สรุปข่าว
- Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale วิเคราะห์ว่าความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมทำลายระบบเข้ารหัสไม่ใช่ปัจจัยหลักที่กดดันราคา Bitcoin ในปัจจุบัน โดยชี้ว่า ราคา BTC เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นกลุ่มควอนตัม ซึ่งสะท้อนถึงการปรับพอร์ตสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่า
- ข้อมูลเผยให้เห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง Bitcoin และหุ้นบริษัทควอนตัมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หากเทคโนโลยีนี้เป็นภัยคุกคามจริง ราคา Bitcoin ควรจะสวนทางกับหุ้นกลุ่มนี้ แต่ในความเป็นจริงทั้งคู่กลับปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องการพลิกโฉมโลกของ AI
- ความท้าทายที่แท้จริงของ Bitcoin ไม่ใช่เรื่องวิศวกรรมเทคโนโลยี แต่เป็น “กระบวนการสร้างฉันทามติ” ภายในชุมชน ในการตกลงยอมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม (PQC) ที่อาจนำมาซึ่งการถกเถียงที่ยืดเยื้อ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้รายงานล่าสุดจาก Grayscale จะช่วยคลายกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจมาเจาะระบบ Bitcoin ในระยะสั้นลงไปได้ แต่ตลาดตอนนี้ก็ยังไม่ประมาท เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่กำลังหันไปจดจ่อกับปัจจัยที่ใหญ่กว่าอย่างภาพรวมเศรษฐกิจโลก และการปรับพอร์ตของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังผันผวน
Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลยักษ์ใหญ่ ออกมาสยบข่าวลือที่ว่า ความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังเป็นตัวฉุดรั้งราคา Bitcoin โดยเขามองว่า แม้คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถคุกคามระบบความปลอดภัยดิจิทัลดั้งเดิมได้ในอนาคต แต่ประเด็นนี้ยังไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาตลาดในปัจจุบัน และ Grayscale ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนทุกบล็อกเชนเพื่อพัฒนามาตรการป้องกัน แต่ในเชิงการลงทุนนั้น สาเหตุของการปรับตัวลดลงมาจากปัจจัยอื่นที่ชัดเจนกว่า
เผยดัชนีชี้วัดราคา Bitcoin เคลื่อนไหวตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีควอนตัม
เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ Zach Pandl ได้นำเสนอแผนภูมิเปรียบเทียบระหว่างราคาหุ้นของบริษัทมหาชนที่เชี่ยวชาญด้านควอนตัมคอมพิวติ้งกับราคา Bitcoin ซึ่งพบว่าทั้งสองสินทรัพย์มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันอย่างใกล้ชิดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
เขาตั้งข้อสังเกตว่า หากนวัตกรรมควอนตัมเป็นภัยคุกคามที่ฉุดราคาจริง ราคา Bitcoin ควรจะร่วงในขณะที่หุ้นกลุ่มควอนตัมพุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงทั้งคู่กลับเคลื่อนไหวไปตามความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อนวัตกรรมล้ำสมัย โดยไม่ได้ทำให้คุณสมบัติของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สะสมมูลค่าเปลี่ยนแปลงไป
AI อาจเป็นปัจจัยกดดันที่แท้จริง และการเตรียมพร้อมสู่ยุค Post-Quantum
นักวิเคราะห์จาก Grayscale ระบุว่า การร่วงลงของทั้ง Bitcoin และหุ้นกลุ่มควอนตัมตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องนวัตกรรมที่เข้ามาพลิกโฉมโลกซึ่งขับเคลื่อนโดย AI มากกว่า
ซึ่งประเด็นเรื่องควอนตัมเพิ่งจะกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจาก Google เผยแพร่งานวิจัยเมื่อเดือนมีนาคมที่ชี้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนี้อาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด โดย Google ตั้งเป้าปี 2029 เป็นเส้นตายในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม เพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมตื่นตัว
ความท้าทายทางวิศวกรรม เทียบกับความร่วมมือของชุมชน
ในแง่ของเทคนิค Zach Pandl มองว่า Bitcoin มีความเปราะบางต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมน้อยกว่าคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่น ๆ และการสร้างมาตรการตอบโต้ทางวิศวกรรมนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง
แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ กระบวนการสร้างฉันทามติภายในชุมชน Bitcoin เนื่องจากประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การปรับปรุงโปรโตคอลมักตามมาด้วยการถกเถียงที่รุนแรงและยาวนาน ดังนั้นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นความสามารถของชุมชน ในการตกลงยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยในระยะยาวของเครือข่าย
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ข้อมูลจาก Grayscale ชี้ให้เห็นจุดสังเกตที่น่าสนใจมากว่า ถ้าคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นภัยคุกคามที่จะมา “ฆ่า” Bitcoin ได้จริงๆ เราควรจะได้เห็นราคาหุ้นของบรรดาบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมพุ่งทะยานสวนทางกับราคา Bitcoin ไปนานแล้ว แต่นี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

