bitkub-banner

กิจกรรม Stablecoin บน Ethereum แตะจุดต่ำสุดของปี 2569 ส่งสัญญาณกำลังซื้อหด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Santiment รายงานว่าจำนวนที่อยู่ที่ใช้งาน USDT บน Ethereum ลดลงสู่ระดับ 202,300 แห่ง ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 และ USDC เหลือเพียง 109,300 แห่ง ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568
  • การหดตัวของกิจกรรม stablecoin บ่งชี้ว่าเทรดเดอร์ชะลอการเคลื่อนย้ายทุน ลดการชำระบัญชีบนเชน และตลาดขาดแรงซื้อที่ชัดเจน
  • นักวิเคราะห์ Santiment ระบุว่ากำลังซื้ออาจฟื้นตัวได้หาก Bitcoin สามารถผ่าน $75,000 และกระตุ้นให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนพร้อมลงทุนกลับเข้าสู่ตลาด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

เมื่อกิจกรรมของ stablecoin บน Ethereum ลดลงสู่ระดับต่ำสุดของปี หมายความว่าเงินทุนพร้อมลงทุนในตลาดคริปโตกำลังหดตัว ผู้ซื้อรายใหม่ชะลอการเข้าสู่ตลาด และแรงขับเคลื่อนราคาขาขึ้นอาจอ่อนแรงในระยะสั้น สัญญาณนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าราคาจะร่วงทันที แต่การไม่มีกำลังซื้อใหม่ทำให้ตลาดเปราะบางต่อแรงขาย

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Santiment รายงานผ่าน Cointelegraph ว่ากิจกรรมของ Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) บนเครือข่าย Ethereum ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดของปี 2569 โดยข้อมูลจาก Sanbase แสดงให้เห็นว่าจำนวนที่อยู่ที่ใช้งาน USDT รายวันหดตัวเหลือเพียง 202,300 แห่ง ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ขณะที่ USDC เหลือเพียง 109,300 แห่ง ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ถึงกำลังซื้อที่ลดลงในตลาด และอาจสะท้อนถึงภาวะซบเซาที่นักเทรดชะลอการเคลื่อนย้ายเงินทุนบนเชน

กราฟจาก Santiment แสดงจำนวนที่อยู่ผู้ใช้งาน Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) รายวันที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดของปี โดย USDT อยู่ที่ 202.3K ที่อยู่ (ต่ำสุดนับตั้งแต่ 20 ธันวาคม) และ USDC อยู่ที่ 109.3K ที่อยู่ (ต่ำสุดนับตั้งแต่ 14 ธันวาคม)
กราฟจาก Santiment แสดงจำนวนที่อยู่ผู้ใช้งาน Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) รายวันที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดของปี โดย USDT อยู่ที่ 202.3K ที่อยู่ (ต่ำสุดนับตั้งแต่ 20 ธันวาคม) และ USDC อยู่ที่ 109.3K ที่อยู่ (ต่ำสุดนับตั้งแต่ 14 ธันวาคม) (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ตัวเลขจาก Santiment สะท้อนอะไร

ข้อมูลจากกราฟที่ Santiment เผยแพร่ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2569 พบว่าทั้ง USDT และ USDC ต่างมีทิศทางที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งสวนทางกับช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ Santiment เคยรายงานว่ากิจกรรมเครือข่าย Ethereum โดยรวมยังอยู่ในระดับสูงใกล้สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การลดลงของจำนวนที่อยู่ที่ใช้งาน stablecoin มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบและขาดทิศทาง ผู้เทรดลดความถี่การซื้อขาย และการชำระบัญชีบนเชนน้อยลง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 Santiment เคยตรวจพบสัญญาณเตือนว่าที่อยู่ USDT บน Ethereum หายไปกว่า 72,841 แห่งในช่วง 48 ชั่วโมง ซึ่งถูกระบุว่าผิดปกติ และดูเหมือนการหดตัวดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ตลาดต้องการอะไรเพื่อฟื้นกำลังซื้อ

นักวิเคราะห์ของ Santiment ระบุว่ากำลังซื้ออาจกลับมาได้หาก Bitcoin แสดงแรงโมเมนตัมที่ชัดเจนและผ่าน $75,000 เนื่องจากความผันผวนที่สูงขึ้นจะกระตุ้นให้เงินทุนพร้อมลงทุนที่นิ่งอยู่เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ทั้งนี้ราคา Bitcoin ณ วันที่ 14 เมษายน 2569 อยู่ที่บริเวณ $74,326 หลังพุ่งขึ้นกว่า 4.8% แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย $75,000 อยู่เล็กน้อย

น่าสังเกตว่าแม้กิจกรรมการใช้งาน stablecoin จะลดลง แต่ Santiment ยังตรวจพบการสร้าง stablecoin ครั้งใหญ่ (mint) บน Ethereum อยู่หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เช่น เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 มีการสร้าง stablecoin ใหม่มูลค่ากว่า 1.71 พันล้านดอลลาร์ในครั้งเดียว ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพคล่องโดยรวมยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ถูกนำไปใช้ซื้อขายสินทรัพย์คริปโตอย่างคึกคักเท่าที่ควร ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Solana รับ Stablecoin กว่า $6.5 แสนล้านในเดือนเดียว ทำสถิติสูงกว่าเดิม 2 เท่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากิจกรรม stablecoin อาจกระจายออกไปยังเครือข่ายอื่นมากขึ้น ไม่ได้กระจุกอยู่บน Ethereum เหมือนแต่ก่อน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าจับตาดูมากกว่าน่าตื่นตระหนก เพราะการหดตัวของกิจกรรม stablecoin บน Ethereum อาจไม่ได้หมายความว่าเงินหายไปจากตลาดทั้งหมด แต่อาจกระจายไปอยู่บนเครือข่ายอื่น เช่น Solana หรือ Tron ที่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่า สิ่งที่ควรจับตาคือว่าตัวเลขนี้จะฟื้นกลับมาเมื่อไหร่ ถ้า Bitcoin ยืนเหนือ $75,000 ได้อย่างมั่นคง น่าจะเห็น stablecoin กลับมาเคลื่อนไหวคึกคักขึ้นอีกครั้ง แต่ถ้าตัวเลขยังนิ่งหรือลดลงต่อ ก็ต้องระวังว่าตลาดอาจยังไม่มีแรงซื้อจริงรองรับการขึ้นของราคา

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI