สรุปข่าว
- ก่อนอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซราว 20 นาที มีการขายฟิวเจอร์น้ำมันดิบ Brent จำนวนเกือบ 8,000 lot มูลค่ารวมประมาณ $760 ล้าน ซึ่งเป็นการเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะร่วง
- หลังการประกาศของอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหนักถึง 9-12% และ WTI ร่วง 9-10% ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 มี.ค. และ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) อยู่ระหว่างสอบสวน
- เหตุการณ์นี้เป็นครั้งที่สามของรูปแบบเดิม ทำให้เกิดคำถามว่ามีการใช้ข้อมูลภายในหรือไม่ และ CFTC จะขยายขอบเขตการสอบสวนหรือเปล่า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้กระทบตลาดคริปโตโดยตรง แต่ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลงหลังช่องแคบฮอร์มุซเปิด ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม ขณะที่ประเด็นการใช้ข้อมูลภายในในตลาดฟิวเจอร์อาจสร้างความไม่แน่นอนในตลาดการเงินระยะสั้น
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย เกิดเหตุการณ์น่าสงสัยขึ้นในตลาดน้ำมันโลก ก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi จะโพสต์ประกาศทางโซเชียลมีเดียว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดสมบูรณ์” สำหรับเรือสินค้าทุกลำในช่วงระยะเวลาหยุดยิง มีการขายฟิวเจอร์น้ำมันดิบ Brent จำนวน 7,990 lot ในเวลาเพียง 1 นาที (19:24-19:25 น. ตามเวลาไทย หรือ 12:24-12:25 GMT) คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ $760 ล้าน ซึ่งล้วนเป็นการเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลง ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่เผยแพร่ข้อมูลนี้ออกมา
รูปแบบซ้ำซากที่ CFTC กำลังสอบสวน
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าจับตาเป็นพิเศษคือมันไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 มีการขายฟิวเจอร์น้ำมันมูลค่า $500 ล้าน ล่วงหน้า 15 นาที ก่อนที่ประธานาธิบดี Donald Trump จะประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันร่วง 15% และในวันที่ 7 เม.ย. มีการเดิมพันว่าน้ำมันจะร่วงมูลค่าเกือบ $950 ล้าน ก่อนที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศหยุดยิงสองสัปดาห์ ส่งผลให้ WTI ร่วงหนักที่สุดในรอบเดียวนับตั้งแต่ปี 2563
คณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) กำลังสอบสวนการซื้อขายฟิวเจอร์น้ำมันที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 มี.ค. และ 7 เม.ย. ด้วยข้อสงสัยว่ามีบุคคลบางกลุ่มได้รับข้อมูลนโยบายก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ ทำเนียบขาวเองก็ออกคำเตือนด้านจริยธรรมภายในเมื่อวันที่ 9 เม.ย. เน้นย้ำว่าห้ามนำข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยมาใช้หาประโยชน์ทางการเงิน และในรอบนี้ที่เกิดขึ้นวันที่ 17 เม.ย. ก็มีรูปแบบเหมือนกันทุกประการ ซึ่งน่าจะขยายขอบเขตการสอบสวนออกไปอีก
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและตลาดคริปโต
หลังอิหร่านประกาศที่ 19:45 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหนัก 9-12% แตะระดับ $87-90 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ของสหรัฐฯ ร่วง 9-10% มาอยู่ที่ $81-85 ต่อบาร์เรล ผู้ที่วางเดิมพันล่วงหน้าจึงทำกำไรได้มหาศาล ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบสนองในทิศทางตรงข้าม โดย S&P 500 ขึ้น 0.8% และ Dow Jones ขึ้น 1.4% เพราะการเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดความตึงเครียดด้านพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่น้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลกต้องผ่าน นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. 2569 อิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือจนน้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะ $119 ต่อบาร์เรลในเดือนที่ผ่านมา
สำหรับตลาดคริปโต ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดย Bitcoin อยู่ที่ประมาณ $77,596 (+4.35%) และ Ethereum อยู่ที่ $2,441 (+4.94%) ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศตลาดที่เป็นบวกหลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลายตัว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ หนุนราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 77,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตด้วย อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตว่าทั้งที่ประกาศว่าช่องแคบ “เปิดแล้ว” นาวิกโยธินสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอยู่ตามคำสั่งของ Trump ทำให้การค้ากับอิหร่านโดยตรงยังคงถูกจำกัด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่ากังวลมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนี่คือครั้งที่สามในรอบไม่ถึงเดือนที่เกิดรูปแบบเดิมซ้ำ มีคนซื้อฟิวเจอร์น้ำมันก่อนข่าวนโยบายออกมาเป็นประจำ ถ้าเป็นแค่เรื่องบังเอิญหนึ่งครั้งยังพอเข้าใจได้ แต่สามครั้งติดต่อกันนี่มันไม่ใช่เรื่องโชคแล้ว คำถามที่น่าสนใจคือ CFTC จะสามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นคนวางเดิมพันจริงๆ ไหม เพราะถ้าหาได้และพบว่าเชื่อมโยงกับคนในรัฐบาลหรือคนรอบข้าง นั่นคือสแกนดัลใหญ่มาก ในแง่ตลาดคริปโต ผมมองว่าการคลายตัวของความตึงเครียดตะวันออกกลางเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนจากการสอบสวนเรื่องการใช้ข้อมูลวงในอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงระมัดระวังอยู่
ที่มา: @cryptorover
เครดิตภาพจาก @ReviewTrading11
