bitkub-banner

ETH หลุด $2,311 มูลค่าตลาดวูบ $279 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ETH ร่วง 2.01% แตะ $2,310.97 ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 ขณะที่ราคาสูงสุดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $2,367.39 ก่อนดิ่งลงมาแตะต่ำสุดที่ $2,310.41
  • ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมหดตัวเหลือ 2.79 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงขายที่กดดันราคาอย่างต่อเนื่อง
  • ETH ยังคงอยู่ในโซนการแกว่งตัวระยะกลางที่กินเวลากว่า 13 สัปดาห์ แต่แรงขายรอบนี้สร้างความกังวลว่าราคาจะทดสอบระดับจิตวิทยา $2,300 อีกครั้ง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงลงรอบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ปริมาณซื้อขายซบเซาและราคาล้มเหลวในการยืนเหนือ $2,367 ได้อย่างมั่นคง สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าแรงซื้อยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะพา ETH ฟื้นตัวได้ในระยะสั้น ความเสี่ยงขาลงจึงยังคงมีน้ำหนักมากกว่า

ราคา Ethereum (ETH) ร่วงลง 2.01% ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 โดยแตะระดับ $2,310.97 หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุดที่ $2,367.39 ในช่วงต้นวัน ก่อนจะดิ่งลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ $2,310.41 การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา $2,300 อีกครั้ง ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการลดลงรวม 2.13% เมื่อเทียบกับราคาเปิด 24 ชั่วโมงก่อนหน้า

ETH 4H price chart

ในด้านภาพรวมตลาด มูลค่าตลาดรวมของ ETH ลดลงมาอยู่ที่ 2.79 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขปริมาณซื้อขายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาพตลาดที่ซบเซาลง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มปริมาณซื้อขายที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตัวเลขสำคัญที่บอกอะไรมากกว่าแค่ราคา

การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่น่าจับตาหลายประการ ประการแรกคือช่วงระหว่างราคาสูงสุดและต่ำสุดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ $56.98 หรือคิดเป็นความผันผวนรายวันราว 2.4% ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าแรงขายถูกกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาสั้น ๆ มากกว่าที่จะเป็นการไหลออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ประการที่สองคือสัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Volume-to-Market Cap Ratio) อยู่ที่ประมาณ 6.6% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่สูงพอที่จะบ่งชี้ถึงการเทขายอย่างตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ต่ำจนแสดงถึงการซื้อขายที่เบาบาง ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่ามีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งตัดสินใจขายออกมาในปริมาณที่พอสมควร

นอกจากนี้ หาก ETH ไม่สามารถยืนเหนือระดับ $2,300 ได้ในช่วงปิดตลาดรายวัน ก็อาจเป็นสัญญาณที่ตลาดฟิวเจอร์จะสะท้อนออกมาในรูปของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Funding Rate) ที่ปรับตัวเป็นลบมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งกดดันผู้ถือสถานะซื้อในตลาดอนุพันธ์

ข้อมูลสถาบันและกระแสเงินที่น่าจับตา

ในแง่ของกระแสเงินจากนักลงทุนสถาบัน ตลาด ETF ของ Ethereum ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม หาก ETF Ethereum spot ได้รับเงินไหลออกสุทธิในช่วงนี้ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่กดดันราคาในระยะสั้น นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่าตลาดยังรอความชัดเจนจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งการส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงต่อไปมักทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตถูกเทขาย

ในส่วนของเจ้ามือและกระเป๋าขนาดใหญ่ ข้อมูลออนเชนในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ETH บนกระดานเทรดทยอยลดลง ซึ่งโดยปกติมักตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว เพราะหมายความว่าผู้ถือเหรียญย้ายออกไปเก็บในกระเป๋าส่วนตัว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้ป้องกันการปรับฐานระยะสั้นได้เสมอไป โดยเฉพาะในช่วงที่ปริมาณซื้อขายโดยรวมหดตัวลง

เทียบกับอดีต การร่วง 2% บอกอะไร

หากมองย้อนกลับไปในช่วง 13 สัปดาห์ที่ ETH แกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่าง $2,080 ถึง $2,421 จะพบว่าการร่วงลงในระดับ 2% ต่อวันไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ราคาเคยปรับตัวลงในระดับใกล้เคียงกันหลายครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 ก่อนที่จะดีดกลับมาในระดับ $1,950 ถึง $2,080

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างออกไปในรอบนี้คือบริบทที่ราคาร่วงลงมาจาก $2,367 ในขณะที่ปริมาณซื้อขายลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักวิเคราะห์เทคนิคมักเรียกว่า “การบีบตัว” (Compression) ก่อนจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ในอดีตเมื่อ ETH เข้าสู่ช่วงบีบตัวในลักษณะนี้ ผลลัพธ์มักออกมาในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มใหญ่ ซึ่งขณะนี้ยังคงเป็นขาลงนับตั้งแต่จุดสูงสุดที่ $4,829 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568

ตั้งแต่จุดสูงสุดดังกล่าว ETH ร่วงลงมาแล้วกว่า 52% และแม้จะมีการฟื้นตัวบางส่วนหลังจากจุดต่ำสุดที่ $1,821 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ราคาก็ยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิมได้ในกรอบเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา โครงสร้างนี้บ่งชี้ถึงความอ่อนแอเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงลงในวันนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจหากมองแบบแยกเดี่ยว แต่มันกลับน่ากังวลเมื่อมองในภาพใหญ่ เพราะ ETH กำลังพยายามยืนเหนือ $2,300 ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดให้ความสำคัญมาหลายสัปดาห์ และการที่ราคาแตะต่ำสุดที่ $2,310.41 แล้วยังไม่ฟื้นกลับได้อย่างเด็ดขาดก็บอกได้ว่าแรงซื้อยังไม่แข็งแกร่ง

สิ่งที่ผมจะจับตาดูต่อจากนี้มีอยู่สองอย่างหลัก ๆ อย่างแรกคือตัวเลขกระแสเงินเข้า-ออกของ ETF Ethereum ในสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้ ถ้าไหลออกสุทธิต่อเนื่องหลายวัน นั่นคือสัญญาณที่นักลงทุนสถาบันยังไม่ได้กลับมามีความเชื่อมั่นอย่างจริงจัง อย่างที่สองคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ เพราะตราบใดที่ตลาดยังมองว่าดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับสูง สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ETH ก็ยากที่จะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

ผมไม่ได้บอกว่าจะไปต่อหรือจะลงต่อ เพราะตลาดตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องรอดูว่าฝ่ายไหนจะชนะ แต่ถ้าให้เลือกว่าจะเฝ้าดูตัวเลขไหนมากที่สุด ผมคงเลือกดูว่า ETH จะปิดกี่วันติดกันที่ต่ำกว่า $2,300 เพราะนั่นคือสิ่งที่จะบอกได้ดีที่สุดว่าโมเมนตัมของตลาดตอนนี้อยู่ที่ฝั่งไหน

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI