bitkub-banner

Metaplanet รายงานกำไร Q1 พุ่ง แต่เผชิญผลขาดทุนทางบัญชีจาก Bitcoin 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Metaplanet รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 พุ่งแตะ 2.27 พันล้านเยน โตขึ้นกว่า 3 เท่าตัว โดยมีหัวใจหลักจากการทำออปชันบิตคอยน์ที่สร้างรายได้มหาศาล
  • แม้ธุรกิจจะไปได้สวย แต่บริษัทกลับต้องบันทึกยอดขาดทุนสุทธิสูงถึง 728 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขขาดทุนทางบัญชีจากการด้อยค่าของ Bitcoin ที่ราคาดิ่งลง 24% ในช่วงต้นปี
  • ปัจจุบัน Metaplanet ขึ้นแท่นผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน โดยมีจำนวนเหรียญบิตคอยน์ในคลังรวม 40,177 BTC และยังคงมุ่งมั่นสะสมบิตคอยน์เพิ่มต่อเนื่อง

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้ผลประกอบการจะแสดงตัวเลขขาดทุนสุทธิที่น่าตกใจ แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่า เป็นเพียงการขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) จากกฎเกณฑ์การประเมินมูลค่าตามราคาตลาด ในขณะที่กระแสเงินสดและกำไรจากการดำเนินงานจริงยังคงแข็งแกร่งมาก แต่ในระยะสั้นราคาหุ้นและบรรยากาศการลงทุนอาจถูกกดดันจากความผันผวนของราคา Bitcoin ที่ยังไม่นิ่ง

Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกประจำปีงบประมาณ 2026 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีกำไรจากการดำเนินงานพุ่งสูงถึง 2.27 พันล้านเยน (หรือประมาณ 14.38 ล้านดอลลาร์) จากยอดขายสุทธิประมาณ 19.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 73.6% ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เติบโตกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน คือรายได้จากการทำ Bitcoin Options 

ซึ่งผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้ กลับสวนทางกับยอดขาดทุนสุทธิที่สูงถึง 728 ล้านดอลลาร์ โดยสาเหตุหลักมาจาก ผลขาดทุนจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์แบบที่ไม่ใช่เงินสด เนื่องจากราคาบิตคอยน์ร่วงลงถึง 24% ในช่วงไตรมาสดังกล่าว โดยราคาลดลงจากประมาณ 87,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี เหลือเพียง 66,000 ดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม

ราคา BTC ลดลง 24% ในไตรมาสแรก แหล่งที่มา: Coingecko

ธุรกิจสามารถสร้างรายได้จากบิตคอยน์

รายงานระบุว่า รายได้ของบริษัทในไตรมาสนี้พุ่งขึ้นจาก 5.5 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 19.5 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ “Bitcoin Income Generation” ซึ่งรวมถึงค่าพรีเมียมจากออปชัน และกำไรจากการประเมินมูลค่าอนุพันธ์ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเดิม ยังคงเป็นรายได้ส่วนน้อยที่มีความเสถียร 

ทั้งนี้ Metaplanet ได้รายงานผลการขาดทุนพื้นฐานต่อหุ้นอยู่ที่ 0.63 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ขาดทุนเพียง 0.078 ดอลลาร์ 

ซึ่งบริษัทยังคงยืนยันคาดการณ์ยอดขายสุทธิทั้งปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 101 ล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงานที่ 72 ล้านดอลลาร์ โดยเลี่ยงที่จะให้คำแนะนำด้านกำไรสุทธิ เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาบิตคอยน์

การขยายพอร์ตการลงทุน และการเพิ่มขึ้นของ BTC Yield ต่อหุ้น

ณ สิ้นไตรมาส Metaplanet ถือครองบิตคอยน์รวมทั้งสิ้น 40,177 BTC เพิ่มขึ้นจาก 35,102 BTC เมื่อปลายปี 2025 โดยมีการเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 5,075 BTC ในไตรมาสแรก ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้ถือครองบิตคอยน์ในคลังสำรองรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน โดยได้ใช้เงินทุนจากการออกหุ้นใหม่และการกู้ยืมโดยใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกัน 

ผลประกอบการทางการเงินรวมสำหรับไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2026 แหล่งที่มา: Metaplanet

หากมองในมุมของจำนวนหุ้นทั้งหมด รวมทั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (Fully Diluted) จะพบว่า จำนวน Bitcoin ที่บริษัทถือครองต่อหนึ่งหุ้นนั้นเพิ่มสูงขึ้นจาก 0.0240486 BTC เป็น 0.0247319 BTC ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนหรือ BTC Yield ในไตรมาสแรกที่ 2.8% โดยทางบริษัทให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้มาก เพราะใช้เป็นดัชนีชี้วัดผลงานหลัก (KPI) เพื่อพิสูจน์ว่า บริษัทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นได้จริง โดยเป็นการวัดให้เห็นชัด ๆ ว่า จำนวนบิตคอยน์ต่อหุ้นเติบโตขึ้น แม้จะมีการคำนวณรวมส่วนแบ่งหุ้นที่อาจเพิ่มขึ้นในภายหลัง (Dilution) แล้วก็ตาม

สถานะทางการเงินของบริษัท

โครงสร้างเงินทุนของ Metaplanet มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสินทรัพย์สุทธิรวมลดลงจาก 2.96 พันล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 2.60 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากผลขาดทุน จากการประเมินมูลค่าบิตคอยน์มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนที่ระดมทุนได้จากการออกหุ้นใหม่ 

ขณะที่ยอดกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น จากการดึงวงเงินสินเชื่อที่มีบิตคอยน์เป็นหลักประกันมาใช้ ซึ่งปัจจุบันมียอดค้างชำระอยู่ที่ 302 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2026 

ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Metaplanet ในตลาดโตเกียวปิดลบไป 3.82% อยู่ที่ประมาณ 327 เยนในวันพุธ หลังการประกาศผลประกอบการดังกล่าว ตามข้อมูลจาก Yahoo! Finance

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : Metaplanet กำลังเดินตามรอย MicroStrategy อย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งที่น่าทึ่ง คือการที่บริษัทสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้สูงถึง 73% ผ่านกลยุทธ์ออปชัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการบริหารพอร์ตคริปโต