สรุปข่าว
- รายงาน User Asset Allocation Report 2026 ของ Bitget ระบุว่านักลงทุนรายย่อยเริ่มกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์มากขึ้นแม้ว่า Crypto จะยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตก็ตาม
- สัดส่วนการถือครองหุ้นและทองคำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยมีนักลงทุนกว่าครึ่งหนึ่งที่ถือหุ้นควบคู่ไปกับสินทรัพย์ดิจิทัลและมองว่า AI โลหะมีค่า และน้ำมันดิบคือธีมการลงทุนหลักในปีนี้
- การนำเครื่องมือ AI มาช่วยตัดสินใจลงทุนกำลังกลายเป็นกระแสหลักในขณะที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชื่นชอบแพลตฟอร์มที่สามารถใช้ USDT ในการชำระดุลและสลับการลงทุนระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การขยายพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยไปยังสินทรัพย์ดั้งเดิมเป็นการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรตามสภาวะเศรษฐกิจมหภาคซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อตลาด Crypto โดยตรงแต่สะท้อนถึงวุฒิภาวะของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
Bitget ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Universal Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เผยแพร่รายงาน User Asset Allocation Report 2026 โดยรวบรวมข้อมูลการเทรดบนแพลตฟอร์มร่วมกับแบบสอบถามจากผู้ใช้งานกว่า 6,000 รายทั่วโลก รายงานพบว่า Crypto ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่มีการซื้อขายมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026
โดยผู้ตอบแบบสอบถามถึง 86% ยังคงถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ อย่างไรก็ตาม การเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากตลอดทั้งไตรมาส ข้อมูลจาก Bitget ระบุว่าในช่วงต้นเดือนมกราคมกิจกรรมการเทรดเกือบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่แค่ใน Crypto ก่อนที่จะเริ่มทรงตัวอยู่ในระดับ 60% ถึง 80% ในเดือนมีนาคมเนื่องจากผู้ใช้งานเริ่มกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นมากขึ้น
ในช่วงเวลาเดียวกัน กิจกรรมการเทรดที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดั้งเดิมโดยเฉพาะทองคำได้พุ่งสูงขึ้นจากระดับใกล้ศูนย์ไปแตะที่ 20% ถึง 40% ของกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการเทรดสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ Crypto บนแพลตฟอร์ม
รายงานแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันผู้ตอบแบบสอบถาม 52% ถือครองหุ้นควบคู่ไปกับ Crypto ในขณะที่ 35% เลือกถือครองทองคำหรือโลหะมีค่าอื่นๆ สินค้าโภคภัณฑ์ได้กลายมาเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ Crypto ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้ใช้งาน
นอกจากนี้พวกเขายังมองว่าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI โลหะมีค่า และน้ำมันดิบ จะเป็นธีมการลงทุนที่โดดเด่นที่สุดสำหรับปี 2026 แนวโน้มการกระจายความเสี่ยงนี้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความมั่งคั่งสูง
โดย Bitget เผยว่าผู้ใช้งานมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 13% ในปี 2025 ในขณะที่มีผู้ใช้งานระดับ VIP ประมาณ 6% ที่สามารถทำผลตอบแทนได้สูงถึง 51% ถึง 100%
ยิ่งไปกว่านั้น 74% ของผู้ใช้งานกลุ่ม VIP ระบุว่าพวกเขาวางแผนที่จะกระจายพอร์ตการลงทุนเพิ่มเติมทั้งใน Crypto หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ตลอดปี 2026 เพื่อบริหารความเสี่ยงในเชิงรุกมากขึ้น ร
ายงานของ Bitget ยังพบอีกว่าพฤติกรรมการเทรดมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาคซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคในท้องถิ่น
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ผู้ใช้งาน 60% ระบุว่าการหลีกเลี่ยงการแปลงสกุลเงินคือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาเลือกใช้ USDT ในการทำ Settlement ในขณะที่ 48% มองว่ามันเข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับความยุ่งยากในการเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินดั้งเดิม
ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ใช้งาน 46% ระบุว่าการเข้าถึง Leverage เป็นเหตุผลหลักในการเทรดสินทรัพย์ดั้งเดิมผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับ Crypto ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งาน 78% ในละตินอเมริกามองว่าการกระจายความเสี่ยงและการป้องกันผลกระทบจากเงินเฟ้อหรือการเสื่อมค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดในการถือครองทั้ง Crypto และสินทรัพย์ดั้งเดิม
รายงานยังเน้นย้ำถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการใช้เครื่องมือเทรดที่ทำงานด้วย AI โดยผลสำรวจระบุว่าผู้ใช้งาน 51% พึ่งพาเครื่องมือ AI ในการช่วยตัดสินใจลงทุนไปแล้ว Bitget กล่าวว่าผลิตภัณฑ์อย่าง GetAgent GetClaw และ Agent Hub ถูกนำมาใช้มากขึ้นเพื่อวิเคราะห์รายงานผลประกอบการ ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจมหภาค ทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และข้อมูล On-chain
ทางด้าน Gracy Chen กล่าวว่าพฤติกรรมการเทรดของรายย่อยกำลังตระหนักถึงปัจจัยระดับมหภาคมากขึ้น โดยผู้ใช้งานจะโยกย้ายเงินทุนระหว่างกลุ่มสินทรัพย์ต่างๆ โดยพิจารณาจากสภาพคล่อง ความผันผวน และโอกาสในการเข้าถึงตลาด แทนที่จะยึดติดอยู่กับสินทรัพย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว
รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อโมเดล Universal Exchange ของ Bitget ซึ่งรวบรวมสินทรัพย์หลายประเภทไว้ในสภาพแวดล้อมการเทรดเดียว
ตามผลสำรวจ ผู้ใช้งาน 71% ระบุว่าระบบ Settlement ด้วย USDT คือฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด ในขณะที่ 65% ยกให้ความสามารถในการสลับไปมาระหว่าง Crypto หุ้น Forex และสินค้าโภคภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วภายในบัญชีเดียวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ผู้ใช้งานยังได้อธิบายถึงแพลตฟอร์มในอุดมคติของพวกเขาว่าต้องเป็นระบบที่ผสานรวมทั้งการชำระดุลด้วย Stablecoin สภาพคล่องแบบรวมศูนย์ การตรวจสอบทุนสำรองที่โปร่งใส การเข้าถึงตลาดโลก และเครื่องมือเทรดด้วย AI เข้าไว้ด้วยกันในระบบเดียว
ที่มา u.today
มุมมองส่วนตัวผมมองว่ารายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของนักลงทุนในตลาด Crypto ได้เป็นอย่างดีครับ การที่คนเริ่มหันมาเทรดหุ้น ทองคำ หรือน้ำมัน ควบคู่ไปกับ Crypto แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มองตลาดนี้เป็นแค่เพียงพื้นที่เก็งกำไรความเสี่ยงสูงอีกต่อไป แต่มองแพลตฟอร์ม Crypto เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมต่อไปยังตลาดการเงินโลก การใช้ USDT เพื่อซื้อหุ้นหรือทองคำช่วยลดขั้นตอนการแปลงเงินเฟียตที่ยุ่งยากและทำได้รวดเร็วกว่าระบบธนาคารแบบเดิมมาก นอกจากนี้การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ก็กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกคนต้องเริ่มปรับตัว การที่ Bitget ขยับตัวมาเป็น Universal Exchange น่าจะเป็นเทรนด์ที่กระดานเทรดชั้นนำอื่นๆ ต้องทำตามเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการจบทุกอย่างในแพลตฟอร์มเดียวครับ

