สรุปข่าว
- ETH ร่วง 1.68% หลุดระดับ $2,200 มาอยู่ที่ $2,185.14 โดยในรอบ 24 ชั่วโมงปรับลดลงรวม 1.81% จากจุดสูงสุดที่ $2,265.34
- แรงกดดันมาจากบรรยากาศตลาดโลกที่ยังผันผวนหนัก ความกังวลเรื่องนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และแรงขายทำกำไรหลังราคาพุ่งขึ้นมาแรงในช่วงต้นสัปดาห์
- ระดับ $2,100 กลายเป็นแนวรับชี้ขาดในระยะสั้น ถ้าหลุดลงไปอาจเปิดทางให้ราคาทดสอบโซนต่ำกว่านั้นได้อีก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การหลุดระดับ $2,200 ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายสูงถึง 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์สะท้อนว่าแรงขายยังมีอยู่จริง และโครงสร้างตลาดในระยะกลางยังไม่ยืนยันการกลับตัว ภาพรวมจึงเอนไปทางขาลงในระยะสั้น
วันที่ 9 เม.ย. 2569 ราคา Ethereum (ETH) ร่วงหลุดระดับจิตวิทยา $2,200 มาซื้อขายอยู่ที่ $2,185.14 ปรับลดลง 1.68% ในช่วงเวลาที่ถูกตรวจจับ และติดลบ 1.81% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยราคาแกว่งตัวระหว่าง $2,183.73 ถึง $2,265.34 ตลอดทั้งวัน ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมยืนอยู่ที่ 2.64 แสนล้านดอลลาร์

การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ETH พุ่งขึ้นมาแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยมีแท่งเทียนใหญ่เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมาพาราคาขึ้นไปแตะ $2,242 ก่อนจะดึงกลับ ตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ในโหมดลังเลว่าการปรับขึ้นรอบสั้นจะยืนหยัดต่อได้หรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคที่ยังไม่คลี่คลาย
ทำไมโซน $2,100 $2,200 ถึงสำคัญกว่าที่หลายคนคิด
ระดับ $2,200 ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขกลมๆ แต่มันคือบริเวณที่ ETH ใช้เวลาหลายสัปดาห์แกว่งตัวอยู่ก่อนจะพุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆ ล่าสุด การหลุดกลับลงมาจึงเท่ากับว่าแรงซื้อที่เข้ามาในรอบนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะยึดพื้นที่นี้ไว้ได้
ภาพใหญ่ยิ่งน่ากังวลกว่านั้น ETH อยู่ในขาลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยหล่นจากจุดสูงสุดใกล้ $4,829 เมื่อเดือนส.ค. 2568 ลงมากกว่า 54% จนแตะจุดต่ำสุดล่าสุดที่ $1,821 ในช่วงต้นปี 2569 ปัจจุบันราคากำลังแกว่งอยู่ในโซนฟื้นตัวระหว่าง $1,940 ถึง $2,350 ซึ่งเป็นช่วงรวมตัวหลังจากขาลงรุนแรง โครงสร้างยังเป็น lower high ต่อ lower low ตลอด และยังไม่มีสัญญาณพลิกกลับที่ชัดเจนในกรอบระยะกลาง
นอกจากนี้บรรยากาศตลาดโลกยังกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ ความกังวลเรื่องนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจน รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต่อทิศทางดอกเบี้ย ล้วนทำให้นักลงทุนระมัดระวังการถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น
ถ้าแนวรับยืนได้ จะเกิดอะไรขึ้น
สัญญาณที่ผู้เขียนจับตาอยู่คือว่าราคาจะสามารถรักษาตัวเหนือโซน $2,100 ได้หรือเปล่า เพราะนั่นคือแนวรับรองในระยะสั้น ถ้า ETH ยืนเหนือบริเวณนี้ได้และมีปริมาณการซื้อขายที่พอเพียง ก็อาจเห็นการดีดกลับขึ้นไปทดสอบโซน $2,200 อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการดีดตัวขึ้น ตราบใดที่ ETH ยังอยู่ต่ำกว่า $2,350 ซึ่งเป็นแนวต้านบนของกรอบการแกว่งตัวระยะกลาง การฟื้นตัวใดๆ ก็ยังต้องถูกมองว่าเป็นแค่การแกว่งภายในกรอบ ไม่ใช่การยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มใหญ่ ปัจจัยที่จะช่วยหนุนได้จริงอาจต้องอาศัยข่าวเชิงบวกจากฝั่งกระแสเงินทุน ETF หรือความชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ
ถ้าหลุดลงต่อ ความเสี่ยงอยู่ที่ไหน
นี่คือสถานการณ์ที่ต้องระวังมากกว่า ถ้าราคาไม่สามารถยืนเหนือโซน $2,100 ได้ เส้นทางต่อไปอาจพาราคาลงไปทดสอบบริเวณ $1,990 และถัดมาคือโซนแนวรับหลักที่ $1,940 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบการแกว่งตัวระยะกลางทั้งหมด ถ้าหลุดโซนนี้ไปด้วย นั่นจะเป็นสัญญาณว่าการรวมตัวที่ผ่านมานับตั้งแต่ต้นปี 2569 อาจล้มเหลว และโครงสร้างขาลงใหญ่จะกลับมามีพลังอีกครั้ง
ความน่ากลัวของสถานการณ์นี้อยู่ที่ว่า ETH เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากจุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน ถ้าหลุดโซนรองรับสำคัญ นักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงฟื้นตัวอาจเริ่มตัดขาดทุน และสร้างแรงขายลูกโซ่ที่กดราคาลงไปได้เร็วกว่าที่คาด ในสภาพแวดล้อมที่ตลาดโลกยังผันผวนและ sentiment ยังไม่กลับมาเป็นบวกชัดเจน ความเสี่ยงด้านขาลงจึงต้องให้น้ำหนักมากกว่าด้านขาขึ้น
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าจังหวะนี้ตึงเครียดกว่าที่ตัวเลขภายนอกบอก การที่ ETH ดีดขึ้นมาแรงในช่วง 8 เม.ย. แล้วดึงกลับลงมาเร็วขนาดนี้ภายในวันรุ่งขึ้น บอกได้ว่าแรงซื้อในรอบนั้นไม่ได้มาจากความเชื่อมั่นระยะยาว แต่เป็นการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่า
สิ่งที่ผมจับตาในช่วงนี้มีสองอย่าง อย่างแรกคือว่าราคาจะปิดแท่งเทียนรายวันเหนือหรือต่ำกว่า $2,100 เพราะนั่นจะบอกทิศทางสั้นๆ ได้ชัดกว่าการดูแค่ราคาตอนนี้ อย่างที่สองคือปริมาณการซื้อขาย ถ้าราคาร่วงต่อพร้อมกับ volume ที่เพิ่มขึ้น นั่นแปลว่าแรงขายเริ่มจริงจัง แต่ถ้า volume ลดลงพร้อมกับราคาที่ร่วง อาจเป็นแค่การพักตัวธรรมดา
ผมไม่คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนพอที่จะฟันธงได้ทางใดทางหนึ่ง ขาลงใหญ่ยังไม่จบในเชิงโครงสร้าง แต่ก็มีสัญญาณการรวมตัวหลังจากร่วงหนักมาก สุดท้ายแล้ว ตลาดคงต้องการตัวเร่งจากปัจจัยภายนอกมากกว่าแค่แรงซื้อเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นข่าวดีจากฝั่งกฎระเบียบ หรือการเปลี่ยนทิศของ Fed ก็ตาม จึงควรติดตามข่าวมหภาคควบคู่ไปกับกราฟ
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
