bitkub-banner

ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายชื่อคนที่เชื่อว่าอาจเป็น ‘Satoshi Nakamoto’

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ปฏิเสธข้อสันนิษฐานของสื่อยักษ์ใหญ่ที่พยายามระบุตัวตน Satoshi Nakamoto โดยเขามั่นใจว่า ไม่ใช่ Adam Back แต่ชี้เป้าไปที่ Len Sassaman และ Hal Finney สองนักเข้ารหัสลับผู้ล่วงลับว่า เป็นตัวเต็งที่มีน้ำหนักที่สุด
  • Joseph Lubin เสนอแนวคิดการใช้ฉันทามติทางสังคม เพื่อรับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่า ชุมชนควรตกลงร่วมกัน กำหนดเส้นตายให้สามารถย้ายเหรียญไปสู่กระเป๋ารุ่นใหม่ เพื่อป้องกันขุมทรัพย์ 1 ล้าน BTC ของผู้สร้างถูกแฮ็ก
  • Joseph Lubin ย้ำชัดว่า หากใครไม่ยอมย้ายเหรียญตามกำหนด ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะสูญเสียสินทรัพย์ไป 

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวตนผู้สร้างบิตคอยน์โดยบุคคลระดับแนวหน้าของวงการ มักสร้างกระแสฮือฮาในเชิงข่าวสาร แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นฐานราคาโดยตรง

ปริศนาที่ดำเนินมานับทศวรรษเกี่ยวกับตัวตนของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์ภายใต้นามแฝง ได้รับมุมมองใหม่จากหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโต 

ในการสัมภาษณ์ล่าสุด Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และซีอีโอของ ConsenSys ได้ออกมาเปิดเผยว่า “ตัวเต็ง” ที่เขาคิดน่าจะเป็น Satoshi มากที่สุดคือ เหล่านักเข้ารหัสลับผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง Len Sassaman และ Hal Finney 

Joseph Lubin ได้ออกมาปฏิเสธ ข้อสันนิษฐานของสื่อยักษ์ใหญ่ ทั้งสารคดีจาก HBO และรายงานจาก The New York Times ที่พยายามจะกระชากหน้ากากว่า ใครคือ Satoshi Nakamoto  

โดยเขายืนยันอย่างมั่นใจว่า “ไม่ใช่ Adam Back อย่างแน่นอน” แต่กลับชี้เป้าไปที่จุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ ผลงานและรากฐานทางความคิดของ Len Sassaman และ Hal Finney เขามองว่าทั้งสองคนนี้คือ กุญแจสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับจุดกำเนิดของ Bitcoin ที่ชัดเจนที่สุด 

ข้อเสนอเรื่องฉันทามติทางสังคม เพื่อรับมือภัยคุกคามจากควอนตัม

Joseph Lubin ออกมาแสดงความเห็น ในช่วงที่ชุมชนคริปโตกำลังวิตกกังวลว่า ในอนาคตคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจเจาะระบบถอดรหัสกระเป๋าเงินบิตคอยน์ในยุคแรกได้ 

Joseph Lubin ได้เสนอแนวคิดเพื่อจัดการกับ “ขุมทรัพย์” กว่า 1 ล้าน BTC ของ Satoshi ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานาน โดยมองว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เหรียญเหล่านี้ถูกแฮ็ก ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม ในอนาคต ชุมชนบิตคอยน์ควรใช้ “ฉันทามติทางสังคม” (Social Consensus) หรือการตกลงร่วมกัน เพื่อกำหนดเส้นตายให้ทุกคนย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าเงินรุ่นใหม่ที่ป้องกันควอนตัมได้ 

Lubin กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ใครที่ไม่ย้ายเหรียญตามกำหนด ก็ต้องยอมรับความซวยไป” เพราะเขาเชื่อว่า มาตรการที่เด็ดขาดเช่นนี้ คือทางเดียวที่จะรักษาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลกในระยะยาว

ปิดตำนานผู้ต้องสงสัย และความลึกลับที่ยังไม่คลี่คลาย

นับตั้งแต่สมุด White paper ของบิตคอยน์ถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 การตามหาตัว Satoshi ก็นำไปสู่รายชื่อผู้ต้องสงสัยมากมายถึง 14 ราย ตั้งแต่ Dorian Nakamoto โปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่น-อเมริกันที่เคยถูกนิตยสาร Newsweek ระบุตัวแต่ภายหลังได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ ไปจนถึง Nick Szabo ผู้สร้าง “bit gold” และ Wei Dai เจ้าของทฤษฎี “b-money” 

อย่างไรก็ตาม Len Sassaman ยังคงเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ เนื่องจากไทม์ไลน์การเสียชีวิตของเขาในปี 2011 เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากข้อความสุดท้ายของ Satoshi ที่ระบุว่า เขาได้ย้ายไปทำโปรเจกต์อื่นแล้ว 

แม้ตัวตนของ Satoshi Nakamoto จะยังเป็นปริศนาที่แก้ไม่ตก แต่ Lubin มองว่า วันหนึ่งวิวัฒนาการทางเทคนิคของโปรโตคอลอาจบีบให้เราต้องเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องผู้สร้างบิตคอยน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาไปถึงจุดที่ระบบการเข้ารหัสลับแบบเดิมเริ่มสั่นคลอน

ที่มา : zycrypto


มุมมองผู้เขียน :การที่ Joseph Lubin ออกมาจุดประเด็นนี้ เป็นการตอกย้ำว่า ปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของ Satoshi Nakamoto ไม่ใช่แค่เรื่องของการอยากรู้ว่าคือใคร แต่มันกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านความมั่นคงของเครือข่ายที่ต้องหาทางรับมือในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม ความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผยนี้เองคือ เสน่ห์และหัวใจสำคัญที่ทำให้บิตคอยน์มีความกระจายศูนย์อย่างแท้จริง