สรุปข่าว
- กลุ่มสมาชิกรัฐสภาแห่งสถาบันนิติบัญญัติของ UK ได้ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง CEO ของธนาคารชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขอคำอธิบายชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายปฏิเสธการให้บริการทางการเงินแก่ผู้ประกอบการด้านคริปโต
- บรรดาบริษัทคริปโตที่ตั้งขึ้นอย่างถูกต้องในประเทศต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนักในการขอเปิดบัญชีธนาคาร และมักโดนจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างเข้มงวดจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
- กลุ่มสมาชิกรัฐสภาหวั่นเกรงว่าการตัดสายป่านทางการเงินจากภาคธนาคาร จะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและขัดขวางเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการดันประเทศขึ้นเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเป็นประเด็นด้านการกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในระดับภูมิภาคซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไข จึงยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาตลาดในทันที
กลุ่มสมาชิกรัฐสภาจากหลายพรรคการเมืองใน UK ได้รวมตัวกันส่งจดหมายถึงผู้บริหารระดับ CEO ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ในประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ชี้แจงนโยบายและแนวทางการให้บริการทางการเงินแก่ผู้ประกอบการด้านคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัล การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่องว่า บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ต้องเจอกับอุปสรรคอย่างมากในการขอเปิดบัญชีธนาคาร และมักถูกปฏิเสธการทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งใน UK เช่น HSBC, Nationwide, NatWest, Santander UK และ Starling Bank ต่างพร้อมใจกันเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการกั้นหรือจำกัดการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ซึ่งสถานการณ์การกีดกันทางธุรกิจในลักษณะนี้คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในสหรัฐฯ ที่คนในวงการเรียกกันว่า Operation Chokepoint 2.0 ที่เป็นการบีบให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเข้าไม่ถึงระบบธนาคารหลัก
ทางกลุ่มสมาชิกรัฐสภาระบุว่า การเข้าถึงบริการธนาคารพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ หากบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องยังไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ ก็จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ขัดขวางการเติบโต และอาจทำให้บริษัทต่างชาติเปลี่ยนใจไม่เข้ามาลงทุนใน UK ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสำเร็จของกฎหมายกำกับดูแลคริปโตฉบับใหม่ที่ประเทศกำลังจะนำมาใช้ในเร็วๆ นี้
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า ปัญหาการเข้าถึงระบบธนาคารเป็นความท้าทายใหญ่ที่คอยฉุดรั้งอุตสาหกรรมคริปโตมาโดยตลอด การที่ฝ่ายนิติบัญญัติของ UK ออกมากดดันภาคธนาคารในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพูดคุยหาทางออกอย่างจริงจัง เพราะหากรัฐบาลต้องการผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ภาคธนาคารกลับปิดประตูใส่ธุรกิจเหล่านี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่อุตสาหกรรมจะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

