bitkub-banner

ทำเนียบขาวเตรียมอภัยโทษ 250 ราย ฉลองสหรัฐฯ ครบ 250 ปี ลุ้น SBF ติดโผ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาแผนอภัยโทษราว 250 ราย เพื่อฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกา โดยอาจประกาศในวันที่ 14 มิ.ย. หรือ 4 ก.ค. 2569
  • นักพัฒนา Samourai Wallet และ Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX ต่างหวังว่าจะได้รับการอภัยโทษ แม้ก่อนหน้านี้ทรัมป์ปฏิเสธคำร้องของ SBF ไปแล้วในเดือน ม.ค. 2569
  • แผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเบื้องต้น และมีบางฝ่ายในทีมทรัมป์ที่คัดค้านแผนนี้อยู่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ยังเป็นเพียงการพิจารณาในขั้นต้น ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ จึงมีผลต่อราคาตลาดคริปโตโดยตรงอยู่น้อย อย่างไรก็ตาม หากมีการอภัยโทษผู้เกี่ยวข้องกับคดีคริปโตจริง อาจส่งสัญญาณเชิงบวกต่อบรรยากาศกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ ได้ในระยะยาว

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาแผนออกคำสั่งอภัยโทษราว 250 ราย เพื่อเป็นของขวัญฉลองครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา โดยวันที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการประกาศคือวันที่ 14 มิ.ย. 2569 (Flag Day และวันเกิดของทรัมป์) หรือวันที่ 4 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพและครบรอบ 250 ปีพอดี ท่ามกลางกระแสดังกล่าว บุคคลในวงการคริปโตหลายรายที่กำลังต้องโทษอยู่ต่างหวังว่าจะได้รับโอกาสนี้ รวมถึง Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX และนักพัฒนาของโปรโตคอล Samourai Wallet อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังอยู่ในขั้นเบื้องต้น และมีบางฝ่ายในทีมทรัมป์ที่คัดค้านอยู่ด้วย

SBF และนักพัฒนา Samourai Wallet ลุ้นชะตากรรม

Sam Bankman-Fried หรือ SBF ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ถูกตัดสินโทษจำคุก 25 ปีในปี 2567 จากคดีการล้มละลายของกระดานเทรด FTX ได้ดำเนินการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อขอรับการอภัยโทษจากทรัมป์มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในเดือน ม.ค. 2569 ทรัมป์ได้ปฏิเสธคำร้องของ SBF อย่างชัดเจน และโฆษกทำเนียบขาวได้ย้ำจุดยืนนี้อีกครั้งในเดือน ก.พ. 2569

ในส่วนของ Samourai Wallet นั้น Keonne Rodriguez ผู้ร่วมก่อตั้ง ถูกจับกุมในเดือน เม.ย. 2567 และถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในเดือน พ.ย. 2568 ฐานดำเนินกิจการส่งโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งในเดือน ธ.ค. 2568 ทรัมป์เคยกล่าวว่าจะ “พิจารณา” คดีของ Rodriguez อย่างไรก็ตาม ณ ต้นเดือน พ.ค. 2569 Rodriguez เปิดเผยว่าความหวังในการได้รับอภัยโทษของเขาแทบจะหมดไปแล้ว เนื่องจากเขาไม่มี “เงิน อำนาจ หรือสายสัมพันธ์” เพียงพอ และยังต้องระดมทุนเพื่อจ่ายค่าทนายความที่เกิน 2 ล้านดอลลาร์อีกด้วย

ทรัมป์มีประวัติอภัยโทษบุคคลในวงการคริปโตมาก่อน

ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองนี้ ทรัมป์ได้ออกคำสั่งอภัยโทษและลดโทษไปแล้วเกือบ 1,600 ราย ซึ่งมากกว่าในสมัยแรกที่มีเพียง 250 รายอย่างมีนัยสำคัญ ในบรรดาผู้ที่ได้รับอภัยโทษในวงการคริปโต ได้แก่ Ross Ulbricht ผู้ก่อตั้ง Silk Road ที่ได้รับการอภัยโทษในเดือน ม.ค. 2568, Changpeng Zhao (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance ที่ได้รับการอภัยโทษในเดือน ต.ค. 2568 และผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ที่ได้รับการอภัยโทษในปี 2568 เช่นกัน รูปแบบดังกล่าวทำให้ชุมชนคริปโตบางส่วนมองว่าแผนอภัยโทษครั้งใหญ่ที่กำลังมาถึงอาจรวมถึงบุคคลจากวงการคริปโตอีกหลายรายด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าคดีของ SBF นั้นซับซ้อนกว่ากรณีอื่นๆ อย่างมาก เพราะ SBF ถูกตัดสินว่ามีความผิดในทุกกระทง 7 ข้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงลูกค้า ไม่ใช่เพียงการละเมิดกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินเหมือนกรณีอื่น ส่วนคดีของ Samourai Wallet ยังมีความน่าสนใจในแง่ที่ว่ากลุ่มผู้สนับสนุนความเป็นส่วนตัวทางการเงินมองว่าการดำเนินคดีกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ควบคุมเงินของผู้ใช้โดยตรงนั้น เป็นการคุกคามต่อหลักการของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและความเป็นส่วนตัวทางการเงิน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าจับตาแต่ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นเต้น เพราะแผนยังอยู่ในขั้นพิจารณาและมีแรงต้านในทีมทรัมป์เองด้วย ที่น่าสนใจคือกรณีของนักพัฒนา Samourai Wallet ซึ่งมีมิติทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า เพราะมันเกี่ยวกับขอบเขตของการรับผิดชอบของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ถือครองเงินของผู้ใช้ หากทรัมป์อภัยโทษคดีนี้ด้วย อาจส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ความเป็นส่วนตัวทางการเงินในอนาคต ส่วนกรณี SBF นั้น ผมมองว่าโอกาสค่อนข้างน้อยเพราะทรัมป์ปฏิเสธไปแล้วอย่างชัดเจน สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือวันที่ 4 ก.ค. 2569 ว่าทรัมป์จะมีการประกาศอะไรออกมาหรือไม่

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI