สรุปข่าว
- ตามรายงานจาก Ash Crypto และ Reuters ออสเตรเลียประกาศให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยร่วมเกือบ $700 ล้านแก่ธุรกิจสำคัญ เช่น ขนส่ง, ผลิตปุ๋ย, supply chain เป็นต้นสาเหตุหลัก ๆ มาจากวิกฤตน้ำมันจากสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งด้วยความที่ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่า 80% ทำให้คนแห่ซื้อน้ำมันในหลายพื้นที่
- Ash Crypto ยังระบุอีกว่า “นี่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด” ในอดีตทุกวิกฤตใหญ่มักนำไปสู่การพิมพ์เงิน จำนวนมหาศาล ตอนที่เกิดฟองสบู่ 2008 Fed พิมพ์เงินกว่า $4.5 ล้านล้าน, ตอนปี 2020 ที่เกิด COVID Fed ก็พิมพ์เงินกว่า $5 ล้านล้าน เมื่อมองกลับมาที่ปัจจุบันวิกฤตพลังงานที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพิมพ์เงินรอบใหม่โครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจโลกตอนนี้เรียกได้ว่ากำลังสึกกร่อนแถมจะหายนะเรื่องน้ำมันที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในฟื้นตัว แม้สงครามจบวันพรุ่งนี้
- ที่น่ากลัวหนักเข้าไปอีกเพราะไม่ใช่แค่ออสเตรเลีย สโลวีเนียเป็นชาติยุโรปชาติแรกที่เริ่มมีการควบคุมในการกระจายน้ำมัน 50 ลิตร/วัน, สโลวาเกียเริ่มมีการจำกัดการแจกจ่ายดีเซล, นิวซีแลนด์นั้นเชื้อเพลิงเหลือใช้อีกแค่ 50 วัน, ออสเตรเลียก็มีน้ำมันพอสำรองแค่ 38 วัน, เยอรมณีออกมาเตือนประชาชนว่าน้ำมันอาจขาดแคลนในช่วงปลาย เม.ย.หรือ พ.ค. โดมิโน่จากการอัดฉีดเงินเข้าระบบอาจจะกำลังมาในเร็ววัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
วันนี้ออสเตรเลียพิมพ์เงินใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้อาจเป็นคิวของญี่ปุ่น, ยุโรป หรือแม้แต่สหรัฐฯที่ต้องใช้มาตรการนี้เพื่ออุ้มเศรษฐกิจของประเทศสิ่งที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียไม่ใช่แค่ “ข่าวท้องถิ่น” แต่เป็น “สัญญาณแรกของการพิมพ์เงินรอบใหม่” ที่อาจลุกลามไปทั่วโลก เพราะวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่านยังไม่จบแถมโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจโลกก็พังไม่เป็นท่าต้องใช้เวลาหลายเดือนฟื้นตัวและอย่างที่เรารู้กันดีการพิมพ์เงินจะนำมาซึ่งการทำให้ค่าเงินอ่อนตัวนั่นเอง
ออสเตรเลียกำลังอัดเงินประคองภาคธุรกิจ
ตามที่ Reuters และ Australian Government ได้รายงานรัฐบาลได้เดินหน้าโปรแกรมปล่อยสินเชื่อ ปลอดดอกเบี้ย สำหรับการขนส่ง, ผลิตปุ๋ยหรือ supply chain ที่สำคัญเป้นมูลค่าเกือบ $700 ล้านหวังอุ้มธุรกิจให้ไปต่อได้
ประธานาธิบดี Albanese เองยังได้บอกอีกด้วยว่า “ไม่มีรัฐบาลไหนให้คำมั่นสัญญาได้ว่าจะกำจัดแรงกดดันที่เกิดขึ้นได้แต่เราต้องเป็นคนที่ลดแรงกระเพื่อมที่เกิดในช่วงเวลาที่โลกสั่นสะเทือน”
ด้วยความที่ออสเตรเลียนำเข้าน้ำมันมากกว่า 80% แล้วตอนนี้เหลือน้ำมันสำรองแค่ 38 วัน ทำให้คนแห่ซื้อน้ำมันไปตุนก็ยิ่งดันราคาน้ำมันพุ่งจะเกิดอะไรขึ้นถ้ารัฐบาลไม่เข้ามาช่วย? ธุรกิจขนส่ง,เกษตรและอาหารก็จะพากันล้มไม่เป็นท่า
โดมิโน่ที่อาจผลักประเทศอื่นล้มตาม
ตามรายงานจาก Sweat Digital นั้นตอนนี้สโลวีเนียเป็นชาติยุโรปชาติแรกเข้ามาควบคุมการแจกจ่ายน้ำมันให้ประชาชนโดยมีการจำกัดที่ 50 ลิตรต่อวัน สำหรับรถส่วนตัว
สโลวาเกียมีการจำกัดดีเซล, ห้ามการส่งออกและได้มีการขึ้นราคาสำหรับรถต่างประเทศและนิวซีแลนด์ก็หนักไม่แพ้กันเชื้อเพลิงเหลือ 50 วัน
ส่วนเยอรมณีออกมาเตือนประชาชนว่าน้ำมันอาจขาดแคลนในช่วงปลาย เม.ย.หรือ พ.ค. การที่ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่พิมพ์เงินก็อาจจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่ทุกประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจะต้องเดินหมากตามในการพิมพ์เงินเข้ามาประคอง
ทำไมการพิมพ์เงินถึงดีกับ Bitcoin
ทุกครั้งที่มีการพิมพ์เงินเกิดขึ้นนั่นคือเรื่องดีกำลังจะเกิดขึ้นกับ Bitcoin ในแง่ของราคา
ตอนปี 2008 ที่เกิดฟองสบู่ Fed พิมพ์เงินกว่า $4.5 ล้านล้าน BTC ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 ราคาเด่งไป $1,150 ในปี 2013
หรือจะเอาที่เกิดไม่นานมากในปี 2020 ตอนที่เกิด COVID: Fed พิมพ์เงินกว่า $5 ล้านล้าน ส่งผลให้ราคา BTC พุ่งจาก $8,000 ไปสู่ระดับ $69,000
ปี 2026 ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้รัฐบาลหลายประเทศเริ่มต้องเข้ามาจุนเจือภาคเศรษฐกิจให้ไปต่อได้การพิมพ์เงินอาจเป็นทางเลือกท้าย ๆ และทางเลือกที่จำเป็นที่พวกเขาต้องพึ่งพา
ด้วยกลไกนี้เองที่รัฐบาลพิมพ์เงินหรือให้สินเชื่อจะทำให้เงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เงินก็จะเสื่อมมูลค่าส่งผลให้สินทรัพย์ที่ “พิมพ์เพิ่มไม่ได้หรือมีจำนวนที่จำกัด”อย่าง Bitcoin หรือทองคำถึงได้ราคาขึ้น เทียบกับเงินที่เสื่อมมูลค่าลง
ออสเตรเลียเริ่มเดินเป็นเจ้าแรกในการพิมพ์เงินและนั่นเป็นการประกาศให้โลกได้รู้ทั่วกันแล้วว่าวิกฤติจากสงครามและราคาน้ำมันใหญ่เกินกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้แล้วและหากประเทศที่นำเข้าน้ำมันประเทศอื่นต้องใช้ท่าเดียวกันในการพิมพ์เงินเพื่ออุ้มเศรษฐกิจ เชื่อว่า Bitcoin จะได้ฉายแสงให้คนได้เห็นคุณค่าที่มันมีเหนือกว่าเงิน fiat ให้เป็นที่ประจักษ์ไม่ช้าก็เร็ว
ที่มา : X, Reuters/Yahoo Finance, Nikkei Asia, Australian Government, Sweat Digital
