สรุปข่าว
- Michael Saylor โพสต์ “₿ack to Work” บน X เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Strategy เตรียมซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก ต่อเนื่องจากกลยุทธ์สะสมระยะยาว
- ปัจจุบัน Strategy ถือ Bitcoin รวม 762,099 BTC มูลค่ากว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ขาดทุนบนกระดาษราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 11.76% เนื่องจากต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ $75,694 ต่อ BTC สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
- ต้องติดตามว่า Strategy จะประกาศซื้อ Bitcoin อีกรอบในสัปดาห์นี้หรือไม่ หลังจากหยุดพักสายการซื้อรายสัปดาห์ไปก่อนหน้า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
สัญญาณจาก Saylor เป็นเรื่องที่ตลาดคุ้นเคยและคาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ผลกระทบต่อราคา Bitcoin จึงจำกัด ต้องรอการยืนยันการซื้อจริงพร้อมตัวเลขชัดเจนก่อน ตลาดถึงจะตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญ
ตามรายงานจาก Watcher.Guru Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและ Executive Chairman ของ Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า “₿ack to Work” บนแพลตฟอร์ม X ซึ่งชุมชนคริปโตตีความว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าบริษัทเตรียมซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกครั้ง โดยปัจจุบัน Strategy ถือ Bitcoin รวมทั้งสิ้น 762,099 BTC คิดเป็นมูลค่าตลาดราว 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ ราคา Bitcoin วันนี้ที่ $66,768 (-0.48%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทยังอยู่ที่ $75,694 ต่อ BTC ทำให้ขาดทุนบนกระดาษอยู่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 11.76%
Strategy ถือ Bitcoin 762,099 BTC ยังขาดทุนบนกระดาษเกือบ $6.8 พันล้าน
ข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย. 2569 จาก StrategyTracker.com เปิดเผยว่า Strategy ซื้อ Bitcoin มาแล้วทั้งหมด 104 ครั้ง รวม 762,099 BTC ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ $75,694 ต่อเหรียญ ในขณะที่ราคา Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ $66,768 ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยราว $8,926 ทำให้มีขาดทุนบนกระดาษสะสมอยู่ที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 11.76% ของเงินลงทุนทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนมีนาคม Strategy เคยหยุดสายการซื้อ Bitcoin รายสัปดาห์ที่ยาวนาน 13 สัปดาห์ไป โดยระหว่างวันที่ 23-29 มี.ค. 2569 ไม่มีการซื้อเกิดขึ้น ก่อนที่เดือนมีนาคมจะจบลงด้วยยอดซื้อรวม 44,377 BTC ซึ่งคิดเป็น 94% ของการซื้อ Bitcoin ของบริษัทมหาชนทั้งหมดในเดือนนั้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่มขณะราคาต่ำกว่า $69,000 ซึ่งตามมาด้วยการซื้อจริง 1,031 BTC มูลค่า 76.63 ล้านดอลลาร์
Saylor มองวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin จบแล้ว สถาบันใหญ่คือแรงขับเคลื่อนจากนี้
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 Saylor ได้ให้มุมมองใหม่ว่า Bitcoin ได้บรรลุสถานะ “ทุนดิจิทัล” อย่างสมบูรณ์แล้ว และวัฏจักร 4 ปีแบบดั้งเดิมของ Bitcoin ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยการเติบโตในอนาคตจะขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานทางธนาคารและการขยายตัวของสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ Strategy วางเป้าหมายระยะยาวในการสะสม Bitcoin ผ่านการระดมทุนจากตราสารหนี้และหุ้น
สำหรับสัญญาณ “₿ack to Work” ครั้งนี้ มีความน่าสนใจตรงที่ถ้าหากเกิดขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin ยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของ Strategy อยู่ นั่นหมายความว่า Saylor ยังคงเดินหน้าสะสมโดยไม่สนใจผลขาดทุนระยะสั้น ซึ่งถือเป็นสไตล์ที่เขาทำมาโดยตลอด นอกจากนี้ Saylor เองก็ถือ Bitcoin ส่วนตัวอยู่อีก 17,732 BTC
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณแบบ “₿ack to Work” จาก Saylor ตอนนี้มันเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ตลาดรับรู้กันอยู่แล้ว คนที่ติดตาม Strategy มานานคงจะชินกับรูปแบบนี้ คือโพสต์สัญญาณก่อน ตามมาด้วยการประกาศซื้อจริงในสัปดาห์ถัดไป สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ Strategy จะประกาศตัวเลขซื้อครั้งนี้ที่เท่าไหร่ และราคาเฉลี่ยจะต่ำกว่าต้นทุนสะสมที่ $75,694 ได้แค่ไหน ถ้าซื้อในราคาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย ก็จะช่วยลดต้นทุนลงได้บ้าง แต่ถ้าราคา Bitcoin ยังไม่ฟื้นกลับไปเหนือ $75,694 ผลขาดทุนบนกระดาษก็ยังคงค้างอยู่ เป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อครับ
ที่มา: @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @predyx_markets
