สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin พลิกกลับมายืนเหนือระดับ $76,000 หลังได้รับปัจจัยบวกจากการแสดงท่าทีของทรัมป์ที่ระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านฉบับใหม่จะมีเงื่อนไขที่ดีกว่าในอดีต
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันราคาน้ำมันดิบโลกเข้าใกล้ระดับ $90 ต่อบาร์เรล ปลุกความกังวลด้านตัวเลขเงินเฟ้อ และยังคงเป็นปัจจัยหลักที่คอยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
- ปัจจุบันสภาวะตลาดคริปโตเกิดการล้างพอร์ตอย่างหนักทั้งฝั่ง Long และ Short นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มระยะสั้นยังคงผันผวนออกข้าง โดยมีแนวต้านสำคัญที่ $79,000 และแนวรับสำคัญที่ $73,000 – $75,000
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ล่าสุดราคา Bitcoin ดีดกลับมาเหนือ $76,000 อีกครั้ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณบวกเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านฉบับใหม่ ช่วยเบรกแรงเทขายจากความกังวลเรื่องสงครามและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกดดันตลาดในช่วงสุดสัปดาห์ ตอนนี้ทิศทางของคริปโตฯ ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยการเมืองล้วน ๆ ทำให้ราคายังคงแกว่งตัวผันผวนเพื่อรอเลือกทาง โดยนักวิเคราะห์ให้แนวรับสำคัญไว้ที่ $73,000 – $75,000 ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $79,000
เช้าวันนี้ (21 เม.ย.) ราคา Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ $76,000 ได้อีกครั้ง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนอย่างหนัก โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากท่าทีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านฉบับใหม่
ทิศทางตลาดเริ่มเกิดการกลับตัวภายหลังจากที่ทรัมป์ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ข้อตกลงฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่านจะเป็นข้อตกลงที่มีเงื่อนไขครอบคลุมและดีกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่ตนเคยประกาศถอนตัว
ท่าทีดังกล่าวเปรียบเสมือนการคลายความกังวลให้นักลงทุน โดยเปลี่ยนจุดสนใจของตลาดจากความเสี่ยงด้านการสู้รบไปสู่ความหวังบนโต๊ะเจรจา ซึ่งช่วยชะลอแรงเทขายและหนุนให้ราคา Bitcoin ดีดตัวกลับได้อย่างรวดเร็ว
หากมองย้อนกลับไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลงมาจากระดับราคา $78,000 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์

ภาพรวมของปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานสถานการณ์ตึงเครียดระลอกใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน วิกฤตดังกล่าวผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบโลก ทั้ง Brent และ WTI พุ่งทะยานขึ้นแตะระดับ $90 ต่อบาร์เรล
ภาวะต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ ได้ปลุกความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อรอบใหม่ให้กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง กดดันให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยจำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตฯ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
สภาวะตลาดฟิวเจอร์สและแนวรับ-แนวต้านสำคัญ
ในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quant) ความผันผวนจากปัจจัยมหภาคส่งผลให้เกิดการบังคับล้างพอร์ตอย่างหนัก ทั้งในกลุ่มนักลงทุนฝั่ง Long (ซื้อ) และฝั่ง Short (ขาย)
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ระบุว่า ปัจจุบันยอดโพสิชันที่เปิดอยู่ (Open Interest) ได้กระจุกตัวหนาแน่นอยู่บริเวณ $75,000 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดจะยังคงเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้น
ปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ถูกขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางโดยปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยให้น้ำหนักที่สถานการณ์ราคาน้ำมันและการเมืองระหว่างประเทศมากกว่าปัจจัยพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของตัวสินทรัพย์เอง
ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้างเพื่อเลือกทิศทาง เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบยังคานน้ำหนักกันอยู่
สำหรับการวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical) หากราคาสามารถยืนหยัดเหนือฐานแนวรับ $73,000 – $75,000 ได้อย่างแข็งแกร่ง ตลาดมีโอกาสที่จะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ $79,000 อีกครั้ง ในทางกลับกัน หากวิกฤตราคาน้ำมันรุนแรงขึ้น ตลาดอาจเผชิญแรงกดดันให้ถอยกลับไปทดสอบแนวรับด้านล่างได้ทันที
มุมมองผู้เขียน: ตอนนี้ราคา Bitcoin ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาคเป็นหลัก เช่น เรื่องของการเมือง ท่าทีของทรัมป์ และราคาน้ำมัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรายชั่วโมง ทำให้ตลาดคริปโตฯ มีความผันผวนมากกว่าปกติ นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สควรลดการใช้เลเวอเรจ และรอตลาดเลือกทิศทางที่ชัดเจนเสียก่อน
ที่มา: coinpaper
