยังคงส่ง USDT ออกไปมหาศาล โดยมีอย่างน้อย 77 ล้านดอลลาร์ถูกส่งไปยังบัญชีลูกค้าบน Binance และอย่างน้อย 161 ล้านดอลลาร์ไปยังบัญชีบน OKX

ทีนี้ลองนึกภาพ เมื่อเครือข่าย Huione ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกกดดันอย่างหนัก ขณะเดียวกันแก๊งค้ายาเม็กซิโกก็ถูกผลักดันให้ใช้คริปโตมากขึ้นจากภาษีโอนเงินและการปราบปรามช่องทางดั้งเดิม เงินสกปรกจากทั้งสองฝั่งของโลกกำลังไหลเข้าสู่ระบบ stablecoin เดียวกัน ผ่าน USDT บน TRON และ Ethereum ผ่านเว็บกระดานเทรดเดียวกัน และผ่าน liquidity pool เดียวกันที่นักเทรดไทยใช้ซื้อขายทุกวัน

รายงานจาก Elliptic และ ICIJ ระบุว่า มี Tether มูลค่าอย่างน้อย 1.4 พันล้านดอลลาร์ผ่านกระเป๋าเงินคริปโตที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวง การแฮก และการค้ามนุษย์ เมื่อเงินเหล่านี้เข้าสู่ระบบแล้ว การแยกแยะว่า USDT ไหนสะอาด ไหนสกปรก แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับนักเทรดทั่วไป

นักเทรดคริปโตไทยเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้

นักเทรดคริปโตไทยเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
ภาพจาก AI

คำตอบสั้น ๆ คือ เกี่ยวมากกว่าที่คิด

ในเดือนพฤษภาคม 2025 ปฏิบัติการ “Crypto Phantom” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (USSS) บุกทลายเครือข่ายเทรดคริปโต OTC ผิดกฎหมายที่ทำงานครอบคลุมกรุงเทพฯ ภูเก็ต และชลบุรี จับกุมผู้ต้องหา 5 คน โดยพบธุรกรรมที่น่าสงสัยมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ราว 380 ล้านดอลลาร์) เงินเหล่านี้เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด การพนันออนไลน์ และแก๊งหลอกลวงข้ามชาติ

ในเดือนเมษายน 2025 สำนักงาน ก.ล.ต. ของไทยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ OKX ในข้อหาดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่มีระบบยืนยันตัวตน (KYC) และป้องกันการฟอกเงิน (AML) ที่เพียงพอ มีการดำเนินการลักษณะเดียวกันกับ Binance และ Bybit

ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2026 เว็บกระดานเทรดคริปโตไทยอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้ากว่า 10,000 บัญชี หลังจากเริ่มใช้มาตรการคัดกรองใหม่ ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังบังคับใช้กฎ “Travel Rule” ตามมาตรฐาน FATF (หน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินระหว่างประเทศ) สำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการคริปโตที่มีใบอนุญาตต้องเก็บและส่งต่อข้อมูลระบุตัวตนของผู้ส่งและผู้รับ

แต่นี่คือประเด็น ทุกมาตรการเหล่านี้เน้นที่เว็บกระดานเทรดที่มีใบอนุญาต ขณะที่เงินสกปรกส่วนใหญ่เคลื่อนผ่านกระเป๋าเงินที่ไม่ผูกกับเว็บกระดานเทรด (unhosted wallet) การสลับเชน และเว็บกระดานเทรดที่มีความเสี่ยงสูงในต่างประเทศ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทยกำลังวางแผนแก้กฎหมายเพื่อนำคริปโตเข้าสู่กรอบการกำกับดูแลด้านการฟอกเงิน แต่กว่ากฎหมายจะมีผลจริง เงินสกปรกก็อาจไหลผ่านไปแล้วหลายรอบ

ภาพรวมที่ใหญ่กว่า เมื่อนโยบายสร้างผลข้างเคียง

สิ่งที่น่าสนใจคือ เป้าหมายหลักของภาษีโอนเงินของทรัมป์ไม่ใช่การปราบปรามแก๊งค้ายา แต่เป็นการหารายได้ (คาดว่าจะสร้างรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 และเพิ่มเป็น 3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2034) และเป็นเครื่องมือกดดันผู้อพยพผิดกฎหมาย

แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกลับรุนแรง เมื่อช่องทางโอนเงินอย่างเป็นทางการมีต้นทุนสูงขึ้น คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดกลับเป็นเครือข่ายโอนเงินนอกระบบและผู้ให้บริการคริปโตที่ไม่มีการกำกับดูแล รัฐบาลเม็กซิโกภายใต้ประธานาธิบดี Sheinbaum ตอบโต้ด้วยโครงการ Finabien Paisano ที่ออกบัตรโอนเงินผ่านสถานกงสุลเม็กซิโก โดยรัฐบาลเม็กซิโกรับภาระคืนภาษี 1% ให้กับผู้ใช้ แต่โครงการนี้ช่วยได้เฉพาะผู้โอนเงินที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

สำหรับเครือข่ายค้ายา ภาษี 1% ไม่ใช่ปัญหาเรื่องต้นทุน เพราะค่าธรรมเนียมการฟอกเงินแบบดั้งเดิมอยู่ที่ 5-8% อยู่แล้ว แต่มันคือ “แรงผลักดันเพิ่มเติม” ที่ทำให้การเปลี่ยนไปใช้คริปโตดูสมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อรวมกับแรงกดดันจากการปราบปรามเส้นทางฟอกเงินแบบดั้งเดิมที่เข้มข้นขึ้น การเปลี่ยนผ่านจึงเร่งตัวอย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์ “แมลงสาบ” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเม็กซิโก การสอบสวนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มอาชญากรรมในเม็กซิโกและบราซิลคือ “ตัวขับเคลื่อนหลัก” ของการใช้คริปโตในทางอาชญากรรม และเมื่อเครือข่ายเหล่านี้ถูกกดดันในซีกโลกตะวันตก เงินก็กระจายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานการฟอกเงินผ่านคริปโตพร้อมรองรับอยู่แล้ว

ความเห็นผู้เขียน

ผมเขียนเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในวงการคริปโตไทย เราชอบพูดเรื่องราคา เรื่อง ETF เรื่อง DeFi แต่ไม่ค่อยพูดเรื่อง “เงินที่เราเทรดด้วยมาจากไหน”

ผมต้องย้ำว่า ยังไม่มีหลักฐานตรง ๆ ที่พิสูจน์ว่า “เงินแก๊งค้ายาเม็กซิโกหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้าคริปโตโดยตรงเพราะภาษีโอนเงินของทรัมป์” สิ่งที่เรารู้คือ แก๊งค้ายาใช้คริปโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันหลายด้าน และภาษีโอนเงินอาจเป็นปัจจัยเร่งให้กระบวนการนี้เร็วขึ้น

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ USDT ที่คุณซื้อบนเว็บกระดานเทรดวันนี้ อาจเคยผ่านมือนายหน้าฟอกเงินของแก๊งค้ายา Sinaloa แก๊ง call center กัมพูชา หรือแฮกเกอร์เกาหลีเหนือมาก่อน มันอยู่ในระบบเดียวกันหมด liquidity pool เดียวกัน stablecoin ตัวเดียวกัน เครือข่ายบล็อกเชนเดียวกัน

สำหรับนักเทรดไทย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือ ใช้เว็บกระดานเทรดที่มีใบอนุญาตในไทย ระวังการรับ USDT จากแหล่งที่ไม่รู้จักผ่าน P2P หรือ OTC และติดตามข่าวสารด้านกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด เพราะการอายัดบัญชี 10,000 บัญชีในเดือนมีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า ทางการไทยจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ และคุณไม่อยากเป็นคนถัดไปที่บัญชีถูกอายัดเพราะรับเงินจากแหล่งที่มีปัญหาโดยไม่รู้ตัว

โลกคริปโตไม่มีพรมแดน เงินสกปรกจากแก๊งค้ายาเม็กซิโกกับเงินจากแก๊ง call center ในกัมพูชามันอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่บล็อกบนบล็อกเชน และนักเทรดไทยก็อยู่ตรงกลางของเส้นทางนี้พอดี เปิดไฟดูดี ๆ แมลงสาบอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

ภาพจาก AI