สรุปข่าว
- Pump.fun ประกาศเผาเหรียญ PUMP ทิ้งรวดเดียวมูลค่ากว่า 370 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นถึง 36% ของปริมาณเหรียญหมุนเวียนทั้งหมดในระบบ
- เปิดตัวโมเดล Buyback ใหม่ โดยจะนำรายได้สุทธิ 50% ไปใช้ซื้อเหรียญคืนจากตลาดและเผาทิ้งแบบอัตโนมัติผ่านสัญญา Smart Contract เป็นเวลา 1 ปีเต็ม
- รายได้อีก 50% ที่เหลือจะถูกนำไปใช้เป็น “เดิมพันครั้งใหญ่” เพื่อขยายทีมงาน ทำการตลาด และยกระดับแพลตฟอร์ม
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Pump.fun ดำเนินการเผาเหรียญ PUMP ล็อตใหญ่ 370 ล้านดอลลาร์ พร้อมแผนหักรายได้ 50% ซื้อคืนและเผาทิ้งต่อเนื่อง 1 ปีผ่านสัญญา Smart Contract เพื่อเรียกความเชื่อมั่น จนราคาเหรียญพุ่งกระฉูดติดท็อป 2 ของตลาด ส่วนรายได้อีกครึ่งเตรียมอัดฉีดขยายทีมพัฒนาระดับท็อปและลุยการตลาด หวังสลัดภาพจำแพลตฟอร์มปล่อยเหรียญมีม สู่การเป็นศูนย์กลางแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
แพลตฟอร์ม Pump.fun ประกาศเผาเหรียญ PUMP ทิ้งมูลค่ากว่า 370 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมากถึง 36% ของปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนในระบบ พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างโทเคนโนมิกส์ครั้งใหญ่ โดยจะนำรายได้สุทธิ 50% ไปซื้อเหรียญคืนและเผาทิ้งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
การประกาศครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกทันที โดยข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า ราคาเหรียญ PUMP พุ่งขึ้นกว่า 6.78% ทะยานขึ้นแท่นเหรียญที่ทำผลงานดีที่สุดอันดับ 2 ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่าน เป็นรองแค่เพียง Humanity Protocol

Pump.fun ระบุถึงว่า แพลตฟอร์มต้องการแก้ปัญหาความไม่เชื่อมั่นด้านความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม โดยกระบวนการซื้อคืนเหรียญและเผาทิ้งจะดำเนินการโดยอัตโนมัติผ่านสัญญา Smart Contract ที่ถูกล็อกไว้และไม่สามารถแก้ไขได้ เพื่อรับประกันว่า เหรียญส่วนเกินจะถูกนำออกจากระบบอย่างถาวร ขณะที่รายได้สุทธิอีก 50% ที่เหลือจะถูกกันไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ในขณะที่ตัวผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Alon Cohen กล่าวว่า บริษัทจำเป็นต้องมีสภาพคล่องเพื่อรองรับการเดิมพันครั้งใหญ่ ทั้งในการจ้างงานทีมพัฒนาระดับสูงและการทำการตลาดเชิงรุกในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
โดยเป้าหมายระยะยาวของ Pump.fun คือ การสลัดภาพจำจากการเป็นเพียง ‘แพลตฟอร์มสร้างเหรียญมีม’ เพื่อยกระดับไปสู่แพลตฟอร์มที่ได้มาตรฐานสำหรับการแปลงสินทรัพย์ทุกรูปแบบให้เป็นโทเคนดิจิทัลอย่างครบวงจร
ปัจจุบัน Pump.fun สร้างประวัติศาสตร์เป็นแพลตฟอร์มแรกบนเครือข่าย Solana ที่มีรายได้สะสมทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยกวาดรายได้เฉพาะในปีนี้ไปแล้วเกือบ 150 ล้านดอลลาร์ การปรับแผนธุรกิจควบคู่ไปกับการลดอุปทานเหรียญในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินและสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบนิเวศในระยะยาว
มุมมองผู้เขียน: การขยับตัวของ Pump.fun รอบนี้ถือเป็นพัฒนาการของโปรเจกต์ที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณว่า พวกเขาตั้งใจก้าวข้ามจากการเป็นแค่โปรเจกต์ที่ต้องพึ่งกระแสชั่วคราวอย่างเหรียญมีม ไปสู่การสร้างระบบนิเวศคริปโตฯ ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าเดิม
ที่มา:theblock
