bitkub-banner

Bitcoin พุ่งทะลุ $76,801 ขึ้นกว่า 3% สัญญาณเจ้ามือสะสมหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ดีดตัวขึ้น 3.12% แตะ $76,801 ในวันที่ 17 เม.ย. 2569 โดยมีช่วงราคาระหว่างวันอยู่ที่ $73,501 ถึง $76,875
  • ข้อมูล on-chain ชี้ให้เห็นการเคลื่อนย้าย Bitcoin จำนวนมากออกจากกระดานเทรด บ่งชี้แรงซื้อสะสมจากเจ้ามือและกลุ่มทุนสถาบัน
  • ปริมาณซื้อขายรายวันพุ่งสูงถึง 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนความสนใจตลาดที่กลับมาอย่างชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การพุ่งขึ้นของ Bitcoin ในรอบนี้มาพร้อมกับสัญญาณการสะสมจากเจ้ามือที่ชัดเจน ซึ่งมักเป็นตัวบ่งชี้ว่าแรงซื้อยังมีความต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศตลาดในขณะนี้จึงเอนเอียงไปในทิศทางบวก

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุแนวระดับ $76,801 ในวันที่ 17 เม.ย. 2569 บวกขึ้นกว่า 3.12% จากช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า หลังจากแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $73,501 ก่อนจะดีดตัวกลับอย่างรวดเร็วและขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดรายวันที่ $76,875 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผล เพราะข้อมูล on-chain และกระแสเงินในตลาดกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจกว่านั้นมาก

BTC 4H price chart

มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ณ ขณะนี้อยู่ที่ 1.54 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งขึ้นมาแตะ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่ามีเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่ตลาดในช่วงการเคลื่อนไหวรอบนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด

เจ้ามือทำอะไรอยู่ หลักฐาน on-chain ที่ไม่อาจมองข้าม

ข้อมูลจากบล็อกเชนในช่วง 24-48 ชั่วโมงที่ผ่านมาเผยให้เห็นรูปแบบที่น่าสังเกต กระเป๋าเงินขนาดใหญ่หลายแห่งที่ไม่มีประวัติการเคลื่อนไหวมาเป็นเวลานานเริ่มมีธุรกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการโอนออกจากกระดานเทรดไปยังกระเป๋าเงิน Cold Wallet ซึ่งในโลกของการวิเคราะห์ on-chain นั้น การโอนออกจากกระดานเทรดไปยังกระเป๋าส่วนตัวมักหมายความว่าเจ้าของไม่ได้ตั้งใจขายในระยะสั้น แต่เลือกที่จะสะสมถือครองต่อไป

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือรูปแบบการสะสมที่ดูเหมือนมีการวางแผนมาก่อน กระเป๋าเงินบางแห่งมีการซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ราคาลงมาแตะโซนต่ำกว่า $74,000 ก่อนที่ราคาจะดีดกลับ พฤติกรรมแบบนี้สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิเคราะห์ on-chain เรียกว่า “การดูดซับแรงขาย” ซึ่งเจ้ามือรายใหญ่มักใช้วิธีนี้เพื่อสะสม Bitcoin จากนักลงทุนรายย่อยที่ตัดสินใจขายออกเมื่อตื่นตระหนก

บริบทระดับมหภาคที่อาจมีส่วนหนุนการเคลื่อนไหวของเจ้ามือรอบนี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในตลาด รวมถึงกระแสเงินเข้า ETF Bitcoin แบบ Spot ในสหรัฐฯ ที่ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มทุนสถาบันมักใช้ช่วงที่ราคาย่อตัวเป็นโอกาสในการสะสม

วิเคราะห์กระแสเงินในกระดานเทรด สัญญาณที่ซ่อนอยู่

เมื่อดูข้อมูลกระแสเงินเข้าออกจากกระดานเทรดในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้น พบว่า Net Flow หรือยอดสุทธิของ Bitcoin ที่ไหลออกจากกระดานเทรดอยู่ในแดนลบ หมายความว่ามีการนำ Bitcoin ออกจากกระดานเทรดมากกว่านำเข้า ภาวะเช่นนี้มักสัมพันธ์กับการที่นักลงทุนไม่ต้องการขายและเลือกที่จะถือครองต่อ ส่งผลให้อุปทานในตลาดลดลงและเป็นแรงหนุนให้ราคาปรับตัวขึ้น

ในส่วนของ Stablecoin นั้น ข้อมูลชี้ให้เห็นว่ามีการสะสม Stablecoin อย่าง USDT และ USDC บนกระดานเทรดหลายแห่งในช่วงก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ on-chain มองว่านี่คือ “กระสุนสด” ที่รอเวลาถูกนำมาซื้อ Bitcoin นอกจากนี้ ตลาดฟิวเจอร์ยังบันทึกอัตรา Funding Rate ที่ยังไม่ได้ร้อนแรงจนเกินไป บ่งชี้ว่าการขึ้นรอบนี้ยังไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยการเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจมากเกินความเหมาะสม ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์มองว่ามีสุขภาพดีกว่าการพุ่งขึ้นแบบเทียม

สิ่งที่น่าระวังคือ ในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้ บางครั้งก็มีพฤติกรรม “สร้างกับดัก” จากเจ้ามือ โดยการดันราคาขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้กระโดดเข้ามาซื้อตาม ก่อนที่จะมีการขายออกในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นการติดตามข้อมูล on-chain อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินพฤติกรรมของกลุ่มทุนใหญ่

นักลงทุนรายย่อยควรสังเกตอะไรจากพฤติกรรมเจ้ามือรอบนี้

เมื่อเจ้ามือสะสมอย่างหนักในช่วงที่ตลาดหดตัว และราคาเริ่มฟื้นตัว มักเกิดปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่า FOMO หรือความกลัวที่จะพลาดโอกาส ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากให้กระโดดเข้าตลาดในระยะเวลาอันสั้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณซื้อขายรายวันมาแตะ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันนี้ส่วนหนึ่งอาจสะท้อนถึงการเข้าร่วมของนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่งตื่นตัวขึ้นหลังเห็นราคาพุ่ง

สิ่งที่นักลงทุนรายย่อยควรติดตามในช่วงนี้ ได้แก่ ทิศทางของกระแสเงินใน ETF Bitcoin แบบ Spot ว่ายังคงไหลเข้าต่อเนื่องหรือเริ่มชะลอตัว, สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์ว่า Open Interest เพิ่มขึ้นในทิศทางใด รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อนโยบายการเงินในระยะถัดไป เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อทิศทางราคา Bitcoin ในระยะกลาง นอกจากนี้ยังควรสังเกตว่าเจ้ามือจะยังคงสะสมต่อไปหรือเริ่มทยอยขายออกเมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดที่พวกเขาพึงพอใจ


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการขึ้นรอบนี้มีความน่าสนใจกว่าการดีดตัวทั่วไป เพราะมีหลักฐาน on-chain รองรับอย่างชัดเจน การที่กระเป๋าเงินขนาดใหญ่เลือกสะสมในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ แล้วราคาถึงดีดตัวขึ้นมาพร้อมปริมาณซื้อขายสูง มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความตั้งใจของกลุ่มทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าต้องระวังกับดักทางจิตวิทยาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อราคาพุ่งขึ้น 3% ในวันเดียว คนที่ดูอยู่ข้างนอกมักรู้สึกว่า “ต้องรีบเข้าก่อนที่จะสาย” แต่ในมุมมองของผม สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือจับตาดูว่าราคาจะสามารถรักษาระดับที่พุ่งขึ้นมาได้หรือไม่ และกระแสเงินใน ETF รวมถึงสัญญาณ on-chain ยังคงสนับสนุนทิศทางขาขึ้นต่อไปหรือเปล่า

สิ่งที่ผมจะจับตามองเป็นพิเศษในช่วงต่อจากนี้คือพฤติกรรมของกระเป๋าเงินเจ้ามือ ถ้ายังคงโอนออกจากกระดานเทรดต่อเนื่อง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทิศทางตลาดระยะกลาง แต่ถ้าเริ่มเห็นการโอน Bitcoin กลับเข้ากระดานเทรดในปริมาณมาก ก็ต้องระวังว่าอาจมีแรงขายรอบใหม่เข้ามา

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI