สรุปข่าว
- เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ นักร้อง นักแสดง และยูทูบเบอร์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก TaoPhiangphor ขอความช่วยเหลือ หลังอุปกรณ์ NAS ส่วนตัวถูกโจมตีด้วย Ransomware
- แฮกเกอร์อ้างตัวเป็น DiskStation Security เข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด และเรียกค่าไถ่ 0.07 บิตคอยน์ พร้อมกำหนดเส้นตายให้โอนเงินภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2026
- เหตุการณ์นี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีที่เพจ BT Beartai แบไต๋ เคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน ซึ่งครั้งนั้นถูกเรียกค่าไถ่ถึง 0.12 บิตคอยน์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา :Neutral
ข่าวนี้เป็นเหตุการณ์ระดับบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับแฮกเกอร์ใช้บิตคอยน์เป็นช่องทางเรียกค่าไถ่ ไม่ได้มีนัยยะเชิงมหภาคต่อตลาดคริปโตหรือราคาบิตคอยน์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนภาพลบซ้ำๆ ต่อการรับรู้ของสาธารณชนที่มักผูกโยงคริปโตเคอร์เรนซีเข้ากับอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยาระยะยาวมากกว่าจะกระทบราคาโดยตรงในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ นักร้อง นักแสดง และยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือด่วนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘TaoPhiangphor’ หลังจากที่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเขาถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware โจมตี
โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า “ขอความช่วยเหลือครับ 🙏🏻 NAS ของผมโดน Ransomware ครับ หากใครรับกู้ข้อมูล หรือมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยได้ รบกวนทัก Inbox มาได้เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ 🙏🏻”
สำหรับเหตุผลที่การแฮ็กครั้งนี้ได้สร้างความกังวลใจยูทูปเบอร์หนุ่มเป็นอย่างมาก เป็นเพราะ NAS (Network Attached Storage) คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำคัญที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เสมือนฮาร์ดดิสก์ส่วนกลางประจำบ้านหรือออฟฟิศ ที่ช่วยให้อุปกรณ์หลายเครื่องสามารถเข้าถึงและใช้งานไฟล์ร่วมกันได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องคอยเสียบหรือถอดฮาร์ดดิสก์พกพา
ดังนั้น การที่อุปกรณ์ NAS ถูก Ransomware ล็อกไฟล์เพื่อเรียกค่าไถ่ จึงถือเป็นฝันร้าย โดยเฉพาะสำหรับคนทำงานสายโปรดักชันและยูทูบเบอร์อย่างหนุ่มเต๋า ที่มักจะต้องใช้ NAS เป็นแหล่งเก็บรวบรวมไฟล์งานวิดีโอและข้อมูลสำคัญทั้งหมดเอาไว้ในที่เดียว ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวกำลังรอความหวังจากผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพื่อเข้ามากู้ข้อมูลสำคัญเหล่านี้กลับคืนมา

ด้านเพจ BT Beartai แบไต๋ ก็ได้ออกมารายงานข่าวนี้ หลังจาก ทีมงาน BT Beartai ได้มีการสอบถามไปทางคุณเต๋าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากกรณีของคุณเต๋าคล้ายกับกรณีที่ทาง bt beartai เคยโดนเมื่อไม่กี่ปีก่อน
เบื้องต้น คุณเต๋าได้ให้ข้อมูลกับทาง BT Beartai แบไต๋ ว่า ได้เข้าไปใน NAS แล้วข้อมูลหายไป โดยข้อความจากแฮกเกอร์อ้างว่า เป็น DiskStation Security ซึ่งเป็นระบบและฟีเจอร์ความปลอดภัยของ Synology DiskStation (NAS) ที่ทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลสำคัญและการตั้งค่าระบบจากการถูกแฮก
ตามข้อความเรียกค่าไถ่ระบุว่า ข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัส (Encrypted) และถูกซ่อนไว้ในพื้นที่จัดเก็บพิเศษ หากต้องการกู้ข้อมูลคืน ต้องส่ง 0.07 BTC ไปยังวอลเลตที่ระบุไว้ โดยมีเวลาถึง 1 สิงหาคม 2026 พร้อมให้แจ้ง ID กับหลักฐานการโอน Bitcoin
โดยย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน bt beartai เคยโดนในรูปแบบเดียวกัน ตอนนั้นทีมงาน bt beartai พบว่า ไฟล์และโฟลเดอร์ในระบบหายไปทั้งหมด และปรากฏไฟล์ข้อความชื่อ “Read Me First” ซึ่งเนื้อหาระบุว่า ระบบเครือข่ายไม่ปลอดภัย
แฮกเกอร์อ้างว่า ได้ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดไปแล้ว 170 TB และนำไปซ่อนไว้ในพื้นที่พิเศษ โดยมีการเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 0.12 BTC นอกจากนี้ แฮกเกอร์ยังขู่ว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสไว้ ห้ามพยายามกู้คืนข้อมูลด้วยตนเองเด็ดขาด
ที่มาภาพ : TaoPhiangphor
มุมมองผู้เขียน : กรณีของคุณเต๋าเป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนใจว่า อุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนตัวอย่าง NAS ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา มีความเสี่ยงสูงหากไม่มีการอัปเดตซอฟต์แวร์ ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม หรือสำรองข้อมูลแยกออกจากระบบหลัก การที่แฮกเกอร์เลือกใช้บิตคอยน์เป็นช่องทางเรียกค่าไถ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะติดตามเส้นทางเงินได้ยากกว่าระบบธนาคารทั่วไป ผู้ใช้งาน NAS โดยเฉพาะกลุ่มที่เก็บข้อมูลงานหรือคอนเทนต์จำนวนมาก ควรทบทวนมาตรการความปลอดภัยของตนเองอย่างจริงจัง ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

