bitkub-banner

5 เหรียญ Altcoin น่าสะสม ก่อนชี้ชะตา CLARITY Act วันนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การบังคับใช้และอาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของตลาดคริปโต
  • นักวิเคราะห์เริ่มจับตา Altcoin ที่อาจได้ประโยชน์จากความชัดเจนด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะ XRP, Solana, Hyperliquid, Chainlink และ COIN
  • แม้หลายเหรียญยังมีสัญญาณเทคนิคระยะสั้นที่ผันผวน แต่กระแสเงินทุนจากสถาบันเริ่มส่งสัญญาณกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาด Altcoin ถูกกดดันจาก “ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย” ของสหรัฐฯ มาโดยตลอด แต่ตอนนี้สถานการณ์อาจกำลังเปลี่ยนไป หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act เริ่มเข้าใกล้การเป็นกฎหมายจริงมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอบใหม่ที่เงินทุนสถาบันจะไหลเข้าสู่โปรเจกต์ที่มีโครงสร้างแข็งแรงและอยู่รอดภายใต้กฎระเบียบได้จริงอย่าง Ripple (XRP),Solana (SOL), Hyperliquid (HYPE), Chanlink (LINK) และ Coinbase (COIN) 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ที่กดดันตลาดคริปโต โดยเฉพาะกับเหรียญ Altcoin มาตลอดคือ ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมายของสหรัฐฯ แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญอย่าง CLARITY Act กำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นทุกที

เพราะอีเว้นท์นี่คือ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นอนาคตของตลาดคริปโตได้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม และรอบนี้เงินทุนจากสถาบันจะไม่ไปลงกับเหรียญมีม แต่จะพุ่งเป้าไปที่โปรเจกต์ที่อยู่รอดได้จริงภายใต้กฎหมายการเงินระดับโลก

XRP 

ในบรรดา Altcoin ทั้งหมด XRP ถือเป็นเหรียญที่ผ่านการต่อสู้ทางกฎหมายกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) มาอย่างยาวนานที่สุด และหากความชัดเจนทางด้านกฎหมายเกิดขึ้น อานิสงค์ทั้งหมดอาจต้องมาอยู่กับเหรียญนี้

ในเชิงเทคนิค ราคา XRP ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบรูปแบบสามเหลี่ยม โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1.39 ดอลลาร์ และแนวต้านแถว 1.59 ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนี RSI บนกราฟ 4 ชั่วโมงยังค่อนข้างอ่อนแรง ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ราคาอาจย่อตัวได้อีก ก่อนกลับมาพยายามเบรกขึ้นรอบใหม่

Solana และ HYPE 

ฝั่งของ Solana (SOL) เริ่มมีสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้น หลังกระแสเกี่ยวกับกองทุน ETF เริ่มหนุนให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ SOL อย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่า วอลล์สตรีทดูเหมือนกำลังเริ่มเข้ามาลงทุนใน Solana ล่วงหน้าแล้ว แม้ล่าสุดราคาจะยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ก็ตาม

ขณะที่ Hyperliquid (HYPE) กลายเป็นอีกโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะใน CLARITY Act มีบางส่วนที่ช่วยปกป้องนักพัฒนา DeFi และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ไม่ให้ถูกตีความเป็น “ผู้ให้บริการรับโอนเงิน” แบบเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อโปรเจกต์สาย DeFi ในอนาคต

อีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตามองคือ Chainlink (LINK) ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกคริปโต โดยเฉพาะในยุคที่สถาบันการเงินเริ่มสนใจเรื่อง Tokenization หรือการนำสินทรัพย์จริงมาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนมากขึ้น

แม้กราฟระยะสั้นของ LINK จะเริ่มส่งสัญญาณ Bearish Divergence หรือภาวะที่ราคาและแรงซื้อเริ่มสวนทางกัน แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่า หากตลาดเข้าสู่ยุค Adoption จากสถาบันอย่างจริงจัง LINK อาจเป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้ประโยชน์สูงสุดในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ “ม้ามืด” ที่นักวิเคราะห์เลือก กลับไม่ใช่ Altcoin แต่เป็นหุ้นของ Coinbase (COIN) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ เนื่องจาก Coinbase มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับฝาก-ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับกองทุน ETF รายใหญ่หลายแห่ง

ปัจจุบัน BlackRock กองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังคงใช้ Coinbase เป็นผู้ดูแล Bitcoin สำหรับกองทุน Spot Bitcoin ETF ของบริษัทอยู่

หาก CLARITY Act ผ่านจริง ความต้องการจากนักลงทุนสถาบันอาจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และ Coinbase อาจกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากรอบนี้


มุมมองผู้เขียน: แม้ตลาดคริปโตจะยังเต็มไปด้วยความผันผวน แต่สิ่งที่เริ่มเห็นชัดขึ้นคือ เงินทุนสถาบันกำลังไหลกลับเข้ามาอย่างจริงจัง และรอบนี้ธีมหลักของตลาด อาจไม่ได้อยู่ที่เหรียญมีม แต่อาจเป็นการแข่งขันของโปรเจกต์ที่สามารถอยู่รอดและทำเงินได้จริงภายใต้กฎระเบียบการเงินมากกว่า

ที่มา: coinpedia