bitkub-banner

CEO ใหม่ MEXC กางแผนขยาย Platform เทรดได้ทุกอย่างครอบจักรวาล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Vugar Usi CEO คนใหม่ของ MEXC ชี้ว่ากระแสเหรียญ Meme ที่ดูซบเซาลงไม่ได้เกิดจากความเสื่อมความนิยมแต่เป็นเพราะตลาดการเงินดั้งเดิมมีความผันผวนและตอบสนองต่อข่าวสารจนสินทรัพย์ทุกประเภทกลายเป็นเหมือน Meme ไปเสียหมด
  • ทิศทางใหม่ของ Exchange คือการเปลี่ยนจากการเป็นเพียงศูนย์กลางเก็งกำไรเหรียญ Meme ไปสู่ Platform ที่ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภทตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงหุ้น Token โดยมุ่งเน้นการให้บริการกลุ่มนักลงทุนรายย่อยเป็นหลักซึ่งสวนทางกับคู่แข่งรายอื่นที่หันไปจับกลุ่มสถาบัน
  • ความท้าทายสำคัญหลังจากนี้คือการยกระดับมาตรฐาน Compliance เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากเหตุการณ์อายัดเงินลูกค้าในอดีตโดยที่ยังต้องรักษาจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำเพื่อตอบโจทย์ฐานผู้ใช้งานเดิมเอาไว้ให้ได้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การประกาศวิสัยทัศน์ของ CEO คนใหม่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างทางธุรกิจของ Exchange ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลหน้ากระดานในระยะสั้น อย่างไรก็ตามหาก MEXC สามารถขยายบริการไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่นได้สำเร็จและสามารถรักษาสภาพคล่องจากกลุ่มรายย่อยไว้ได้ก็อาจเป็นผลดีต่อการเติบโตของปริมาณการซื้อขายในระบบนิเวศของ Platform ในระยะยาว

Vugar Usi CEO คนใหม่ของ MEXC ได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลดลงของปริมาณการเทรดเหรียญ Meme โดยเขามองว่า Token เหล่านี้ไม่ได้สูญเสียเสน่ห์ในตัวเอง แต่เป็นเพราะระบบการเงินส่วนที่เหลือต่างหากที่เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบตลาด Meme

เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าในปัจจุบันราคาทองคำสามารถขยับได้เพียงเพราะ Twitter ของ Donald Trump ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดจากข่าวลือทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดหุ้นก็แกว่งตัวอย่างรุนแรงจากพาดหัวข่าวของ Fed ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยกระแสสังคม ความเป็นไวรัล และการเก็งกำไร ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการเหรียญ Meme เลย

แนวคิดนี้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญในแผนการปรับจุดยืนของ MEXC จากที่เคยเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมนักเก็งกำไรเหรียญ Meme Usi ต้องการขยายขอบเขตให้กลายเป็น Platform ที่สามารถเทรดสินทรัพย์ได้ทุกรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่หุ้น Token สินค้าโภคภัณฑ์ ไปจนถึง Prediction Markets โดยยังคงรักษาฐานลูกค้าหลักที่เป็นนักลงทุนรายย่อยซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 98% ของการทำธุรกรรมทั้งหมดบน Exchange

การตัดสินใจเดินหน้าลุยตลาดรายย่อยถือเป็นการเดิมพันที่สวนทางกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Binance, OKX และ Bybit อย่างสิ้นเชิง ในช่วงสองปีที่ผ่านมา Exchange เหล่านี้ทุ่มเททรัพยากรเพื่อดึงดูด Liquidity จากนักลงทุนสถาบัน พัฒนาระบบเทรด Derivatives และเตรียมพร้อมรับเม็ดเงินจากกองทุน ETF แต่สำหรับ Usi ซึ่งเคยมีประสบการณ์ผลักดันให้ Bitget เติบโตจนกลายเป็น Exchange อันดับสี่ของโลก เขากลับเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป โดยเขาระบุว่าที่ Bitget ปริมาณการเทรดกว่า 80% มาจากสถาบัน แต่สำหรับ MEXC กลุ่มรายย่อยคืออู่ข้าวอู่น้ำที่แท้จริง

Model ฟรีค่าธรรมเนียมของ MEXC ซึ่ง Usi อ้างว่าช่วยประหยัดเงินให้ผู้ใช้งานไปแล้วกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ถือเป็น Marketing Engine ที่ทรงพลังที่สุด เขาตั้งใจจะนำ Model นี้ไปใช้กับสินทรัพย์ประเภทอื่นเพื่อผลักดันให้ Platform กลายเป็นคู่แข่งสายตรงของ App เทรดหุ้นระดับโลกอย่าง Robinhood แต่ดำเนินการอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ MEXC ยังคงมีอุปสรรคสำคัญเรื่องความน่าเชื่อถือและ Compliance ในปี 2025 MEXC ต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาจากเหตุการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ White Whale ซึ่งมีนักเทรดรายหนึ่งออกมาแฉว่าเงินจำนวน 3 ล้านดอลลาร์ของเขาถูกอายัดด้วยกฎ Risk-control ที่ไม่โปร่งใส จนในที่สุดผู้บริหารระดับสูงต้องออกมาแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการและยอมรับว่าทีมงานตามไม่ทันการเติบโตที่รวดเร็วเกินไปของ Platform

แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้มีกระแสการถอนเงินออกจากระบบเพิ่มสูงขึ้นตลอดปี 2025 แต่ข้อมูลล่าสุดจาก CoinDesk Research ชี้ให้เห็นว่า MEXC ยังคงรั้งตำแหน่ง Exchange ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับสองด้วย Market Share 5% ในช่วงปลายปี ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความต้องการเทรดที่มี Liquidity สูงนั้นยังมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลด้านความเสี่ยงสำหรับผู้ใช้งานบางกลุ่ม

Usi ยอมรับว่าความพร้อมด้าน Compliance เป็นจุดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไข เขาได้เริ่มเดินสายเจรจากับหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้าง Platform ที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น แต่สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกานั้นเขายังคงสงวนท่าทีเนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีต้นทุนสูงและซับซ้อนเกินไปแม้ว่าจะมีร่างกฎหมาย Clarity Act ออกมารองรับแล้วก็ตาม

บททดสอบที่แท้จริงของ MEXC คือการหาสมดุลระหว่างการสร้างระบบที่รัดกุมน่าเชื่อถือกับการคงไว้ซึ่งเสน่ห์ความไร้ระเบียบแบบ Meme ที่ดึงดูดนักเทรดมาตั้งแต่ต้น

ที่มา: Coindesk


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการที่ Exchange ระดับท็อปกล้าประกาศตัวว่าจะไม่สนสถาบันและขอโฟกัสที่รายย่อยแบบเต็มสูบถือเป็นกลยุทธ์ที่หาทำได้ยากในยุคนี้ครับ ตลาดรายย่อยมีความผันผวนสูงก็จริงแต่ก็เป็นกลุ่มที่มี Loyalty ต่อ Platform หากได้รับประสบการณ์การเทรดที่ตรงใจ การเพิ่มหุ้น Token หรือสินค้าโภคภัณฑ์เข้ามาใน Exchange ที่คุ้นเคยอาจจะช่วยดึงให้คนที่เบื่อ Crypto ไม่ต้องย้าย App หนีไปไหน แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องความโปร่งใสครับ การที่ระบบควบคุมความเสี่ยงเคยมีปัญหาจนอายัดเงินลูกค้ามั่วซั่วเป็นแผลเป็นที่ลบยาก ถ้า MEXC ไม่สามารถแก้ปัญหาระบบหลังบ้านตรงนี้ให้ชัดเจน การจะก้าวไปเป็น Superapp สำหรับนักเทรดทั่วโลกก็คงจะสะดุดขาตัวเองเข้าสักวันครับ