สรุปข่าว
- Timothy Massad อดีตประธาน CFTC เปิดเผยว่าการสร้าง Central Bank Digital Currency หรือ Stablecoin ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในท้ายที่สุดแม้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะแสดงจุดยืนต่อต้านอย่างรุนแรงต่อหน้าสาธารณชนก็ตาม
- ทางการสหรัฐอเมริกากำลังซุ่มสำรวจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบเดียวกับเงินดิจิทัลอย่างเงียบๆ ผ่านการเข้าร่วม Project Agora ของสถาบัน BIS แม้ว่ารัฐบาลใน Washington จะยังคงรักษาท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อเรื่องนี้
- แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเงินระดับโลกและการทดลองของธนาคารกลางในต่างประเทศกำลังบีบบังคับให้สหรัฐอเมริกาต้องสร้างระบบการชำระเงินแบบ On-chain ที่รัฐบาลรับรองเพื่อป้องกันการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับฝั่งยุโรป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวการซุ่มพัฒนาเงินดิจิทัลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับมหภาคในระยะยาวซึ่งยังไม่มีข้อสรุปและการบังคับใช้ที่ชัดเจนจึงยังไม่ได้สร้างผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น
ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Donald Trump ได้แสดงจุดยืนต่อต้านการสร้าง Central Bank Digital Currency หรือ CBDC รวมถึง Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างรุนแรง แต่พลวัตของตลาดโลกกำลังทำให้เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามมุมมองของ Timothy Massad อดีตประธาน Commodity Futures Trading Commission หรือ CFTC
ในการให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ระหว่างงาน Digital Money Summit 2026 ที่กรุงลอนดอน Massad ระบุเพิ่มเติมว่าแม้หัวข้อเกี่ยวกับเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวอย่างมากใน Washington แต่รัฐบาลก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างลับๆ หลังฉาก
ทางด้าน Mark Gould ผู้บริหารระดับสูงด้านการชำระเงินของ Federal Reserve ซึ่งเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย ปฏิเสธที่จะพูดคุยเกี่ยวกับ Stablecoin ของธนาคารกลาง โดยเขาระบุว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หัวข้อที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ในปัจจุบัน แต่เมื่อถูกถามว่าเงินดอลลาร์ดิจิทัลที่รัฐบาลรับรองจะเป็นความรับผิดชอบของ Federal Reserve หรือไม่ เขาก็ตอบรับว่าใช่เพียงแต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ก่อนที่ Trump จะเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง เขาเคยให้คำมั่นว่าจะสั่งห้ามการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง โดยประกาศก้องระหว่างการหาเสียงว่าในฐานะประธานาธิบดีเขาจะไม่มีวันยอมให้มีการสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา
ต่อมาในเดือนมีนาคมปีนี้ วุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบอย่างท่วมท้นด้วยคะแนนเสียง 89 ต่อ 10 เพื่อสั่งห้าม Federal Reserve ออกเงินดอลลาร์ดิจิทัล แต่มาตรการดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยซึ่งอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคในสภาผู้แทนราษฎร
Massad อธิบายว่าการทดลองของธนาคารกลางในระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin กำลังบีบให้สหรัฐอเมริกาต้องสร้างระบบการชำระเงินแบบ On-chain ที่รัฐบาลให้การรับรองอย่างเงียบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียพื้นที่และส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจให้กับยุโรป
อดีตประธาน CFTC ยังได้กล่าวถึง Project Agora ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกของ Bank for International Settlements หรือ BIS ที่ได้รวบรวมธนาคารกลางถึง 7 แห่งเข้าด้วยกัน โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการนี้
เขาเน้นย้ำว่าสหรัฐอเมริกาเป็นผู้เข้าร่วมใน Project Agora และการทำงานหลังฉากก็กำลังเดินหน้าต่อไปแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจาก Washington ต่อหน้าสาธารณชนก็ตาม
Massad ชี้ให้เห็นว่าแม้จะไม่มีประธานธนาคารกลางคนใดออกมาพูดถึงเงินดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมระดับสถาบันหรือรายย่อย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่ได้กำลังหาวิธีสร้างมันขึ้นมา
ในช่วงท้ายเขากล่าวสรุปว่าแม้รัฐบาลภายใต้การนำของ Trump จะประกาศต่อหน้าสาธารณะว่าเงินดิจิทัลสำหรับรายย่อยอย่างเป็นทางการจะไม่เกิดขึ้น แต่พัฒนาการของระบบการเงินแบบ Tokenization จะบีบบังคับให้เกิดทางเลือกที่รัฐบาลให้การสนับสนุนขึ้นมาในที่สุด
ที่มา Coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองระดับชาติที่น่าจับตามองครับ การที่นักการเมืองออกมาต่อต้าน CBDC ในช่วงหาเสียงเป็นเพียงการดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มคนที่รักความเป็นส่วนตัวและกลุ่มที่สนับสนุน Crypto เท่านั้น แต่ในบริบทของการแข่งขันระดับโลก หากจีนหรือยุโรปสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ได้สำเร็จ สหรัฐอเมริกาก็ไม่มีทางยอมตกขบวนอย่างแน่นอน การแอบซุ่มพัฒนาหลังฉากจึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดเพื่อรักษาสถานะความเป็นมหาอำนาจของเงินดอลลาร์ในโลกอนาคตครับ

