สรุปข่าว
- Bitwise ออกมาเปิดเผยว่า Hyperliquid คือหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกตั้งราคาผิดพลาดและถูกเกินไปมากที่สุดในตลาด แม้ว่าราคาจะพุ่งมาแล้วถึง 77% นับจากต้นปี
- ที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังติดภาพจำว่ามันเป็นเพียงแค่กระดานเทรดสัญญาฟิวเจอร์สคริปโตทั้งที่ศักยภาพที่แท้จริงคือการเป็นซูเปอร์แอประดับโลก
- ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายเกือบครึ่งหนึ่งบน Hyperliquid ไม่ได้เกิดจากคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว แต่เกิดจากการซื้อขายหุ้น, น้ำมัน, ตลาดพยากรณ์ล่วงหน้า และอื่นๆ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ออกมาแสดงทรรศนะว่า Hyperliquid ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างรุนแรง แม้ราคาจะเติบโตถึง 77% นับจากต้นปี 2026 เนื่องจากตลาดมองข้ามศักยภาพในการเป็นซูเปอร์แอปพลิเคชันระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น ทิศทางของ Hyperliquid ยังเข้าทางนโยบายผ่อนคลายคริปโตของ Paul Atkins ประธาน SEC คนปัจจุบัน ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นในอนาคตของแพลตฟอร์มเป็นอย่างยิ่ง
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตยักษ์ใหญ่ ออกมาระบุว่า เหรียญประจำแพลตฟอร์ม Hyperliquid หรือ HYPE ยังไม่ได้ถูกตั้งราคาให้สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงในฐานะ “ซูเปอร์แอปพลิเคชันระดับโลก” โดยเขาแย้งว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่กระดานเทรดคริปโตทั่วไปมาก
แม้ว่าในปี 2026 Hyperliquid จะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดโดยราคาพุ่งขึ้นไปแล้วถึง 77% นับจากต้นปี แต่ถึงอย่างนั้นทาง Bitwise ก็ยังคงยกให้มันเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีการตั้งราคาถูกเกินจริงมากที่สุดในโลกคริปโต ณ ปัจจุบัน
Hougan เชื่อมั่นว่า Hyperliquid คือหนึ่งในโครงการคริปโตที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยความเคลื่อนไหวของเขาก็สอดคล้องกับการที่ Bitwise ได้ทำการเปิดตัวกองทุน HYPE ETF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ข้อมูลมีการระบุว่า HYPE ETF ของทาง Bitwise ถูกเปิดตัวตามหลังบริษัท 21Shares ที่ชิงเปิดตัวไปก่อนหน้านั้นในสัปดาห์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม กองทุนของ 21Shares กลับดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ ได้เพียง 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการเปิดตัวกองทุน ETF ของเหรียญ Altcoin ตัวอื่น ๆ
Hougan อธิบายว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดตั้งราคาเหรียญ HYPE ผิดพลาด เป็นเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมอง Hyperliquid เป็นแค่ กระดานเทรดสัญญาฟิวเจอร์สคริปโตแบบไม่มีวันหมดอายุ หรือ PerpDEX เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง มันควรจะถูกตีมูลค่าในฐานะซูเปอร์แอปพลิเคชันระดับโลกมากกว่า
ที่น่าแปลกใจคือ ถึงจุดเด่นหลักของ Hyperliquid จะมาจากการเทรด Perpetual คริปโตซึ่งเป็นที่นิยมสูง แต่ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายเกือบครึ่งหนึ่งบน Hyperliquid เกิดขึ้นจากสินทรัพย์ที่ไม่ใช่คริปโต หลังจากที่พวกเขามีการนำหุ้นและน้ำมัน รวมถึงสินค้าอื่นๆ เข้ามาเปิดขาย
เทรนด์การขยายธุรกิจให้เกินกว่าแค่เรื่องคริปโตนี้ กำลังเป็นสิ่งที่กระดานเทรดสัญชาติอเมริกันรายใหญ่ ๆ อย่าง Coinbase, Kraken และ Gemini กำลังพยายามทำเช่นกัน โดยทุกค่ายต่างเร่งพัฒนาตลาดพยากรณ์ล่วงหน้าและระบบซื้อขายหุ้นในรูปแบบโทเคนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบการเงินของบริษัท
ขณะเดียวกัน Paul Atkins ประธาน SEC คนปัจจุบัน ก็แสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิด ซูเปอร์แอปที่สามารถดูแลสินทรัพย์ และซื้อขายสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภทภายใต้ใบอนุญาตกำกับดูแลใบเดียว จึงยิ่งทำให้ Hyperliquid เข้าตากรรมการ เพราะแพลตฟอร์มได้กลายเป็นทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม Hougan ยอมรับว่าแพลตฟอร์มนี้ ยังคงต้องพัฒนาให้เติบโตเต็มที่กว่านี้เนื่องจากในปัจจุบัน Hyperliquid ยังไม่เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ และในอนาคตจำเป็นจะต้องรวมระบบของตัวเองเข้ากับระบบกฎหมายและกฎระเบียบของสหรัฐฯ ให้ได้เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ที่มา: Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : มุมมองของ Bitwise อาจไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงแม้แต่น้อยเพราะในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี Hyperliquid ได้ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่ง Top 10 ของตลาดได้ทั้งๆ ที่เป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่คนละรุ่นของขาใหญ่ แสดงให้เห็นว่าโปรเจกต์ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนโลกของจริง และในไม่ช้าอาจทำให้ลำดับในหัวตารางของวงการคริปโตต้องสั่นคลอน

