สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin พุ่งขึ้น 2.53% แตะ $68,855 ในวันที่ 6 เม.ย. 2569 โดยมีจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $69,328 และจุดต่ำสุดที่ $66,634
- ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่แข็งแกร่ง พร้อมมูลค่าตลาดรวมพุ่งแตะ 1.38 ล้านล้านดอลลาร์
- การดีดตัวของ Bitcoin ส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาด Altcoin และภาคส่วน DeFi ทั่วทั้งระบบนิเวศคริปโต ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาว่าโมเมนตัมนี้จะยืนได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การพุ่งขึ้น 2.53% พร้อมปริมาณซื้อขายที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่ามีแรงซื้อจริงจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยพร้อมกัน การที่ราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา $70,000 อีกครั้งสร้างบรรยากาศเป็นบวกในระยะสั้น และอาจดึงเงินทุนไหลเข้าตลาด Altcoin ตามมาด้วย
ราคา Bitcoin (BTC) พุ่งขึ้นแรงในวันที่ 6 เม.ย. 2569 โดยทะลุแตะ $68,855 คิดเป็นการขึ้นกว่า 2.53% ในรอบ 24 ชั่วโมง จากจุดต่ำสุดที่ $66,634 ไปจนถึงจุดสูงสุดในวันที่ $69,328 ซึ่งนับเป็นการดีดตัวที่มีพลังมากที่สุดในรอบหลายวันและทำให้ราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา $70,000 อีกครั้ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Bitcoin เพียงเหรียญเดียว แต่ส่งแรงกระเพื่อมออกไปทั่วระบบนิเวศคริปโตอย่างรวดเร็ว

ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีนักเล่นรายใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่การดีดตัวของราคาบนปริมาณซื้อขายบางๆ มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ณ ขณะนี้ยืนอยู่ที่ 1.38 ล้านล้านดอลลาร์ ตอกย้ำสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
Bitcoin กับแรงดันที่สะสมมาสักพัก
การพุ่งขึ้นรอบนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ตลาดการเงินโลกกำลังรับมือกับความไม่แน่นอนหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องการลดดอกเบี้ย ตลอดจนแรงกดดันด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่ทำให้นักลงทุนสถาบันมองหาสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองมากขึ้น Bitcoin จึงกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ผูกติดกับนโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
นอกจากนี้ กระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF Bitcoin แบบ Spot ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่นักวิเคราะห์ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงที่ผ่านมาข้อมูลกระแสเงินทุนเข้า ETF มักสอดคล้องกับช่วงที่ Bitcoin สร้างแรงซื้อระยะสั้นได้แข็งแกร่ง การที่ราคาประคองตัวเหนือระดับ $65,000 มาได้สักระยะ และวันนี้พุ่งทดสอบโซนใกล้ $70,000 อีกครั้ง สะท้อนว่าโมเมนตัมยังอยู่ในมือฝ่ายบวก
Altcoin ได้อานิสงส์ แต่ต้องแยกแยะให้ดี
เมื่อ Bitcoin ขึ้นแรงในลักษณะนี้ ผลที่เกิดขึ้นกับตลาด Altcoin มักแบ่งออกเป็นสองเฟส เฟสแรกคือ Altcoin ขึ้นตาม Bitcoin แต่ยัง Underperform เพราะนักลงทุนกองเงินทุนไว้ที่ Bitcoin ก่อน หลังจากนั้นหาก Bitcoin เริ่มเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและ Dominance เริ่มลดลง เงินทุนส่วนหนึ่งจะหมุนเข้าสู่ Altcoin ชั้นนำ
ในรอบนี้ เหรียญที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง Ethereum (ETH) ซึ่งมีระบบนิเวศ DeFi และการอัปเกรดโปรโตคอลที่ต่อเนื่อง มักเป็นตัวแรกที่ได้รับการจัดสรรเงินทุนต่อจาก Bitcoin นอกจากนี้กลุ่ม Layer-2 บน Ethereum อย่าง Arbitrum และ Optimism รวมถึงกลุ่มเหรียญที่มีตัวเร่งจากข่าวสารเฉพาะตัว เช่น โปรโตคอลที่มีการอัปเกรดกำลังจะมาถึง ก็มักดึงดูดเงินทุนในช่วงที่ตลาดเป็นบวกเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าในช่วงที่ Bitcoin ยังไม่ยืนเหนือ $70,000 ได้อย่างมั่นคง Altcoin ที่มีปัจจัยพื้นฐานอ่อนแออาจถูกเทขายทำกำไรได้เร็วกว่าที่คาด การเลือกเฉพาะเหรียญที่มีเรื่องราวและการพัฒนาที่ชัดเจนจึงสำคัญกว่าการไล่ตามทุกอย่างในคราวเดียว
DeFi และระบบนิเวศกว้างขึ้น กิจกรรมบนเชนเริ่มคึกคัก
หนึ่งในสัญญาณที่นักวิเคราะห์ติดตามควบคู่กับราคาคือมูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้ในโปรโตคอล DeFi (TVL) เมื่อ Bitcoin ขึ้น ราคาของ Ethereum และโทเคนสายงาน DeFi มักปรับตัวขึ้นตาม ส่งผลให้ TVL ที่คำนวณเป็นดอลลาร์เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนใหม่เข้ามาสำรวจโอกาสในการฝากสภาพคล่องและรับผลตอบแทน
ในช่วงที่ตลาดเป็นบวกเช่นนี้ กิจกรรมบนเชนมักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการทำธุรกรรม การแลกเปลี่ยนบน DEX และการเปิดสถานะในตลาดอนุพันธ์บนเชน โปรโตคอล DeFi ที่มีปริมาณธุรกรรมสูงและค่าธรรมเนียมที่สะสมได้ดีจะกลายเป็นที่จับตาของนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนในระยะกลาง นอกจากนี้ กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Restaking Protocol และโครงสร้างพื้นฐานของ Ethereum ก็น่าจับตาเช่นกันในช่วงที่ตลาดเปิดกว้าง
ในมุมของเรื่องราว (Narrative) ที่กำลังได้รับความสนใจ กลุ่ม Real World Assets (RWA) ที่นำสินทรัพย์ในโลกจริงมาโทเคนไนซ์บนบล็อกเชน รวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI บนบล็อกเชน ยังคงเป็นธีมที่นักลงทุนให้ความสนใจต่อเนื่อง และในช่วงตลาดเป็นบวกจาก Bitcoin เช่นนี้ เรื่องราวเหล่านี้มักได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่กล้าเสี่ยงมากขึ้น
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการพุ่งขึ้น 2.53% ในวันนี้น่าสนใจมากกว่าที่ตัวเลขจะบอก เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินโลกมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งปกติแล้วมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงให้อ่อนตัวลง แต่วันนี้ Bitcoin เลือกไปในทิศทางตรงข้าม นั่นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มมองว่า Bitcoin ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เสี่ยง แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองในยามที่นโยบายการเงินโลกไม่แน่นอน
สิ่งที่ผมจะจับตาต่อจากนี้คือพฤติกรรมของราคาในบริเวณใกล้ $69,000-$70,000 ว่าจะมีแรงขายทำกำไรเข้ามาหนักแค่ไหน และปริมาณการซื้อขายจะยังคงแข็งแกร่งหรือเริ่มหดตัวลง รวมถึงกระแสเงินทุนเข้า ETF Bitcoin ในวันทำการถัดไปซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าสถาบันยังสนใจระดับราคานี้อยู่หรือไม่ ถ้าตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นบวก ผมคิดว่าบรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมน่าจะยังมีชีวิตชีวาต่อไปได้อีกสักพัก
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
