สรุปข่าว
- น้ำมัน WTI ร่วงต่ำกว่า $94 ต่อบาร์เรล ลดลง 1.1% มาอยู่ที่ $90.24 ในวันที่ 15 เม.ย. 2569 ต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกัน
- ตลาดรับรู้ว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านอาจใกล้สิ้นสุด หลัง Trump ยืนยันอิหร่านโทรหาวอชิงตันและแสดงความสนใจเจรจา
- Brent Crude ร่วง 0.55% มาอยู่ที่ $94.27 ต่อบาร์เรล หลังดิ่ง 4.6% ในวันก่อนหน้า สะท้อนความหวังสันติภาพที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ราคาน้ำมันที่ลดลงจากความหวังสันติภาพช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะยาว หากการเจรจาสำเร็จและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย แรงขายที่เกิดจากความกังวลสงครามก็จะลดลงตาม
ราคาน้ำมัน WTI (West Texas Intermediate) ร่วงต่ำกว่าระดับ $94 ต่อบาร์เรล ในวันที่ 15 เม.ย. 2569 โดยลดลง 1.1% มาอยู่ที่ $90.24 ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องจากที่ดิ่งไปแล้ว 7.9% ในวันก่อนหน้า ขณะที่ Brent Crude ปรับตัวลง 0.55% มาอยู่ที่ $94.27 ต่อบาร์เรล ตามรายงานจาก Crypto Rover ซึ่งระบุว่าตลาดกำลังรับรู้โอกาสที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะสิ้นสุดลง หลังจาก Trump ยืนยันว่าอิหร่านได้โทรศัพท์มาหาวอชิงตันและต้องการเข้าสู่กระบวนการเจรจา ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในภูมิภาคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เส้นทางสู่โต๊ะเจรจา จากสงครามสู่ความหวังสันติภาพ
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหาร ผู้นำ และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการที่สหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 เมื่อ Trump ประกาศหยุดยิงสองสัปดาห์กับอิหร่าน โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์และทันที ซึ่งเมื่ออิหร่านยื่นแผนสันติภาพ 10 ข้อโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง ราคาน้ำมันก็ดิ่งลงทันที โดย Brent Crude ร่วงกว่า 13% ในวันเดียว ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เม.ย. Trump ยืนยันอีกครั้งว่าฝ่ายที่ถูกต้องในอิหร่านได้ติดต่อมาและต้องการเจรจา ก่อนที่การหารือเพิ่มเติมจะดำเนินต่อในวันที่ 14-15 เม.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรุดลงอีก
ตลาดโลกอ่านสัญญาณสันติภาพ ราคาน้ำมันสะท้อนความหวังที่เพิ่มขึ้น
ราคา WTI ที่ปัจจุบันอยู่ที่ $90.24 ต่อบาร์เรล ถือว่าลดลงอย่างมากจากช่วงก่อนหน้าที่เคยซื้อขายใกล้ $99 ต่อบาร์เรลในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดสูงสุด การดิ่งลงนี้สะท้อนการคาดการณ์ของตลาดว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงได้จริง ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปจากกรอบสองสัปดาห์เดิม รวมถึงสถานะของช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นหัวใจของการเจรจา
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์ประกาศชนะสงครามอิหร่าน แม้ยังไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพ และ อิหร่านอ้างสหรัฐฯ ยอมปล่อยเงินอายัด $6 พันล้านในกาตาร์ แต่วอชิงตันปฏิเสธ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเจรจาเบื้องหลังดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังมีจุดยืนที่แตกต่างกันในรายละเอียด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่องในระดับนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะตลาดน้ำมันมักจะ “ซื้อข่าวลือ ขายข่าวจริง” ในสถานการณ์ความขัดแย้ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นกลับกัน คือราคาดิ่งต่อเนื่องแม้ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ชัดเจน นั่นแปลว่าตลาดเชื่อมั่นค่อนข้างมากว่าสงครามจะจบลงในเร็วๆ นี้ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือผลของการเจรจาในสัปดาห์หน้าว่าจะขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปได้หรือไม่ และอิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ หรือเปล่า ถ้าเจรจาล้มเหลวหรือมีเหตุการณ์ปะทุขึ้นใหม่ ราคาน้ำมันอาจดีดกลับขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
ที่มา: @cryptorover
เครดิตภาพจาก @ActualidadRT
