bitkub-banner

พลเรือเอกสหรัฐฯ ยกย่อง Bitcoin เป็นอาวุธใหม่ที่ช่วยขยายอำนาจให้ประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ซามูเอล ปาปาโร (Samuel Paparo) ผู้บัญชาการระดับสูงแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุต่อหน้าคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ทางการเงิน แต่เป็นเครื่องมือด้านความมั่นคง และวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ช่วยขยายอำนาจของชาติได้จริง
  • ระบบ Proof-of-Work ถูกมองว่า เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เพราะทำให้การโจมตีมีต้นทุนที่สูงมหาศาล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในยุคที่สงครามไซเบอร์จากจีน และเกาหลีเหนือกำลังทวีความรุนแรง
  • สหรัฐฯ เริ่มขยับตัวสู่การเป็นมหาอำนาจด้านบิทคอยน์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านร่างกฎหมาย “Mined in America Act” เพื่อดึงอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องขุดกลับสู่มาตุภูมิ ลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนการจัดตั้งทุนสำรองบิทคอยน์เชิงยุทธศาสตร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การที่ผู้นำระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ ออกมายอมรับสถานะของ Bitcoin ในฐานะ “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” และเครื่องมือด้านความมั่นคง ถือเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นในระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 

สิ่งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้บิทคอยน์หลุดมือและพร้อมจะแข่งขันกับจีนอย่างเต็มตัว

โลกการเงินและกองทัพเริ่มหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อพลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร ผู้บัญชาการทหารระดับสูงแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกมาจุดกระแสกลางที่ประชุมคณะกรรมาธิการการบริการด้านอาวุธของวุฒิสภา 

โดยระบุชัดเจนว่า บิทคอยน์ไม่ได้มีค่าแค่เรื่องตัวเลขในบัญชี แต่คืออาวุธชนิดใหม่ในรูปแบบวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ช่วยเพิ่มอำนาจการขยายอิทธิพลของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ซึ่งทัศนคตินี้สอดคล้องกับความตึงเครียดของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ที่การโจมตีทางไซเบอร์กลายเป็นสมรภูมิหลักไม่แพ้การสู้รบด้วยอาวุธหนัก

พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร กล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริการด้านกองทัพของวุฒิสภาเมื่อวันอังคาร แหล่งที่มา: คณะกรรมการบริการด้านกองทัพของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา

Proof-of-Work ป้อมปราการดิจิทัลในสงครามไซเบอร์

พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร อธิบายว่า กลไก Proof-of-Work ของบิทคอยน์นั้นมีประโยชน์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างมหาศาล เนื่องจากระบบนี้ บีบให้การโจมตีเครือข่ายมีต้นทุนที่สูง จนไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง 

ซึ่งในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากกลุ่ม Lazarus Group ของเกาหลีเหนือ ที่ขโมยคริปโตไปสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์ หรือการขยายกำลังทางดิจิทัลของจีน 

บิทคอยน์จึงถูกมองว่า เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ปกป้องข้อมูล และคำสั่งทางทหารได้ เหมือนกับที่ Jason Lowery จากกองทัพอวกาศสหรัฐฯ เคยเสนอแนวคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่า บิทคอยน์คือระบบป้องกันความปลอดภัยในระดับโครงสร้าง

สหรัฐฯ เร่งเครื่องแข่งจีน พร้อมดันกฎหมาย Mined in America

พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร กล่าวเสริมเรื่องการแข่งขันของสหรัฐฯ กับจีน โดยยืนยันว่า บิทคอยน์คือ ความจริงที่สหรัฐฯ ต้องยอมรับ ในฐานะระบบโอนมูลค่าแบบไร้ตัวกลาง ที่ช่วยเสริมอำนาจให้แก่ประเทศ 

แม้ปัจจุบันสหรัฐฯ จะเป็นผู้ถือครองบิทคอยน์รายใหญ่และมีแรงขุดมากที่สุดในโลก แต่จุดอ่อนที่น่ากังวลคือ เครื่องขุดส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาการผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อแก้ปัญหานี้ สมาชิกวุฒิสภาอย่าง Bill Cassidy และ Cynthia Lummis จึงได้เสนอร่างกฎหมาย “Mined in America Act” โดยมีเป้าหมายหลักคือ การดึงฐานการผลิตเครื่องขุดบิทคอยน์ให้กลับมาอยู่ในอเมริกา เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้งทุนสำรองบิทคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ให้เป็นรูปธรรม

ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการยอมรับบิทคอยน์ ไปสู่การทำให้ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงระดับชาติอย่างเต็มตัว

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : ยุคสมัยที่ผู้คนคอยโจมตีว่า บิทคอยน์เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว  เมื่อหน่วยงานระดับ กองทัพสหรัฐฯ เริ่มขยับเข้ามาพูดถึงกลไก Proof-of-Work ในฐานะเครื่องมือทางยุทธศาสตร์เพื่อใช้ในการป้องกันประเทศ 

สิ่งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า บิทคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สกุลเงินดิจิทัลเพื่อการลงทุนอีกต่อไป แต่มันได้ถูกยกระดับขึ้นเป็น “สมบัติของชาติ” ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงและอำนาจต่อรองในระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว