สรุป
- รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin มูลค่า $606,000 (ราว 20 ล้านบาท) ที่ยึดจากคดีแฮ็ก Bitfinex ปี 2016 ไปยัง Coinbase Prime ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ต้องคืนเป็น “เหรียญคริปโต (In-kind)” ให้กับ Bitfinex ไม่ใช่นำไปเทขายเข้ากระทรวงการคลัง
- Bitfinex เตรียมนำเหรียญที่ได้คืนมา ใช้เพื่อไถ่ถอนโทเค็น Recovery Right Tokens (RRT) คืนให้กับเหยื่อที่ได้รับความเสียหายอย่างครบถ้วน
- รายได้ที่เหลืออย่างน้อย 80% ทาง Bitfinex จะนำไปกว้านซื้อเหรียญ UNUS SED LEO คืนจากตลาดและนำไปเผาทิ้ง (Burn) เพื่อลดอุปทาน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
กระเป๋าเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ โอน 8 BTC มูลค่าราว 20 ล้านบาท เข้า Coinbase Prime ซึ่งเหรียญดังกล่าวเป็นของกลางในคดีแฮก Bitfinex ปี 2016 ทางการระบุว่าเป็นการเตรียมส่งคืนกระดานเทรดตามคำสั่งศาล ไม่ใช่การเทขายทุบตลาด โดย Bitfinex จะนำเหรียญเหล่านี้ไปชดเชยให้เหยื่อแบบเต็มจำนวน และนำรายได้ที่เหลือกว่า 80% ไปกว้านซื้อเหรียญ LEO เพื่อเผาทิ้งลดซัพพลายครั้งใหญ่
ข้อมูล On-chain จากแพลตฟอร์ม Arkham ระบุว่า กระเป๋าเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำการโอน Bitcoin จำนวน 8 BTC มูลค่าราว $606,000 (เกือบ 20 ล้านบาท) ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase Prime ซึ่งเหรียญดังกล่าวเป็นเป็นของกลางที่ยึดได้จากคดีแฮกระดับตำนานของกระดานเทรด Bitfinex เมื่อปี 2016
ทางรัฐบาลสหรัฐฯ เผยไม่ได้เตรียมเทขาย แต่การโอนครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการคำสั่งศาลเพื่อส่งคืนสินทรัพย์ให้ Bitfinex เตรียมนำไปชำระหนี้ผู้เสียหายและลดอุปทานเหรียญ LEO ครั้งใหญ่
ศาลสั่งชัด “ต้องคืนเป็นเหรียญเดิม” สยบความกังวลตลาด
แม้การโอนเหรียญเข้าสู่กระดานเทรดมักจุดชนวนความตื่นตระหนกแก่นักลงทุนถึงแรงเทขายมหาศาล แต่กรณีนี้มีข้อเท็จจริงทางกฎหมายรองรับ โดยกระบวนการพิจารณาคดีของรัฐบาลกลางที่ได้ข้อสรุปในช่วงต้นปี 2025 มีคำสั่งชี้ขาดให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องทำการส่งคืนสินทรัพย์ในรูปแบบเหรียญคริปโตสกุลเดิม แก่ Bitfinex เท่านั้น
หลายคนอาจจะตกใจเวลารัฐบาลโอนเหรียญ แต่สำหรับคดีของ Ilya Lichtenstein แฮกเกอร์ผู้ก่อเหตุแฮก Bitfinex มีข้อเท็จจริงทางกฎหมายรองรับ โดยกระบวนการพิจารณาคดีของรัฐบาลกลางในช่วงต้นปี 2025 ได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลต้องคืนสินทรัพย์ที่ยึดมาได้ให้ Bitfinex ในรูปแบบของเหรียญเดิม
ดังนั้น รัฐบาลไม่มีสิทธิ์นำของกลางไปเทขายเพื่อนำเงินสดเข้าคลัง การโอนเข้า Coinbase ในครั้งนี้ จึงเป็นเพียงการจัดการกระเป๋าผู้ดูแลสินทรัพย์ตามขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น
ข่าวดีของผู้เสียหาย และผู้ถือเหรียญ LEO
ทาง Bitfinex ได้วางแผนจัดการกับเหรียญที่จะได้รับคืนไว้อย่างชัดเจน โดยเงินก้อนแรกจะถูกนำไปเคลียร์หนี้ ด้วยการไถ่ถอน Recovery Right Tokens (RRT) หรือโทเคนสิทธิ์ในการกู้คืนที่เคยออกไว้ให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแฮกให้ครบ 100%
และไฮไลต์สำคัญคือ รายได้สุทธิที่เหลือหลังจากนั้นอย่างน้อย 80% จะถูกนำไปใช้ซื้อคืนโทเคน UNUS SED LEO ของแพลตฟอร์ม และนำไปเผาทิ้ง ซึ่งจะช่วยลดอุปทานในระบบลงอย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนรอยมหากาพย์โจรกรรม Bitfinex
เหตุการณ์แฮ็กกระดานเทรด Bitfinex ในเดือนสิงหาคม 2016 ถือเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์คริปโต โดยแฮกเกอร์ชื่อว่า Lichtenstein ได้ขโมย Bitcoin ไปมากถึง 119,756 BTC ซึ่งมูลค่าความเสียหาย ณ เวลานั้นอยู่ที่ 72 ล้านดอลลาร์ ทว่าหากประเมินด้วยราคาตลาดในปัจจุบันของกลางทั้งหมดจะมีมูลค่ามหาศาลกว่า 8.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.8 แสนล้านบาท
หลังจาก Lichtenstein ฟอกเงินผ่าน Mixer และ Darknet อยู่นาน สุดท้ายก็โดนรวบตัวในปี 2022 พร้อมถูกยึดของกลางกลับมาได้บางส่วน ล่าสุดชายคนนี้ติดคุกไป 60 เดือน และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อมกราคม 2026 ภายใต้กฎหมาย First Step Act ซึ่งถือเป็นการปิดฉากคดีประวัติศาสตร์ลงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการเริ่มต้นกระบวนการคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหาย
มุมมองผู้เขียน: การเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ ในรอบนี้เป็นเพียงกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อคืนความชอบธรรมให้กับ Bitfinex และผู้เสียหาย ไม่ได้มีนัยยะแอบแฝงในการทุบตลาดแต่อย่างใด
ที่มา:coindesk
