bitkub-banner

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี พุ่งแตะ 5.18% สูงสุดรอบ 19 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.18% เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 หรือสูงสุดในรอบ 19 ปี
  • แรงกดดันมาจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ และการเทขายพันธบัตรทั่วโลก ทำให้ตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด
  • ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่สูงขึ้นจะกระทบอัตราดอกเบี้ยจำนอง สินเชื่อธุรกิจ และแนวโน้มตลาดหุ้นในระยะต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่พุ่งสูงขึ้นสะท้อนภาวะการเงินตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงโดยทั่วไป เพราะนักลงทุนมีทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนสูงถึง 5% จากพันธบัตรรัฐบาล สภาพแวดล้อมแบบ “Higher for Longer” ของอัตราดอกเบี้ยอาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงินในระยะต่อไป

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.177% ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 หรือสูงสุดในรอบ 19 ปี ตามรายงานจาก Cointelegraph และ Ash Crypto ที่ระบุสั้น ๆ ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว “ส่งผลเสียต่อตลาด” การพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และการเทขายพันธบัตรพร้อมกันในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก

กราฟแท่งเทียนแสดงผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5.18% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี
กราฟแท่งเทียนแสดงผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5.18% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี (ภาพจาก: @AshCrypto)

ทำไมผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด

นักลงทุนในตลาดพันธบัตรเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจไม่ลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ และอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแทนหากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง แนวคิด “Higher for Longer” ที่ว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานออกไปนี้เป็นตัวเร่งให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้น ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน การประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปี มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ปิดที่ผลตอบแทน 5.046% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกพันธบัตรระยะยาวด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ 5% ขึ้นไป

ปัจจัยที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรใหม่จำนวนมากเพื่อชำระหนี้เก่าในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อผลตอบแทนระยะยาว นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ก็ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.659% ในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568

ผลกระทบต่อผู้กู้ยืมและต้นทุนทางการเงิน

ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานของต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว เมื่อตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยจำนองบ้านและสินเชื่อธุรกิจระยะยาวก็จะแพงขึ้นตาม ซึ่งเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภคชาวอเมริกันและกดดันแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ข้อมูลจาก FedWatch ชี้โอกาสลดดอกเบี้ยเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณอยู่ในขณะนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี ไต่ขึ้นทะลุ 5% และยังไม่หยุดที่ 5.18% นี้เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง เพราะมันสะท้อนว่าตลาดพันธบัตรกำลังบอกว่าเงินเฟ้อยังไม่ยอมหายไปง่าย ๆ และ Fed อาจต้องคุมเข้มนานกว่าที่หลายคนหวัง สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือการประมูลพันธบัตรรอบถัดไปและตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมา ซึ่งจะบอกได้ว่าผลตอบแทนจะยังไต่ขึ้นต่อหรือเริ่มเสถียรในที่สุด

ที่มา: @Cointelegraph / @AshCrypto

ภาพจาก AI