สรุปข่าว
- Hong Kong Mortgage Corp. หรือองค์กรกึ่งรัฐของฮ่องกง กำลังพิจารณาออกพันธบัตรบนบล็อกเชนมูลค่า $1.5 พันล้าน ซึ่งอาจกลายเป็นดิจิทัลบอนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ข่าวนี้สะท้อนทิศทางที่ฮ่องกงเดินหน้าผลักดันการใช้บล็อกเชนในระบบการเงินแบบดั้งเดิมอย่างจริงจัง หลังจากก่อนหน้านี้มีการเติบโตของ ETF คริปโตและกองทุนโทเคนอย่างต่อเนื่อง
- ต้องติดตามว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะเป็นสัญญาณให้สถาบันการเงินอื่นทั่วโลกหันมาออกพันธบัตรดิจิทัลบนบล็อกเชนมากขึ้นหรือเปล่า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดบล็อกเชนและคริปโตในภาพรวม เพราะแสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินระดับรัฐเริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในตลาดทุนจริงแล้ว แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาเหรียญคริปโตในระยะสั้น แต่หากดีลนี้เกิดขึ้น จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนในสายตาของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg ว่า Hong Kong Mortgage Corp. หรือองค์กรกึ่งรัฐบาลของฮ่องกงที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Freddie Mac ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาออกพันธบัตรดิจิทัลบนบล็อกเชนมูลค่าสูงถึง $1.5 พันล้าน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจกลายเป็นการออกดิจิทัลบอนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ข่าวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮ่องกงในการนำบล็อกเชนเข้ามาผสมผสานกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม ต่อเนื่องจากทิศทางนโยบายที่ฮ่องกงวางไว้ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ดิจิทัลบอนด์คืออะไร และทำไมมูลค่า $1.5 พันล้านถึงสำคัญ
พันธบัตรดิจิทัลบนบล็อกเชน หรือที่เรียกว่า Tokenized Bond คือการนำพันธบัตรแบบดั้งเดิมมาแปลงอยู่ในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งทำให้กระบวนการออก ซื้อขาย และชำระเงินทำได้อัตโนมัติและโปร่งใสกว่าระบบเดิม ปัจจุบันตลาดดิจิทัลบอนด์ทั่วโลกยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมูลค่าของดีลแต่ละรายมักอยู่ในหลักร้อยล้านดอลลาร์ การที่ Hong Kong Mortgage Corp. พิจารณาออกพันธบัตรในระดับ $1.5 พันล้าน จึงเป็นการยกระดับที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับดีลที่ผ่านมาในตลาด
Hong Kong Mortgage Corp. ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบาลฮ่องกงในปี 2540 มีบทบาทในการซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์ และระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตร การเลือกใช้บล็อกเชนในการออกพันธบัตรครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทดลองทางเทคนิค แต่เป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมาใช้กับสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือระดับรัฐบาล
ฮ่องกงเดินหน้าสร้างตัวเองเป็นฮับบล็อกเชนโลก
ก้าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ฮ่องกงเอาจริง! ETF คริปโตพุ่งกว่า 140% กองทุนโทเค็นทะลุ 8.6 พันล้านดอลลาร์ และยังมีรายงานว่า ฮ่องกงลุยกำกับคริปโตเต็มสูบ ดัน “กรอบนโยบายครอบคลุม” หวังเป็นฮับระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าฮ่องกงมีแผนระยะยาวที่ต้องการนำบล็อกเชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินหลัก ไม่ใช่แค่การทดลองในวงแคบ
หากดีล $1.5 พันล้านนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นหลักฐานที่แข็งแกร่งว่าบล็อกเชนสามารถรองรับธุรกรรมตลาดทุนขนาดใหญ่ในระดับสถาบันได้จริง และน่าจะดึงดูดให้รัฐบาลและสถาบันการเงินในประเทศอื่นเริ่มมองการออกพันธบัตรดิจิทัลในแบบเดียวกันมากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจมากในเชิงโครงสร้าง เพราะการที่องค์กรระดับรัฐบาลเริ่มใช้บล็อกเชนออกพันธบัตรขนาดใหญ่ขนาดนี้ มันบอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับทิศทางที่ตลาดทุนแบบดั้งเดิมกำลังเดินไป ประเด็นที่น่าจับตาคือฮ่องกงจะเลือกใช้บล็อกเชนเครือข่ายไหน จะเป็นระบบปิด (permissioned) หรือจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายสาธารณะอย่าง Ethereum อยู่บ้าง เพราะถ้าเลือกเชื่อมกับเครือข่ายสาธารณะ ผลกระทบต่อตลาดคริปโตก็จะชัดเจนขึ้นมาก แต่ถ้าเป็นระบบปิดล้วน ก็อาจส่งผลต่อราคาเหรียญน้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้ ยังไงก็ต้องรอดูว่าโครงการนี้จะคืบหน้าต่ออย่างไร
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
