bitkub-banner

Nikita Bier ปิดปากชุมชนคริปโตบน X แล้วส่งสัญญาณจะ “ช่วย” วงการเอง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Nikita Bier หัวหน้าผลิตภัณฑ์ X โพสต์ส่งสัญญาณว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์คริปโตใหม่บนแพลตฟอร์ม หลังยอมรับว่าคริปโตผ่านปีที่ยากลำบาก
  • ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา X ภายใต้การนำของ Bier ออกมาตรการกดคอนเทนต์คริปโตหลายรอบ ตั้งแต่เปลี่ยนอัลกอริทึม ล็อกบัญชีใหม่ที่โพสต์คริปโต ไปจนถึงเพิกถอน API ของแอป InfoFi โดยอ้างว่า 80% ของกิจกรรมคริปโตมาจากบอท
  • X กำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโตอย่างจริงจัง ทั้งใบอนุญาตชำระเงิน ฟีเจอร์ Smart Cashtags และนโยบายโปรโมชันคริปโตแบบใหม่ ซึ่งอาจเปลี่ยนเกมการเข้าถึงคริปโตสำหรับ retail ทั่วโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

สถานการณ์นี้มีทั้งด้านบวกและลบสำหรับตลาดคริปโต การกวาดล้างบอทและสแปมจะช่วยทำความสะอาดระบบนิเวศในระยะยาว แต่ในระยะสั้นมันกดการเข้าถึงและลดไวรัลลิตีที่เคยเป็นตัวเร่ง Bull Run ส่วนฟีเจอร์คริปโตใหม่ของ X หากเปิดตัวจริง อาจเป็นตัวเร่ง retail adoption ครั้งใหญ่ แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน จึงประเมินเป็น Neutral

หัวหน้าผลิตภัณฑ์ X ส่งสัญญาณปริศนา กลางกระแสบ่นหนักว่าคริปโตถูกกดบนแพลตฟอร์ม

หัวหน้าผลิตภัณฑ์ X ส่งสัญญาณปริศนา กลางกระแสบ่นหนักว่าคริปโตถูกกดบนแพลตฟอร์ม
ภาพจาก AI

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 14 เม.ย. 2026 ตามเวลาไทย (ตรงกับช่วงบ่ายของสหรัฐฯ) Nikita Bier หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X (อดีต Twitter) โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า “คริปโตผ่านปีที่ยากลำบาก บางทีเราควรเปิดตัวอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหา” ข้อความสั้นเพียง 2 ประโยคนี้จุดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรงในชุมชนคริปโตบน X เพราะในมุมของนักเทรดจำนวนมาก คนที่โพสต์ข้อความนี้คือ “คนเดียวกัน” ที่ใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาจัดการกวาดล้างบัญชีคริปโตบนแพลตฟอร์มอย่างไม่ปรานี

โพสต์ของ Nikita Bier บน X ที่ระบุว่า Crypto has had a rough year. Maybe we should launch something to fix it.
ภาพจาก: dogegod (X)

ดังที่เห็นในภาพด้านบน โพสต์ของ Bier เขียนแบบกำกวม ไม่ระบุว่า “อะไรสักอย่าง” คืออะไร แต่ด้วยตำแหน่งของเขาในฐานะหัวหน้าผลิตภัณฑ์ X ที่มีผู้ติดตามเกือบล้านคน บวกกับบทบาทที่ปรึกษาของ Solana มันจึงไม่ใช่แค่ทวีตธรรมดา มันเป็นสัญญาณที่ชุมชนคริปโตทั่วโลกจับตามอง

แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ ทำไมคนที่ใช้เวลาหลายเดือนทำให้ชุมชนคริปโตบน X ย่อยยับ ถึงอยู่ ๆ กลับมาบอกว่าจะ “ช่วย” วงการ

ไทม์ไลน์การ “กวาดล้าง” คริปโตบน X ตั้งแต่ปลายปี 2025

ไทม์ไลน์การ
ภาพจาก AI

เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมทวีตสั้น ๆ ของ Bier ถึงสร้างแรงกระเพื่อมขนาดนี้ ต้องย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นบน X ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ทุกอย่างเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2025 เมื่อ X อัปเดตอัลกอริทึมครั้งใหญ่ ส่งผลให้คอนเทนต์คริปโตถูกลดการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ รายงานหลายแหล่งระบุว่าโพสต์ที่มีสัญลักษณ์ราคาอย่าง $BTC หรือ $ETH รวมถึงวลียอดนิยมอย่าง “to the moon” หรือ “100x” ถูกลดการเข้าถึงหรือถูก shadow ban อย่างเป็นระบบ

จากนั้นในเดือนมกราคม 2026 สถานการณ์เข้มข้นขึ้นอีก Bier สั่งเพิกถอนสิทธิ์ API ของแอป “InfoFi” ที่ให้รางวัลผู้ใช้สำหรับการโพสต์คอนเทนต์ โดยเขาระบุว่าเป็นการต่อสู้กับสแปม AI และโพสต์คุณภาพต่ำ ในช่วงเวลาเดียวกัน Ki Young Ju ผู้ก่อตั้ง CryptoQuant รายงานว่าพบโพสต์เกี่ยวกับคริปโตบน X พุ่งสูงถึง 7.75 ล้านโพสต์ในวันเดียว เพิ่มขึ้น 1,224% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสแปมจากบอท AI และเขาวิพากษ์ว่า X กำลังลงโทษคอนเทนต์คริปโตที่ถูกต้องตามกฎหมายแทนที่จะปรับปรุงการตรวจจับบอท

ระหว่างวันที่ 10-13 มกราคม 2026 Bier จุดชนวนความขัดแย้งอย่างหนักกับชุมชนคริปโต เมื่อเขาออกมาพูดว่า “Crypto Twitter กำลังตายจากการฆ่าตัวตาย ไม่ใช่จากอัลกอริทึม” โดยเขาโทษว่าการเข้าถึงที่ลดลงเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้ใช้เอง เช่น การตอบ “gm” ซ้ำ ๆ ที่ไม่สร้างมูลค่า ผู้ใช้จำนวนมากโต้กลับอย่างรุนแรง กล่าวหาว่า X จงใจกดคอนเทนต์คริปโต และภายหลัง Bier ก็ลบทวีตเหล่านั้นออก

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Bier เข้าแทรกแซงโพสต์ที่ดูเหมือนเป็นโฆษณาแฝงโดยไม่เปิดเผย พร้อมขู่จะระงับบัญชีหากไม่ใส่ข้อความเปิดเผยการรับสปอนเซอร์ จากนั้นในเดือนมีนาคม 2026 X ก็กลับลำอนุญาตให้มีโปรโมชันคริปโตแบบเสียเงินอีกครั้ง ภายใต้นโยบายพาร์ตเนอร์ชิปใหม่ที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายโฆษณา

วันที่ 3 เมษายน 2026 X ประกาศนโยบายต่อต้านการหลอกลวงใหม่ โดยจะ “ล็อกอัตโนมัติและยืนยันตัวตน” สำหรับบัญชีใด ๆ ที่โพสต์เกี่ยวกับคริปโตเป็นครั้งแรก และในวันที่ 5 เมษายน 2026 Bier อ้างว่าประมาณ 80% ของกิจกรรมคริปโตบน X มาจากบอท โดยบอกว่าไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถจัดการกับปัญหาสแปมคริปโตได้โดยไม่กระทบบัญชีจริง ตามด้วยการเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ว่าแพลตฟอร์มกำลังตรวจจับและระงับบอท 208 บัญชีต่อนาที

Nikita Bier คือใคร ทำไมมีอำนาจขนาดนี้บน X

โปรไฟล์ X ของ Nikita Bier แสดงตำแหน่ง Head of Product ที่ X และ Advisor ที่ Solana
ภาพจาก: WOLF Bitcoin (X)

ดังที่เห็นในโปรไฟล์ X ของ Bier ด้านบน เขาระบุตำแหน่งไว้ชัดเจนว่าเป็น Head of Product ที่ X, ที่ปรึกษาของ Solana, venture partner ที่ Lightspeed และเคยเป็นผู้ก่อตั้งแอป Gas (ถูก Discord ซื้อไป) และแอป TBH (ถูก Facebook ซื้อไป) เขาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ X เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 และเป็นที่ปรึกษา Solana ตั้งแต่ 25 มีนาคม 2025 เพื่อช่วยพัฒนาระบบนิเวศแอปมือถือ

ประวัติของเขาบอกหลายอย่าง Bier เป็นคนที่เก่งเรื่องการทำแอปให้ไวรัล ทั้ง Gas และ TBH ล้วนเป็นแอปโซเชียลที่เติบโตแบบระเบิดก่อนถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ซื้อไป เขาไม่ใช่คนที่ไม่เข้าใจพลังของไวรัลลิตี แต่สิ่งที่เขาทำกับคริปโตบน X คือการ “ควบคุม” ไวรัลลิตีนั้น ในชื่อของการต่อต้านสแปมและบอท

สิ่งที่น่าสนใจคือเขาดำรงตำแหน่งทั้งใน X และ Solana พร้อมกัน ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในแพลตฟอร์มโซเชียลและในอุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง ทำให้การตัดสินใจของเขาไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “นโยบายแพลตฟอร์ม” แต่อาจมีมิติเชิงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น

“กำจัดสแปม” หรือ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ชุมชนคริปโต

ภาพจาก AI

ในมุมของ X และ Bier สิ่งที่ทำไปทั้งหมดมีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือการต่อสู้กับบอท สแปม และการหลอกลวงในวงการคริปโต ตัวเลข 80% ของกิจกรรมคริปโตที่มาจากบอทเป็นข้อมูลที่น่าตกใจ และการที่แพลตฟอร์มตรวจจับบอทได้ 208 บัญชีต่อนาที แสดงว่าปัญหามีขนาดใหญ่มากจริง

แต่คำถามสำคัญคือ “ผลข้างเคียง” ของมาตรการเหล่านี้ต่อชุมชนคริปโตที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นอย่างไร

ลองนึกภาพนักเทรดรายย่อยชาวไทยคนหนึ่งที่เคยใช้ X เป็นแหล่งข้อมูลหลัก เขาติดตามนักวิเคราะห์สายคริปโต อ่านเธรดเกี่ยวกับ airdrop ดูมีมเหรียญที่กำลังเป็นเทรนด์ ฟีดของเขาเคยเต็มไปด้วยคอนเทนต์คริปโตที่ช่วยให้เขาตัดสินใจลงทุน แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม คอนเทนต์เหล่านั้นหายไป ถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาอื่น ในขณะที่บัญชีคริปโตที่เขาติดตามบางส่วนถูกระงับหรือถูกจำกัดการเข้าถึง

ทุก Bull Run ของคริปโตในอดีตถูกขับเคลื่อนโดยวัฒจักรเดียวกัน คนเห็นมีมเกี่ยวกับเหรียญบน X เข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่ม ตัดสินใจซื้อ แล้วโพสต์เรื่องกำไรของตัวเอง ทำให้คนอื่นเห็นและทำตาม วงจรนี้ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนเกิดกระแสขาขึ้นระดับใหญ่ แต่เมื่ออัลกอริทึมของ X กดคอนเทนต์คริปโต วงจรนี้ก็ขาดสะบั้น

ต้องยอมรับว่ามาตรการของ Bier มีเหตุผลบางส่วน การล็อกบัญชีที่โพสต์คริปโตครั้งแรกช่วยป้องกันไม่ให้บัญชีที่ถูกแฮกถูกใช้หลอกลวง แต่ในอีกด้าน มันก็สร้างกำแพงสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่อยากพูดคุยเรื่องคริปโตอย่างถูกต้อง

แผนลับหรือแผนธุรกิจ สมมติฐานเบื้องหลังที่ต้องถามดัง ๆ

แผนลับหรือแผนธุรกิจ สมมติฐานเบื้องหลังที่ต้องถามดัง ๆ
ภาพจาก AI

นี่คือจุดที่เรื่องทั้งหมดเริ่มน่าสนใจจริง ๆ เมื่อมองภาพใหญ่ X ไม่ได้แค่ “กำจัดสแปม” แต่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเป็น “ซูเปอร์แอป” ด้านการเงินอย่างจริงจัง

ข้อเท็จจริงที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือ X ได้รับใบอนุญาต Currency Transmitter License จากรัฐโรดไอแลนด์แล้ว ซึ่งเปิดทางให้สามารถให้บริการชำระเงินด้วยคริปโตได้ นอกจากนี้ X ยังกำลังพัฒนาฟีเจอร์ “Smart Cashtags” ที่จะให้ผู้ใช้เห็นกราฟราคาแบบเรียลไทม์และปุ่มซื้อ-ขายสินทรัพย์ รวมถึงคริปโต ได้โดยตรงจากไทม์ไลน์

ลองจับจุดนี้ให้ดี ฝ่ายหนึ่ง X กำลังกดคอนเทนต์คริปโตแบบ “ออร์แกนิก” จากชุมชน อีกฝ่ายหนึ่ง X กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ผู้ใช้ซื้อขายคริปโตบนแพลตฟอร์มได้โดยตรง

สมมติฐานที่หลายคนในชุมชนคริปโตเริ่มพูดถึงคือ X กำลังทำสิ่งที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มักทำ นั่นคือ “กำจัดระบบนิเวศฟรี แล้วแทนที่ด้วยระบบที่ตัวเองควบคุมและเก็บรายได้” พูดง่าย ๆ คือ ทำให้ไวรัลคริปโตแบบเก่า (มีม, shilling, กระแสชุมชน) หายไป แล้วแทนที่ด้วยฟีเจอร์คริปโตของ X เอง ที่ X เป็นคนเก็บค่าธรรมเนียมการเทรดหรือค่าโฆษณา

WOLF Bitcoin ชี้ให้เห็นว่า Bier เป็นทั้งที่ปรึกษา Solana พร้อม ๆ กับเป็นหัวหน้าผลิตภัณฑ์ X ซึ่งหมายความว่าหากมีผลิตภัณฑ์คริปโตใหม่เกิดขึ้นบน X ก็มีโอกาสสูงที่จะเชื่อมต่อกับระบบนิเวศ Solana ขณะที่ Monty มองว่าฟีเจอร์ X Money จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนบน X ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะอยู่ในวงการคริปโตหรือไม่ก็ตาม

ถ้า X ไม่ใช่ “บ้าน” ของคริปโตอีกต่อไป แล้วนักลงทุนรายย่อยจะไปที่ไหน

ถ้า X ไม่ใช่
ภาพจาก AI

นี่คือคำถามเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับวงการคริปโตในปี 2026 และเกือบไม่มีใครพูดถึงในเชิงมหภาค

ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ ทุกรอบขาขึ้นของคริปโตมีแพลตฟอร์มโซเชียลเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ปี 2017 มี Reddit และ Facebook Groups เป็นเวทีหลัก ปี 2020-2021 Twitter กลายเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง กระแส DeFi Summer, NFT Mania และ Meme Coin ล้วนถูกจุดประกายและขยายตัวบน Crypto Twitter (CT) ทั้งสิ้น

แต่ตอนนี้ CT กำลังถูกรัดคอ ไม่ใช่จากรัฐบาล ไม่ใช่จากหน่วยงานกำกับดูแล แต่จากแพลตฟอร์มเองที่เคยเป็นบ้านของมัน

คำถามคือ ถ้า X ไม่ใช่ช่องทางที่นักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่จะ “ค้นพบ” คริปโตได้อีกแล้ว คลื่นลูกต่อไปของ retail จะมาจากไหน Farcaster ยังเล็กเกินไป Telegram มีผู้ใช้มหาศาลแต่ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็น “ฟีดค้นพบ” แบบ X และ TikTok ก็กำลังเผชิญปัญหาการแบนของตัวเอง

สำหรับนักเทรดคริปโตชาวไทยโดยเฉพาะ สถานการณ์นี้สำคัญมาก เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยใช้ X เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการตามข่าว airdrop, alpha จากเจ้ามือ และกระแสเหรียญใหม่ ๆ เมื่อช่องทางเหล่านี้ถูกกด มันไม่ใช่แค่ “ฟีดเปลี่ยน” มันหมายความว่าโอกาสในการทำกำไรจากข้อมูลเร็วกว่าคนอื่นก็ลดลงตามไปด้วย

เหรียญสองด้าน X อาจเป็นได้ทั้งภัยคุกคามและตัวเร่งรอบใหม่

ความจริงที่ต้องยอมรับคือเรื่องนี้มีสองด้าน

ด้านหนึ่ง หากมาตรการของ Bier สามารถกำจัดบอทและสแปมได้จริง X ในเวอร์ชันใหม่อาจเป็นพื้นที่ที่ “สะอาดกว่า” สำหรับชุมชนคริปโต คอนเทนต์ที่เหลืออยู่จะมีคุณภาพสูงขึ้น ผู้ใช้ใหม่จะไม่ถูกหลอกลวงง่าย ๆ และนโยบายการเปิดเผยโฆษณาจะทำให้รู้ว่าใครกำลังถูกจ้างให้ promote เหรียญ

อีกด้านหนึ่ง หาก X เปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายคริปโตแบบ native จริง ผลกระทบอาจมหาศาล X มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคน ลองนึกภาพว่าคนที่ไม่เคยสนใจคริปโตเลย เลื่อนฟีดแล้วเห็นกราฟ Bitcoin กำลังพุ่ง พร้อมปุ่ม “ซื้อ” อยู่ตรงนั้น มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ retail เข้าตลาดง่ายกว่าที่เคย

CryptoLayers วิเคราะห์ว่า “ถ้า X เข้าสู่คริปโตแบบ native นั่นไม่ใช่แค่ข่าว มันเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา” ซึ่งเป็นมุมมองที่มีน้ำหนัก เพราะไม่มีแพลตฟอร์มโซเชียลไหนในโลกที่มี distribution ขนาดนี้ พร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่กำลังสร้าง

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “ใครจะเป็นคนกำหนดว่าคริปโตอะไรที่ผู้ใช้ X เห็น” ถ้า X เลือกที่จะ integrate กับ Solana เป็นหลัก (เนื่องจาก Bier เป็นที่ปรึกษา) เหรียญและโปรเจกต์บนเชนอื่นจะถูกมองข้ามหรือไม่ นี่คือคำถามเรื่อง “ความเป็นกลาง” ที่ยังไม่มีคำตอบ

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่ Nikita Bier ทำกับคริปโตบน X เป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของ “กลยุทธ์ทำลายแล้วสร้างใหม่” ที่บริษัทเทคโนโลยีมักใช้ เขาไม่ได้ “เกลียด” คริปโต ตรงกันข้าม เขาเป็นที่ปรึกษา Solana เขาเข้าใจวงการดีกว่าผู้บริหารโซเชียลมีเดียคนไหนในประวัติศาสตร์

แต่สิ่งที่เขาทำคือ “จัดระเบียบ” ชุมชนคริปโตบน X ให้อยู่ในรูปแบบที่ X สามารถสร้างรายได้จากมันได้ มันเหมือนกับการที่ YouTube เคยมีคอนเทนต์คริปโตเสรี แล้วค่อย ๆ ลดการมองเห็น จากนั้นก็ผลักให้ครีเอเตอร์ซื้อโฆษณาแทน

ผมเชื่อว่า X จะเปิดตัวฟีเจอร์คริปโตแบบ native ในเร็ว ๆ นี้ ทวีตของ Bier เมื่อวานเป็นสัญญาณที่ชัดเจน และเมื่อมันเกิดขึ้น มันจะเป็นทั้ง “โอกาส” สำหรับ retail ที่เข้าถึงง่ายขึ้น และ “ภัยคุกคาม” สำหรับชุมชน CT แบบเดิมที่เคยเป็นอิสระ

สำหรับนักลงทุนคริปโตชาวไทย ผมแนะนำให้เริ่มกระจายแหล่งข้อมูล อย่าพึ่ง X เป็นช่องทางเดียว เข้า Telegram groups ที่มีคุณภาพ ลองใช้ Farcaster ติดตามบล็อกและจดหมายข่าวของนักวิเคราะห์โดยตรง เพราะในโลกที่แพลตฟอร์มเป็นคนตัดสินว่าคุณเห็นอะไร คนที่มีแหล่งข้อมูลหลากหลายที่สุดจะเป็นคนได้เปรียบที่สุด

และจับตาดูให้ดีว่า X จะเปิดตัว “อะไรสักอย่าง” เพื่อ “ช่วย” คริปโตเมื่อไหร่ เพราะเมื่อมันเกิดขึ้น มันจะเปลี่ยนเกมการเข้าถึงคริปโตของคนนับร้อยล้านคนทั่วโลก และตอนนั้นแหละ ที่คุณต้องพร้อม

เครดิตภาพจาก @ReporterGlobe