bitkub-banner

Citi ชี้ถือ Bitcoin และทองคำคู่กัน ให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่าเลือกถืออย่างเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคาร Citi เผยผลการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่า พอร์ตที่ผสมทั้ง Bitcoin และทองคำเข้าด้วยกัน ให้ผลตอบแทน และความสมดุลที่ดีกว่าพอร์ต 60/40 แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในช่วงเงินเฟ้อสูงและความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ
  • Wells Fargo คาดการณ์ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งแตะ 8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปี 2027 จากวงจรการอ่อนค่าของสกุลเงิน Fiat ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขณะที่ Glassnode พบสัญญาณเทคนิคที่ชี้ว่า Bitcoin อาจใกล้จุดกลับตัวขึ้นครั้งใหญ่
  • กลยุทธ์ที่แนะนำคือ การมีทองคำ 5% ในพอร์ต และแบ่งส่วนหนึ่งจากทองคำนั้นไปถือ Bitcoin ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตลงทุนโดยรวมให้ดียิ่งขึ้นในทุกสภาวะตลาด

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Citi และ Wells Fargo ออกมาให้การยอมรับในแนวคิด Bitcoin ควบคู่กับ ทองคำ คือการยืนยันสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองระดับสถาบันที่มั่นคง

ในโลกการเงิน นักลงทุนมักตั้งคำถามว่าควรเลือกถือ “ทองคำ” หรือ “Bitcoin” เป็นทางรอดหลัก แต่ล่าสุด Citi ธนาคารระดับโลกได้ออกมาเฉลยคำตอบผ่านบทวิเคราะห์ที่รวบรวมข้อมูลย้อนหลังถึง 10 ปี โดยระบุว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการถือครองทั้งคู่ไว้ในพอร์ตเดียวกัน 

การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การมีทั้งสินทรัพย์เก็บมูลค่าแบบดั้งเดิม และสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นใหม่ ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้พอร์ตลงทุนได้ดีกว่าพอร์ตมาตรฐานหุ้น และพันธบัตรแบบ 60/40 โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อพุ่งกระฉูด และความอ่อนแอของตลาดพันธบัตร

Citi แนะแบ่งทองมาถือ Bitcoin ด้วย ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น

Alex Saunders นักวิเคราะห์จาก Citi ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า เพียงลงทุนทองคำ 5% เข้าไปในพอร์ตก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนได้อย่างชัดเจนแล้ว แต่หากนักลงทุนยอมแบ่งสัดส่วนจากทองคำมาลงใน Bitcoin ผลลัพธ์ที่ได้จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น 

ข้อมูลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจนที่สุด เมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นถึง 9% สวนทางกับราคาทองคำที่ร่วงลง 4% แสดงให้เห็นว่า บิทคอยน์มักทำผลงานได้โดดเด่นกว่า ในยามที่ตลาดพันธบัตรซบเซา

Wells Fargo มองทองคำจ่อทะลุ $8,000 รับยุคเงินเฟ้อพุ่ง

ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เก็บมูลค่า ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่คริปโต เพราะฝั่ง Wells Fargo เองก็มีมุมมองเชิงบวกอย่างรุนแรงต่อทองคำ โดยคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจทะยานไปถึง 8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในปี 2027 เหตุผลหลักมาจากปรากฏการณ์ที่ธนาคารกลางทั่วโลกพิมพ์เงินออกมามหาศาลจนค่าเงินกระดาษเสื่อมมูลค่าลง 

Ohsung Kwon นักยุทธศาสตร์ของธนาคารระบุว่า ปัจจุบันโลกเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของรอบการอ่อนค่าของเงิน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องวิ่งเข้าหาทองคำและสินทรัพย์ที่เป็นกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Glassnode ชี้ Funding Rate ติดลบ สัญญาณดีดตัวครั้งใหญ่

ข้อมูลจาก Glassnode เผยสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจและมักจะเกิดขึ้นก่อนการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่เสมอ นั่นคือค่า “Funding Rate” ของ Bitcoin ที่ติดลบหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 แม้ว่าราคา  Bitcoin จะเพิ่งพุ่งจาก 60,000 ไปแตะ 75,000 ดอลลาร์ก็ตาม

สภาวะนี้หมายความว่า ในตลาดฟิวเจอร์สมีคนแห่กัน “เปิด Short” หรือแทงว่า ราคาจะร่วงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตามสถิติในอดีต เช่น ช่วงวิกฤต FTX หรือตอนจีนสั่งแบนเหมืองขุด เมื่อคนส่วนใหญ่แห่กันเดิมพันขาลงแบบสุดโต่ง มักจะเกิดเหตุการณ์ Short Squeeze หรือการดีดกลับของราคาอย่างรุนแรงเพื่อล้างพอร์ตฝั่งขาย นี่จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Bitcoin อาจกำลังสะสมพลังงานมหาศาลเพื่อเตรียมทะลวงแนวต้านสำคัญในเร็ว ๆ นี้

ที่มา : cryptopolitan


มุมมองผู้เขียน : บทวิเคราะห์จาก Citi ช่วยจบข้อถกเถียงที่ยืดเยื้อมานานว่า Bitcoin จะมาแทนที่ทองคำได้หรือไม่  เพราะความจริงที่เกิดขึ้นคือ ทั้งสองสินทรัพย์นี้จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในพอร์ตการลงทุนได้อย่างลงตัว