สรุปข่าว
- ผลการทดลองถือสินทรัพย์ 4 ปีพบว่าการ์ดโปเกมอนตัวท็อป มอบผลตอบแทนสูงสุดถึง 1,300% ในขณะที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนสูงสุดเพียง 712% ในช่วงเดียวกัน
- แม้การ์ดสะสมจะทำ ROI ได้หวือหวากว่า แต่ Bitcoin ยังคงชนะขาดในด้านสภาพคล่อง ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที 24/7
- ข้อมูลชี้ชัดว่าการส่งเกรด PSA 10 คือปัจจัยสำคัญที่ทวีคูณมูลค่าการ์ดได้มากกว่าการถือแบบดิบหลายเท่าตัว ทำให้ต้องใช้ต้นทุนในการดูแลสูงกว่า Bitcoin มาก
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
จากการเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่าง Bitcoin และการ์ดโปเกมอนในวัฏจักร 4 ปีที่ผ่านมา พบว่าการ์ดสะสมระดับแรร์ทำผลตอบแทนได้เหนือกว่า Bitcoin อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการ์ด PSA 10 ที่ให้กำไรพุ่งสูงเกิน 1,000% ในขณะที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนที่เสถียรกว่าแต่ไม่หวือหวาเท่า อย่างไรก็ตาม แม้การ์ดจะดูเป็นขาขึ้นตลอดกาล แต่นักลงทุนต้องแลกมาด้วยสภาพคล่องที่ต่ำ ความยากในการประเมินมูลค่า และค่าธรรมเนียมการจัดการที่สูงกว่าคริปโตเคอร์เรนซีมหาศาล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดการ์ดสะสม (TCG) เริ่มกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น ซึ่งบ้านเราเองก็เพิ่งจะมาฮิตกันแบบจัดเต็มเมื่อไม่กี่เดือนก่อน กลายเป็นเทรนด์เก็งกำไรที่มาแรงสุดๆ มีเม็ดเงินสะพัดจากการซื้อขายและเปิดซองการ์ดกันแทบจะทุกวัน
แต่ไหนๆ การกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ก็มีความเสี่ยงที่เอาเรื่องอยู่แล้ว หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า ระหว่างสินทรัพย์เปลี่ยนโลกอย่าง Bitcoin กับของสะสมยอดฮิตตลอดกาลอย่างการ์ดโปเกมอน ถ้าเราถือยาวๆ ข้ามรอบวัฏจักร 4 ปี อะไรจะทำกำไรให้เราได้ชื่นใจมากกว่ากัน?
เงื่อนไขการเปรียบเทียบ
การทดลองในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างการถือ Bitcoin กับการ์ดโปเกมอนที่ให้ผลตอบแทน ROI ที่สูงอย่างเห็นได้ชัด 5 ใบจากทั้งทางฝั่งอังกฤษและญี่ปุ่น แบบไม่ส่งเกรด และ PSA 10 (ระดับสูงสุด) ในช่วงเวลาเดียวกันระหว่าง 1 ม.ค. 2022 จนถึงปัจจุบัน โดยจะตัดสินกันที่ราคาสูงสุดของสินทรัพย์แต่ละประเภท และเทียบราคาจากการตั้งราคาในตลาดและบันทึกสถิติการขายออกไปบนเว็บไซต์ Price charting
Bitcoin
- ราคาทุน Bitcoin ปี 2022 : เฉลี่ยเหรียญละประมาณ ~$47,000-$15,000
- จุดพีคราคาขายในวัฏจักร : $126,000
- กำไรนับจากราคาต้นปี 2022 : +168%
- กำไรนับจากจุดต่ำสุดของวัฏจักร +712%
- กรณีถือยาวมาจนถึงปี 2026 : +70%
การ์ดโปเกมอน
1. [EN] Latias & Latios GX Alternate Art (Team Up)

- ราคาทุนลาติออส&ลาติอาส ปี 2022 : ใบละประมาณ ~$266-$740 ตามเกรด
- จุดพีคราคาขายแบบไม่ส่งเกรด (2025) : $2100 ถือ 3 ปีกำไร 689%
- จุดพีคราคา PSA 10 (2026) : $10,405 ถือ 4 ปีกำไร ~1300%
- ตลาดในปี 2026 : แบบไม่เกรดราคาร่วงแตะ $1,500 PSA 10 ยังคงแพงขึ้นเรื่อยๆ และแหล่งที่มาบางแห่งระบุว่าการ์ดใบนี้เคยมีราคาสูงสุดถึง $20,000 เลยทีเดียว
2. [JP] Munch Scream Mimikyu (Japanese Promo)

- ราคาทุนมิมิคิวปี 2023 : ใบละประมาณ ~$2,300-$3,800 ตามเกรด
- จุดพีคราคาขายแบบไม่ส่งเกรด (2026) : $4888 ถือ 3 ปีกำไร 110%
- จุดพีคราคา PSA 10 (2026) : $21,488 ถือ 3 ปีกำไร ~465%
- ตลาดปี 2026 : การ์ดใบนี้ได้รับเสียงตอบรับดีราคาแทบจะไม่มีแผ่วเลยในปัจจุบันเนื่องจากเป็นการ์ดโปรโมทนิทรรศการศิลปะที่ทำร่วมกับภาพวาด The Scream ของ Edvard Munch ของแท้หายากมาก
3. [JP] Rayquaza VMAX 083 HR Alt Art Blue Sky Stream

- ราคาทุนเรย์ควาซ่าปี 2022 : ใบละประมาณ ~$400-$450 ตามเกรด
- จุดพีคราคาขายแบบไม่ส่งเกรด (2025) : $1525 ถือ 3 ปีกำไร 110%
- จุดพีคราคา PSA 10 (2026) : $21,488 ถือ 3 ปีกำไร ~465%
- ตลาดปี 2026 : ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรแต่ราคามีการผันผวนมากในฝั่งของ PSA 10 เมื่อเร็วๆนี้ แต่ฝั่งของ Ungraded ราคายังเสถียร โดยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเรื่อย ๆ
4. [JP] Umbreon VMAX Alternate Art “Moonbreon” (Eevee Heroes)

- ราคาทุนแบล็คกี้ปี 2022 : ใบละประมาณ ~$850-$1185 ตามเกรด
- จุดพีคราคาขายแบบไม่ส่งเกรด (2026) : $2,175 ถือ 4 ปีกำไร 155%
- จุดพีคราคา PSA 10 (2026) : $5,275 ถือ 4 ปีกำไร ~345%
- ตลาดปี 2026 : เนื่องด้วยความที่อีวุยและร่างวิวัฒนาการยังคงเป็นไอคอนโดดเด่นของโปเกมอนประกอบกับภาพที่สวยงามและความแรร์จึงทำให้ราคาการ์ดใบนี้ยังคงปรับตัวขึ้นทั้งแบบปกติและ PSA 10 ซึ่งราคาตั้งขายบางแห่งในปัจจุบันได้ทะลุ $10,000 ไปแล้ว
5. [EN] Gengar VMAX (Alternate Art) – Fusion Strike

- ราคาทุนเก็งก้าปี 2022 : ใบละประมาณ ~$104-$547 ตามเกรด
- จุดพีคราคาขายแบบไม่ส่งเกรด (2026) : $775 ถือ 4 ปีกำไร 645%
- จุดพีคราคา PSA 10 (2026) : $2,557 ถือ 4 ปีกำไร ~367%
- ตลาดปี 2026 : แม้ว่าราคาของ PSA 10 จะย่อมสูงกว่าแต่หากวัดกันด้วย ROI เพียวๆ จะพบว่าแค่ถือการ์ดเก็งก้าธรรมดาก็สามารถทำผลตอบแทนได้เหนือยิ่งกว่าตัวท็อป ถือเป็นการ์ดใบหนึ่งที่มีความพิเศษมาก
*ราคาจริงในตลาดภายในประเทศญี่ปุ่นอาจมีความคลาดเคลื่อน*
ความเสี่ยงที่อาจมองข้าม
จากการเปรียบเทียบข้างต้นจะเห็นได้ว่า ถึงแม้การ์ดโปเกมอนส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนที่หวือหวาเป็นอย่างมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่นักลงทุนต้องทราบด้วยว่าต่อให้การ์ดหน้าตาเหมือนกันก็อาจขายไม่ได้ราคาเท่ากัน แค่ภาษาที่ใช้เปลี่ยนราคาก็ต่างกันอย่างมากแล้ว มิหนำซ้ำต่อให้ซื้อโปเกมอนตัวดังมา หากไม่ใช่ผู้ที่คร่ำหวอดมานานก็ไม่มีทางคาดเดาได้ง่ายๆ ว่า การ์ดใบไหนจะมีมูลค่าสูงขึ้นมาในอนาคต
กลับกันในฝั่งของ Bitcoin ถ้าหากนักลงทุนกะจังหวะได้แม่นยำถูกต้องในรอบที่ผ่านมานักเทรดก็อาจจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเช่นกันหากเลือกที่จะขายถูกจังหวะ แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตอนนี้คือ การที่ตลาดของการ์ดไม่มีขาลงเหมือนกับ Bitcoin นั่นจึงทำให้ค่าเฉลี่ยการถือยาว 4 ปี ในการทดลองนี้จึงออกมาดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามการ์ดสะสมอย่างโปเกมอนยังคงมีจุดอ่อนที่สู้ Bitcoin ไม่ได้ ซึ่งนั่นก็คือ เรื่องสภาพคล่อง เพราะการจะขายการ์ดใบหนึ่งให้ออกนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานานกว่ามาก มีเรื่องของความเชื่อใจของคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เช่น โกงเงิน และการ์ดปลอม แถมตัวของโปเกมอนเองยังมีการแยกตลาดออกเป็นสองทั้งญี่ปุ่นและนานาชาติ ทำให้สภาพคล่องที่มียิ่งถูกแบ่งแยก นั่นจึงทำให้ ใครที่อยากจะลงทุนสะสมจริงจังอาจจะต้องพิจารณาในส่วนนี้เข้าไปร่วมด้วย
สรุป
โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในคริปโตหรือการ์ดสะสม “จังหวะเวลา” ยังคงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากกะจังหวะถูกไม่ว่าจะซื้ออะไรสุดท้ายแล้วก็กำไรอยู่ดี แต่นั่นก็ย่อมหมายความว่าตัวของนักเทรดก็ต้องทราบดีว่าสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นนั้นเป็นสิ่งที่มีมูลค่ายั่งยืนจริงไม่ใช่การหลอกตัวเองว่าสิ่งนี้จะมีมูลค่ามากขึ้นในอนาคตเพียงเพราะตอนนี้เป็นกระแส

