สรุปข่าว
- สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น Mizuho, Nomura, JSCC และ Digital Asset จับมือทดสอบระบบบริหารจัดการพันธบัตรรัฐบาลบนบล็อกเชน Canton Network
- มุ่งเป้าสู่การซื้อขายและโอนหลักประกันพันธบัตรข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
- สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) ให้การสนับสนุนเต็มพิกัด หวังผลักดันกรุงโตเกียวสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ยักษ์ใหญ่ 4 แห่งจากญี่ปุ่น Mizuho, Nomura, JSCC และ Digital Asset กำลังร่วมมือกันนำระบบของบล็อกเชน Canton Network มาใช้ปฏิวัติการบริหารหลักประกันพันธบัตรรัฐบาล เพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาและพรมแดนให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชม. โดยโปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติจาก FSA ที่พร้อมปรับกฎหมายรองรับเพื่อลดความยุ่งยากในงานเอกสารและช่วยให้แบงก์บริหารเงินทุนได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทดสอบระบบแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น 4 แห่ง ได้แก่ Mizuho Financial Group, Nomura Holdings, JSCC และ Digital Asset ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เดินหน้าทดสอบระบบบริหารจัดการหลักประกัน “พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น” บนบล็อกเชน Canton Network โดยมุ่งเป้าทลายข้อจำกัดด้านเวลาและพรมแดน สู่การโอนกรรมสิทธิ์และการซื้อขายแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
เป้าหมายของการทดสอบครั้งนี้ คือ การตรวจสอบระบบการโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรข้ามผู้ดูแลบัญชีและการแลกเปลี่ยนหลักประกันระหว่างสำนักหักบัญชีกับนักลงทุนสถาบันแบบเรียลไทม์ โดยพันธบัตรรัฐบาลที่ถูกนำมาทดสอบจะยังคงสถานะทางกฎหมายในฐานะหลักทรัพย์จดทะเบียนอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ JSCC ในฐานะบริษัทในเครือของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นถือเป็นแกนหลักสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ โครงการนี้ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) ภายใต้กรอบ Payment Innovation Project (PIP) ซึ่งสะท้อนถึงท่าทีสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานกำกับดูแลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนข้อกฎหมาย เพื่อปูทางสู่การซื้อขายพันธบัตรบนบล็อกเชนเต็มรูปแบบในอนาคต โดยพันธมิตรทั้ง 4 แห่งตั้งเป้าที่จะทดสอบระบบให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
ในเชิงโครงสร้าง การยกเครื่องระบบหลังบ้านของบริหารหลักประกันพันธบัตรขึ้นสู่ระบบบล็อกเชนจะช่วยลดความซับซ้อนในการประสานงานข้ามเขตอำนาจศาล ช่วยลดงานเอกสาร และแก้ปัญหาความล่าช้าในกระบวนการชำระราคา ซึ่งจะนำไปสู่การปลดล็อกสภาพคล่องและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
มุมมองผู้เขียน: ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจได้ยินข่าวสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในหลายภูมิภาค อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และ สิงค์โปร์ ที่ต่างพร้อมใจกันเข้ามาสำรวจความเป็นไปได้บนเทคโนโลยีบล็อกเชน พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนชัดว่า คริปโตฯ คืออนาคตของระบบการเงินยุคใหม่
- ที่มาข่าว: beincrypto
- ที่มาภาพ:CMC
