bitkub-banner

Tether รุกขยายธุรกิจ Tokenization สู่ซาอุดีอาระเบียประเดิมด้วยอสังหาริมทรัพย์ระดับสถาบัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tether เตรียมขยายธุรกิจ Tokenization สู่ประเทศซาอุดีอาระเบียโดยจะประเดิมด้วยการแปลงสินทรัพย์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับสถาบันให้อยู่บนระบบบล็อกเชน
  • การบุกตลาดครั้งนี้ดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์ม Hadron ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นซึ่งในอนาคตมีแผนจะขยายไปยังภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย
  • ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดรับกับนโยบาย Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบียที่ต้องการนำเทคโนโลยีใหม่มาช่วยยกระดับบริการทางการเงินในประเทศอย่างจริงจัง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากเป็นการขยายฐานธุรกิจของ Tether ให้กว้างขึ้นกว่าการเป็นเพียงผู้ออก Stablecoin ซึ่งการบุกตลาดตะวันออกกลางจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโตได้ในระยะยาว

Tether บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกอย่าง USDT กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจเข้าสู่พื้นที่ของการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลหรือ Tokenization โดยล่าสุดได้ประกาศแผนรุกตลาดซาอุดีอาระเบียเพื่อนำสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ระดับสถาบันมาอยู่บนเครือข่ายบล็อกเชน

การดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นการใช้เทคโนโลยีจากแพลตฟอร์ม Hadron ของ Tether ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2024 เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบดิจิทัลสำหรับนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยทางบริษัทได้จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง First Data และบริษัทเทคโนโลยีการเงิน BKN301 เพื่อผลักดันโครงการนี้ ทั้งนี้กลุ่มบริษัทระบุว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวอาจขยายขอบเขตไปไกลกว่าแค่อสังหาริมทรัพย์ โดยอาจครอบคลุมถึงการจัดหาเงินทุนด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และสินทรัพย์ในโลกจริงประเภทอื่นๆ ในอนาคต

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของ Tether ในการขยายธุรกิจออกจากกรอบเดิมที่เน้นเพียง Stablecoin เพื่อเจาะตลาด Tokenization ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในแวดวงการเงิน ปัจจุบัน Tether เป็นผู้ออกโทเคนที่อิงกับทองคำที่ใหญ่ที่สุดอย่าง XAUT ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินและผู้จัดการสินทรัพย์ทั่วโลกต่างก็หันมาใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อแปลงสินทรัพย์ดั้งเดิมเช่นกองทุนตลาดเงินและสินเชื่อส่วนบุคคลให้อยู่บนบล็อกเชนมากขึ้น โดยธนาคาร Citi ได้คาดการณ์ว่าตลาดหลักทรัพย์รูปแบบดิจิทัลนี้อาจมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

ทางด้านซาอุดีอาระเบียเองก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่กำลังให้ความสนใจศึกษาเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจตามกรอบ Vision 2030 โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับองค์กรมาใช้งานในภาคส่วนต่างๆ เช่นบริการทางการเงินและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่ง Paolo Ardoino ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Tether ได้ระบุในแถลงการณ์ว่าวิสัยทัศน์ดังกล่าวทำให้ซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการแสดงศักยภาพของแพลตฟอร์ม Hadron

ที่มา: Tether


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของ Tether ในครั้งนี้ถือเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดมาก เพราะนอกจากจะลดการพึ่งพารายได้จากการออกเหรียญ USDT เพียงอย่างเดียวแล้ว ยังเป็นการเจาะเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อระดับมหาศาล การนำแพลตฟอร์ม Hadron ไปใช้งานในอสังหาริมทรัพย์ระดับสถาบันจะช่วยให้เกิดสภาพคล่องและลดต้นทุนตัวกลางได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้นการสอดรับกับนโยบายระดับชาติอย่าง Vision 2030 ยังเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้ Tether ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้เทคโนโลยีบล็อกเชนถูกนำมาใช้งานในระบบเศรษฐกิจจริงระดับโลกได้เร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น