สรุปข่าว
- Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant ออกมาระบุเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2569 ว่าอาจเหลือเวลาไม่มากแล้วที่นักลงทุนจะซื้อ Bitcoin ใกล้ต้นทุนเฉลี่ยของ Michael Saylor (Strategy Inc.) และกองทุน Bitcoin ETF สถาบัน
- ต้นทุนเฉลี่ยของกองทุน ETF Bitcoin ทั้ง 11 แห่ง อยู่ที่ราว $74,232 ขณะที่ Strategy Inc. ถือ BTC ที่ต้นทุนเฉลี่ย $75,577 ต่อเหรียญ ทำให้ราคาปัจจุบันที่แถว $74,325 อยู่ใกล้เคียงโซนสำคัญนี้มาก
- หาก Bitcoin ดีดตัวขึ้นพ้นโซนต้นทุนสถาบันและ Strategy ได้อย่างชัดเจน อาจกลายเป็นแรงหนุนให้ราคาวิ่งต่อในระยะถัดไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
มุมมองของ Ki Young Ju สะท้อนว่าราคา Bitcoin ปัจจุบันอาจเป็น “โซนต้นทุนสถาบัน” ที่ผ่านมาได้รับการรองรับอย่างแข็งแกร่ง หาก Bitcoin รักษาระดับนี้ได้และดีดตัวขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังสะสมก่อนขาขึ้นรอบถัดไป
เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนเชนชั้นนำ ได้ออกมาระบุว่า “อาจเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะซื้อ Bitcoin ใกล้ต้นทุนเฉลี่ยของ Saylor และนักลงทุนสถาบันที่ถือกองทุน ETF” ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าราคา Bitcoin ในปัจจุบันกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้โซนต้นทุนของผู้ซื้อรายใหญ่กลุ่มสำคัญที่สุดในตลาด โดยข้อมูลจาก CryptoQuant เผยว่าต้นทุนเฉลี่ยรวมของกองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 11 แห่งอยู่ที่ราว $74,232 ในขณะที่ Strategy Inc. ที่นำโดย Michael Saylor ถือ Bitcoin รวม 780,897 BTC ที่ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ $75,577 ต่อเหรียญ ซึ่งทั้งสองตัวเลขนั้นอยู่ใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันที่ $74,325 อย่างมาก

Bitcoin ใกล้โซนต้นทุนสถาบัน บอกอะไรกับนักลงทุน
กราฟ Bitcoin ETF Cost Basis (Realized Price) จาก CryptoQuant แสดงให้เห็นชัดเจนว่านับตั้งแต่กองทุน Spot Bitcoin ETF เริ่มซื้อขายในสหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2567 ต้นทุนเฉลี่ยของ ETF ได้ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นตามราคา Bitcoin จนมาอยู่ที่แถว $74,200 ในเดือน เม.ย. 2569 โดยในช่วงที่ Bitcoin ร่วงแรงจากจุดสูงสุดเหนือ $120,000 ในช่วงปลายปี 2568 ลงมา ขณะนี้ราคาตลาดได้ลงมาอยู่ใต้เส้นต้นทุน ETF แล้ว ซึ่งหมายความว่านักลงทุน ETF สถาบันโดยเฉลี่ยกำลังถือ Bitcoin ที่ขาดทุนอยู่ในขณะนี้
สิ่งที่ Ki Young Ju ชี้ให้เห็นคือโซนราคาระหว่าง $74,000-$76,000 คือโซนที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่สุดในตลาดเข้ามาซื้อสะสม ไม่ว่าจะเป็น Strategy Inc. หรือผู้ถือ ETF ต่างๆ ซึ่งหากราคา Bitcoin สามารถดีดตัวกลับขึ้นพ้นโซนนี้ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป เนื่องจากสถาบันเหล่านี้มักไม่ยอมขายขาดทุน และอาจเพิ่มการซื้อสะสมในโซนนี้แทน
Ki Young Ju กับการเปลี่ยนมุมมอง หลังเคยพลาดคาดการณ์ครั้งใหญ่
น่าสังเกตว่าการออกมาพูดในเชิงบวกรอบนี้ของ Ki Young Ju ต่างจากสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้า โดยเมื่อเดือน มี.ค. 2568 เขาเคยประกาศว่าวัฏจักรขาขึ้นของ Bitcoin “สิ้นสุดแล้ว” และคาดว่าจะเห็นช่วงขาลงหรือทรงตัวนาน 6-12 เดือน แต่ต่อมาในเดือน พ.ค. 2568 หลัง Bitcoin พุ่งทะลุ $100,000 เขาได้ออกมาขอโทษและยอมรับว่าการคาดการณ์นั้นผิดพลาด โดยระบุว่าตลาดเปลี่ยนแปลงไปจากการเข้ามาของ ETF และนักลงทุนสถาบัน ทำให้รูปแบบการเคลื่อนที่แบบเดิมที่อ้างอิงวัฏจักร 4 ปีไม่แม่นยำอีกต่อไป และเมื่อเดือน ก.พ. 2569 Ki Young Ju ยังเคยมองว่า Bitcoin อาจต้องร่วงไปถึง $55,000 ก่อนจะฟื้นตัวได้จริง แต่คราวนี้ดูเหมือนเขาปรับมุมมองให้บวกขึ้นอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับ ซีอีโอ CryptoQuant ที่เชื่อว่า Bitcoin จะไม่ดิ่งหนัก ตราบใดที่ Strategy ยังถือ BTC อยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขามองบทบาทของ Strategy Inc. เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาอยู่เสมอ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าระหว่างวันที่ 6-12 เม.ย. 2569 Strategy Inc. เพิ่งซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 13,927 BTC ด้วยเงินราว 1 พันล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $71,902 ต่อเหรียญ ทำให้ยอดถือครองรวมพุ่งขึ้นไปที่ 780,897 BTC
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Ki Young Ju ครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การคาดเดาราคา แต่เป็นการชี้ว่าโซน $74,000-$76,000 คือโซนที่ “เงินสถาบัน” เข้ามาอยู่แล้ว ถ้า Bitcoin อยู่ต่ำกว่าต้นทุน ETF และต้นทุน Saylor ได้นาน สถาบันเหล่านั้นมีแรงจูงใจที่จะซื้อเพิ่มมากกว่าขาย แต่ก็ต้องจับตาดูว่าหาก Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือ $75,000 ได้ แรงขายจากนักลงทุนรายย่อยที่ขาดทุนและต้องการตัดขาดทุนอาจยังกดดันราคาต่อได้อีก อย่างไรก็ตาม Ki Young Ju เคยพลาดการคาดการณ์มาแล้วครั้งใหญ่ ดังนั้นควรมองเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าสัญญาณซื้อโดยตรง
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
